ไม่นานผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ กับเหล่าโชวห่วยจะได้ลุ้นร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ที่สองฝ่ายต่อสู้กันมายาวนานเกือบสิบปี จะเดินหน้าหรือแป้กอีกครั้ง โดยหนนี้นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ โชว์ความฟิตหลังรับตำแหน่ง ประกาศจะหยิบกฎหมายค้าปลีกฉบับนี้ไปหารือในที่ประชุม ครม.วันที่ 19 ส.ค.นี้
โดยบอกว่าจะต้องเร่งออกกฎหมายให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือโชวห่วยที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขยายสาขาของร้านค้าปลีกสมัยใหม่อย่างหนักจนต้องปิดกิจการและมีการร้องเรียนมาที่กระทรวงพาณิชย์จำนวนมาก
อันที่จริงแล้ว กฎหมายคุมค้าปลีกนี้กระทรวงพาณิชย์พยายามผลักดันมาตั้งแต่ปี 2544 ล่วงมาถึงวันนี้ก็ยังเป็นเพียงร่างกฎหมาย ก็เพราะฝ่ายยักษ์ค้าปลีกโมเดิร์นเทรดที่ตกเป็นเป้าต้องจำกัดการขยายวงก็คือ ค้าปลีกสมัยใหม่แบบไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือถ้าขานแบรนด์ก็มีเพียง 3 รายเท่านั้นคือ
เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และคาร์ฟูร์ แต่รายที่ถูกกล่าวขานและเจอแรงต้านจากโชวห่วยมากสุดก็คือ เทสโก้ โลตัสนั่นเอง
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยักษ์ค้าปลีกขยายธุรกิจอย่างมาก กระทั่งวันนี้โมเดิร์นเทรดทุกรายมีเครือข่ายรวมกันกว่า 6,000 สาขา ขณะที่ก่อนหน้านั้นจำนวนสาขาอยู่ที่หลักพันเท่านั้นเอง และช่วงจังหวะที่ยักษ์ค้าปลีกแข่งกันขยายสาขา ก่อให้เกิดผลเสียต่อกิจการค้าปลีกรายย่อยอย่างมาก ว่ากันว่า
มีเจ้าของร้านโชวห่วยปิดกิจการไปแล้วประมาณ 40% จากจำนวนโชวห่วยทั้งหมด 3 แสนกว่าร้าน
ทั่วประเทศ
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะถูกตีกรอบ กลุ่มยักษ์ค้าปลีกก็ไม่ยอมเช่นกัน พยายามเดินเกมคัดค้านทั้งในทางแจ้งและทางลับ ทำให้กฎหมายคุมค้าปลีกฉบับนี้ยังไม่คืบไปถึงจุดหมายปลายทางเสียที
แม้ในสมัยรัฐบาลของพล.อ.สุรยุทธ์ ซึ่งถือเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเกิดจากการปฏิวัติรัฐประหาร เชื่อกันว่ารัฐบาลน่าจะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมาได้ไม่ยาก ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น โดย
กระทรวงพาณิชย์เร่งมือปรับปรุงร่างกฎหมายอย่างเอาจริงเอาจัง จนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลงมติ
เห็นด้วย
แต่พอผ่านถึงมือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) การณ์กลับกลายเป็นว่าร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ไม่ผ่านการพิจารณาในวาระ 2 ผ่านมาถึงรัฐบาลสมัคร 1 ทั้งนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และนายบรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ ก็ยังไม่มีความรู้สึกกระเหี้ยนกระหือรือที่จะดันต่อไป
ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายค้าปลีก นายไชยามีแนวคิดจะให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปมีส่วนในการออกใบอนุญาตขยายสาขาห้างค้าปลีก ร่วมกับ อบจ. และ อบต.
อย่างไรก็ตาม แม้เจ้ากระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบันประกาศเดินหน้าเข็นกฎหมายค้าปลีกให้ผลบังคับใช้เร็วที่สุด โดยไม่กลัวนายทุนล็อบบี้ให้ล้มกฎหมายหรือถูกแทรกแซง ท้ายที่สุดแล้ว พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งก็คงอยู่ในสภาพเหมือนที่ผ่านมา นั่นคือเดินหน้าแล้วก็ถอยหลัง สุดท้ายกลายเป็นย่ำอยู่กับที่ ขณะที่ฟากค้าปลีกยักษ์ใหญ่ก็เดินหน้าผุดสาขาใหม่ ค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชนิดไม่มีเว้นวรรค
เพราะวันนี้ถึงแม้โมเดิร์นเทรดจะมีสาขากว่า 6 พันสาขา สามารถยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในหัวเมืองหลักไว้ได้แล้วก็ตาม แต่ยังมีพื้นที่ในหัวเมืองระดับรองๆ ลงไปอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้เข้าไป ซึ่งแนวโน้มยักษ์ค้าปลีกทั้งหลายกำลังมุ่งไปในทิศทางที่ว่านี้
ฉะนั้นการจะเบรกหรือหยุดยั้งการขยายตัวคงเป็นไปได้ยาก มีแต่รัฐบาลต้องเร่งส่งเสริมให้ค้าปลีกรายย่อยของไทยเร่งปรับตัว เพื่อทำตัวเองให้เข้มแข็ง หากทำได้สำเร็จก็จะเป็นผลดีต่อโชวห่วย และผู้บริโภคเองก็มีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น จะได้ไม่ถูกค้าปลีกหรือร้านค้าเอาเปรียบด้วยการขายสินค้าราคาแพงเหมือนที่เคยทำมาอีกต่อไป
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
