คอลัมน์ เมืองไทย๒๕น.นายมหาเศรษฐี
ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสหลุดลงแตะ 600 จุดหรือไม่ นั่นคือคำถามเล่นๆ ของพวกนักเล่นหุ้นที่กำลังห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้กันยามนี้
มีสิทธิ์ นั่นคือคำตอบเล่นๆ เหมือนกัน โดยมีข้อแม้ว่าถ้าการเมืองบ้านเรายังป่วนเป็นแบบนี้ต่อไปอีก 2-3 เดือน
ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยวิ่งอยู่แถว 645 จุด ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดส่วนใหญ่ที่ยังทำกำไรกันได้ดีอยู่
การแห่ขายหุ้นชนิดเทกระจาดของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหลังจากที่รัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงรูดมาตลอด
โดยมีฝูงแมลงเม่าไทยเกาะยอดไม้กันสลอน
เมื่อความสับสนทางการเมืองคือปัจจัยหลักที่ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นร่วงรูด ที่ต้องคาดการณ์ก็คือ แล้วเจ้าความสับสนดังกล่าวจะไปสิ้นสุดลงเมื่อใด
ก่อนหน้านั้นเคยมีเสียงร้องตะโกนว่าฝีแตกแล้วกันดังกระหึ่มตลาด หลังจากกองทัพพันธมิตรฯเคลื่อนพลเข้ายึดทำเนียบ
เพราะมันเหมือนกับเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบสำหรับปัญหาการเมืองบ้านเรา หลังจากฟ้าหลัวมาได้หลายปี
แต่สงสัยว่าฝีของประเทศที่พุพองอยู่จะมีหลายเม็ด มันก็เลยแตกแล้วแตกเล่าไม่รู้จักจบสิ้น ผลัดกันรุกรับระหว่างกลุ่มพันธมิตรกับรัฐบาล ไม่มีใครแพ้หรือชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียที
รบกันชุลมุนจนชาวบ้านรู้สึกเวียนหัว นึกไม่ออกว่าจุดยุติของปัญหาจะไปจบลงตรงไหน เมื่อใด เพราะมองออกไปล้วนเจอซอยตันทั้งนั้น
ฝ่ายหนึ่งก็ดื้อประกาศว่าชีวิตนี้ไม่มีทางลาออกหรือยุบสภาเป็นเด็ดขาด เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย ขณะอีกฝ่ายก็ตั้งเงื่อนไขเสียสูงลิบเมฆ แถมยังเพิ่มความต้องการเข้าไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักหยุดยั้งกิเลสอีก
เมื่อไม่มีใครยอมใครอย่างนี้มันก็ต้องรบยืดเยื้อต่อไปอีกนาน จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งนั่นแหละปัญหาความขัดแย้งถึงจะได้ข้อยุติ
มีเสียงเรียกร้องจากคนวงนอกว่าอย่าเพิ่งรีบยุติได้ไหม เพราะขณะนี้คนไทยชักเริ่มชินกับชีวิตพอเพียงกันมากแล้ว ไม่อยากต้องปรับตัวใหม่อีก
จากที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยความแตกแยกทางการเมืองมานานหลายปี อยู่ดีๆ จะให้กลับมามีชีวิตสุขสงบทันที มันคงไม่ไหว
เกรงจะเหงาเฉาตายไปเสียก่อน
ข้อมูลจาก ข่าวสด
