นายควัง คี ปาร์ค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า และไอที ซัมซุง เปิดเผยว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน เนื่องจากมีปัจจัยลบหลายด้าน แต่บริษัทได้ปรับนโยบายธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีขึ้น เพื่อให้ต้นทุนการผลิตไม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมยังคงเติบโตไปด้วยดี นอกจากนี้ จากการที่ได้วางแผน ในการเพิ่มการผลิต ผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนท์ให้มากขึ้น ส่งผลให้มีการนำเทคโนโลยีการผลิตระดับสูง เข้ามาช่วยในการดำเนินงานโดยที่ผ่านมาได้ย้ายฐานการผลิต เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับไฮเอนท์ อาทิ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า มาที่โรงงานใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำให้บริหารจัดการด้านต้นทุนได้ดีขึ้น จากเดิมผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้นำเข้าจากฐานการผลิตในต่างประเทศเป็นหลัก และยังมีที่เตรียมนำผลิตภัณฑ์กลุ่มไฮเอนท์อื่นๆ เข้ามาผลิตในไทยเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 40% คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 50%
สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 314 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากปีที่ผ่านมา 32% โดยมีกลุ่มสินค้าโทรศัพท์มือถือสร้างรายได้เติบโตมากที่สุด และในครึ่งปีหลังนี้ บริษัทได้เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในทุกหมวดกว่า 100 รายการ จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากปีที่แล้ว 38% ในขณะที่ปี52 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี53
ส่วนภาพรวมตลาดในครึ่งปีหลัง บริษัทมองว่า ปัจจัยลบต่างๆ โดยเฉพาะเงินเฟ้อ ที่หากปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นตาม ขณะที่ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายใช้สอย เพราะต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น จะทำให้ตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า ขยายตัวได้ไม่มากนัก แม้ว่าในเดือนส.ค.นี้ จะมีมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ซึ่งปกติจะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์หมวดจอภาพ มียอดขายสูงกว่าช่วงปกติค่อนข้างมาก 25-30% แต่ในปีนี้อาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยบวกให้กับตลาด โดยมองว่าทั้งปีตลาดรวมจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 5% หากไม่มีผลกระทบอื่นๆ เข้ามาอีกในระยะนี้
หน้า 23
ข้อมูลจาก ข่าวสด
