นายสุรนันท์ วิทยกำจร สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า หลังจากการเปิดประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ท) ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้คณะทำงานจะต้องสรุปข้อคิดเห็นจากการเปิดประชาพิจารณ์ทั่วประเทศภายใน 15 วัน เพื่อเสนอให้กับคณะกรรมการ กทช.พิจารณาแก้ไขและเห็นชอบต่อไป ก่อนจะดำเนินการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ กทช. เพื่อให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็น แล้วนำข้อสรุปทั้งหมดมาจัดทำร่างประกาศฯ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการจัดทำประชาพิจารณ์เบื้องต้น พบว่าผู้บริโภคยังไม่เห็นด้วยในหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยการโอนย้ายระบบโทรศัพท์มือถือที่ต้องใช้ระยะเวลา 3-5 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่นานเกินไป รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมการโอนย้ายระบบโทรศัพท์มือถือ จากเดิมที่ กทช.ได้นำผลการวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากำหนดเป็นค่าบริการเบื้องต้นไม่เกินครั้งละ 300 บาท ซึ่งผู้บริโภคมองว่ามีราคาแพงเกินไป โดยเห็นว่าราคาที่เหมาะสมควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หรือไม่ควรคิดค่าธรรมเนียมเลยจะส่งผลดีต่อผู้บริโภค
ทั้งนี้ การทำนัมเบอร์พอร์ทจะเริ่มให้บริการบนโทรศัพท์มือถือก่อน แล้วจึงนำไปให้บริการบนโทรศัพท์พื้นฐาน เนื่องจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือมีจำนวนมากกว่า และทำได้ง่ายกว่า ซึ่งคาดว่าการออกร่างประกาศนัมเบอร์พอร์ทในไทยก็น่าจะไล่เลี่ยกับการออกร่างประกาศ 3 จี
ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือจำนวน 4,000 ราย พบว่า ผู้ใช้บริการ 98% เห็นด้วยกับการทำนัมเบอร์พอร์ท ผู้ใช้บริการจำนวน 65.2% มีความเห็นว่าค่าใช้จ่ายในการทำนัมเบอร์พอร์ทต่อครั้ง จะต้องไม่เกิน 200-300 บาท ซึ่งยังมีอีกจำนวน 72% ต้องการให้มีการโอนย้ายระบบ ใช้เวลาไม่เกิน 1 วัน
หน้า 7
ข้อมูลจาก มติชน
