คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก แหล่งข่าวจากธนาคารนครหลวงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารขนาดใหญ่ลงมาเล่นสงครามเงินฝากกันอย่างรุนแรง จึงทำให้ธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ เพราะต้องรักษาฐานลูกค้าเงินฝากของตนไว้ ไม่ให้ไหลออกไปสู่ธนาคารอื่นที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า โดย 1-2 เดือนที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโครงการเงินฝากประจำจ่ายดอกเบี้ยสูง โดยธนาคารกรุงไทยเริ่มเป็นแห่งแรกดอกเบี้ยสูงถึง 6% และตามมาด้วย ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ทหารไทย และอีกหลายธนาคารการที่แบงก์ใหญ่ลงระดมเงินฝากส่วนหนึ่งเพื่อรับ พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากที่จะมีผลบังคับใช้ 11 ส.ค. นี้ และอีกปัจจัยหนึ่ง คือ เมื่อแบงก์ทั้งระบบเข้าร่วม ดันในอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นไป ดังนั้นทุกคนต้องปกป้องเงินฝากของตนไม่ให้ไหลออกไป การระดมเงินฝากครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าในระบบขาดสภาพคล่องเพราะยังมีเม็ดเงินมากกว่า 600,000-650,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันสินเชื่อก็ไม่ได้มีอัตราการเติบโตที่หวือหวามากนักครึ่งปีแรกโตเพียง 10% เท่านั้น
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ออกแคมเปญเงินฝากเป็นระยะส่วนหนึ่งเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ และอีกเหตุผลหนึ่ง คือธนาคารต้องการระดมเงินโดยมีโครงการรองรับแล้ว โดยเป้าหมายระดมเงินฝากทั้งปีนี้ธนาคารตั้งไว้ที่ 100,000 ล้านบาท โดยพอร์ตเงินฝากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเกือบ 900,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายย่อย 70% และอีก 30% เป็นลูกค้าองค์กร
นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ ผู้ช่วยกรรม การผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสินเอเซีย กล่าวว่าธนาคารได้ออกแคมเปญเงินฝาก และให้ลูกค้าฝากเงินแบบตั๋วเงินโดยจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากประจำทั่วไปของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 0.125-0.250% คาดว่าจะระดมเงินได้ 5,000-10,000 ล้านบาท ปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตเงินฝาก 45,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ระบุว่าแนวโน้มการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ด้านอุตสาหกรรมกลับลดลง.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
