สัปดาห์ที่แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า จะพูดถึงเส้นทางที่เงินฝากจากธนาคารพาณิชย์จะไหลออกไปแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า หลังจาก พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 สิงหาคมนี้แต่ปรากฏว่า ในช่วงที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์นี้ บรรดาธนาคารพาณิชย์จะ รู้แกว ว่ามีหลายๆ แหล่งจ้องตะครุบเงินฝากอยู่ ว่าแล้วจึงเข็นสารพัดแพ็กเกจและแคมเปญ ซึ่งล้วนแล้วแต่เน้นไปที่ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยที่ สูงกว่า ทั้งนั้น
สัปดาห์นี้จึงขอลัดคิวว่ากันถึงเรื่องของเงินฝากร้อนๆ ประมาณรุ่น ดูดทรัพย์ มาฝากกันก่อน
จะว่าไปแล้ว เทศกาล ดูดทรัพย์ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวน่าจะต้องยกให้งานมหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ดีแน่ ถูกแน่ ซึ่งธนาคารกรุงไทยกวาดเงินฝากไปหลายหมื่นล้านบาท หลังจากใจป้ำคลอดแคมเปญเงินฝากประจำ 3 เดือน ดอกเบี้ยสูงถึง 6% ต่อปี
หลังจากนั้นแบงก์ใหญ่ (ที่สุด) อย่างธนาคารกรุงเทพ ก็เข็นโปรโมชั่นเงินฝากประจำ 5 เดือน ดอกเบี้ย 3.80% ต่อปีมาลงสนามแข่ง โดย รัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้อำนวยการลูกค้าบุคคลนครหลวง แบงก์บัวหลวง บอกว่า โปรโมชั่นดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ โดยฝากขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท และสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 ราย
การเปิดตัวบริการเงินฝากประจำ 5 เดือนในครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้ารายย่อยของธนาคาร และยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ธนาคารได้ดำเนินการไว้รองรับกับ พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากที่จะกำลังจะเกิดขึ้นด้วย ผู้บริหารแบงก์กรุงเทพระบุ
ตามมาด้วยธนาคารทหารไทย ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ ทีเอ็มบี สบายใจ 5 เดือน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ 5 เดือน ดอกเบี้ย 3.65% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน ซึ่งจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ กำหนดเปิดบัญชีครั้งแรกขั้นต่ำ 5 หมื่นบาทขึ้นไป และฝากเพิ่มเติมแต่ละครั้งตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไปเช่นกัน ซึ่งผู้เปิดบัญชีดังกล่าวจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น
ลือชา ศุกรเสพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจรายย่อย แบงก์ทหารไทย ขยายความเพิ่มเติมว่า เงินฝากประจำทีเอ็มบี สบายใจ 5 เดือน จะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความประสงค์ฝากเงินระยะสั้นได้เป็นอย่างดี
รวมทั้งยังเป็นการรักษาฐานเงินฝากลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าเงินฝากรายใหม่อีกด้วย
ความพยายามในการรักษาฐานเงินฝากไม่ได้จำกัดอยู่แต่กับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับธนาคารของรัฐอย่าง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ซึ่งปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้วยการนำผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ 5 เดือน ดอกเบี้ย 3.80% ออกสู่ตลาดเช่นกัน
ขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธอส. ระบุว่า ที่ผ่านมาธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อและภาวะค่าครองชีพที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่วนผลิตภัณฑ์เงินฝาก 5 เดือนก็เป็นส่วนที่เพิ่มหลากหลายให้ลูกค้า
ขณะที่แบงก์น้องใหม่อย่างแบงก์ธนชาต แม้ไม่ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ใช้วิธีขยับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน เพิ่มเป็น 3.00-3.875%
ประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ธนาคาร แบงก์ธนชาต บอกว่า อัตราใหม่ปรับเป็นดอกเบี้ย 3% สำหรับยอดเงินฝากต่ำกว่า 5 หมื่นบาท ขณะที่ยอดเงินฝากตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป จะให้อัตราดอกเบี้ย 3.875% จากอัตราเดิมที่ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.00% และยอดเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.75%
ส่วนใครที่สนใจ ล็อกเงินฝาก แบบ ยาวยาว ให้พิจารณาเงินฝากของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารนครหลวงไทย ซึ่งเงินฝากของแห่งแรกยาว 10 เดือน ส่วนแห่งที่สอง ยาว 16 เดือน
โดยกสิกรไทยจะเป็นแคมเปญต้อนรับวันแม่ ชวนลูกค้าจูงมือแม่ พ่อหรือลูกเปิดบัญชีเงินฝากประจำ อุ่นรักแบบเป็นคู่ นาน 10 เดือน รับดอกเบี้ย 4.0% ต่อปี หรือตั๋วแลกเงินอุ่นใจอายุ 10 เดือน ดอกเบี้ยสูงถึง 4.15% ต่อปี จนถึงวันที่ 20 สิงหาคมนี้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม วีระชัย อมรรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์เงินฝากและค่าธรรมเนียมธุรกิจลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า ธนาคารยังมีเงินฝากประจำพิเศษ 4 เดือน ดอกเบี้ย 3.0% ฝากประจำ 5 เดือนจ่าย 3.50% ฝากประจำ 8 เดือน ดอกเบี้ย 3.10-3.25% ฝากประจำ 10 เดือน ดอกเบี้ย 3.85% และเงินฝากประจำคล่องตัว 18 เดือน จ่าย 3.65%
ปิดท้ายที่ธนาคารนครหลวงไทย เปิดตัว เงินฝากประจำรุ่งโรจน์ 16 เดือน จ่ายดอกเบี้ยรายเดือน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดถึง 5.50% ต่อปี ให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกๆ 4 เดือน วงเงินฝากขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท และกรณีฝากครั้งต่อไปต้องไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท
ถึงร้อนขนาดนี้ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ดอกเบี้ยกำลังอยู่ในวงจรขาขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น ล็อกสั้น จึงแน่นอนกว่า ล็อกยาว
ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com
รายการคม ชัด ลึกตอน-ยอดรัก สลักใจไม่ยื้อชีวิต ขอใช้สิทธิตาย
ขณะที่อาการป่วยมะเร็งตับของ ยอดรัก สลักใจ ได้ลามไปทั่วทำให้ ยอดรัก ลูกและภรรยา ยอมลงนามยินยอมหากหยุดหายใจไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
