เข้าสู่ระบบ
Username ::
Password ::
ลืมรหัสผ่าน สมัครสมาชิก
ข่าว บันเทิง
ข่าว สังคม
ข่าว การเมือง
ข่าว อาชญากรรม
ข่าว เศรษฐกิจ
ข่าว อสังหาริมทรัพย์
ข่าว การศึกษา
ข่าว เทคโนโลยี
ข่าว ท่องเที่ยว
ข่าว กีฬา
ข่าว ไลฟ์สไตล์
ข่าว ต่างประเทศ




ดีเดย์ 11 สิงหา''สภาบันคุ้มครองเงินฝาก''ประชาชนต้องศึกษาเลือกออม-ลงทุน


คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก วันที่ 11 สิงหาคมนี้ มีหน่วยงานใหม่หนึ่งเกิดขึ้น คือ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดย พ.ร.บ. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก เริ่มมีผลใช้อย่างเป็นทางการ

ในอดีตที่เกิดขึ้นมานั้น คณะรัฐ มนตรีได้มีมติให้ผู้ฝากและเจ้าหนี้ในสถาบันการเงินได้รับการคุ้มครองเต็มจำนวน (Blanket guarantee) เมื่อเดือนสิงหาคม 40 ทั้งนี้เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อระบบสถาบันการเงินกลับคืนมาโดยเร็วในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤติการณ์ทางการเงินนั้น กล่าวได้ว่าเป็นการเริ่มใช้ระบบประกันเงินฝากในประเทศไทย แต่เป็นระบบที่จ่ายคืนเงินผู้ฝากให้เต็มจำนวนเมื่อสถาบันการเงินถูกปิดกิจการ

ขณะที่ทางการให้การคุ้มครองผู้ฝากเต็มจำนวน แต่เงินดังกล่าวก็เป็นภาระที่หนักสำหรับภาครัฐและประชาชนผู้เสียภาษี ทางการจึงได้มีนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้ฝากเงิน โดย ธปท.ได้ยกร่าง พ.ร.บ. สถาบันประกันเงินฝากเสนอต่อกระทรวงการคลังในปี 2541 หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามที่จะจัดตั้งองค์กรดังกล่าวขึ้นหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมา

โดยทางการมีแนวนโยบายชัดเจนว่าจะจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากขึ้น เป็นหน่วยงานต่างหากเพื่อทำหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองเงินฝากแบบจำกัดจำนวน แทนการคุ้มครองเต็มจำนวน โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

ปัจจุบัน ซึ่งเป็นแนวเดียวกับที่หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการคุ้มครองผู้ฝากเงินเต็มจำนวนเป็นการชั่วคราวในช่วงเกิดวิกฤติศรัทธาในสถาบันการเงิน หลังจากได้ผ่านพ้นวิกฤติก็จะกลับไปสู่การประกันแบบมีการกำหนดวงเงิน เช่น ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้อินโดนีเซีย มาเลเซีย สวีเดน เป็นต้น เนื่องจากการประกันเงินฝากเต็มจำนวนก่อให้เกิด ภาระอย่างมากต่อทางการ

การกำหนดจำนวนเงินคุ้มครองที่ผู้ฝากจะได้รับเงินคืนจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากไว้ชัดเจนจะบรรเทาความตื่นตระหนกของผู้ฝากไม่ให้พากันถอนเงิน โดยเฉพาะผู้ฝากที่มีจำนวนเงินฝากอยู่ภายในวงเงินที่ได้รับการคุ้มครองก็จะมั่นใจว่าจะได้เงินฝากคืนจากสถาบัน คุ้มครองเงินฝากอย่างแน่นอน

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว โดยทางการจะคุ้มครองเงินฝากในกรณีที่สถาบันการเงินนั้นปิดกิจการลงด้วยเหตุใดก็ตาม ปีแรกนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 51-10 ส.ค. 52 คุ้มครองเต็มจำนวนเงินฝาก ปีที่ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 52-10 ส.ค. 53 คุ้มครอง 100 ล้านบาท ปีที่ 3 เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 53-10 ส.ค. 54 คุ้มครอง 50 ล้านบาท ปีที่ 4 เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 54-10 ส.ค. 55 คุ้มครอง 10 ล้านบาท และปีที่ 5 เริ่มตั้งแต่ 11 ส.ค. 56 เป็นต้นไป คุ้มครอง 1 ล้านบาท

สถาบันการเงินที่เข้าร่วมคุ้มครอง เงินฝาก ดังนี้ ธนาคารพาณิชย์ไทย และสาขาธนาคารต่างประเทศรวม 34 แห่ง บริษัทเงินทุน 5 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 3 แห่ง ซึ่งยกเว้นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน

ในปีแรกที่กฎหมายฉบับดังกล่าวเริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เงินฝากของคุณยังปลอดภัยไร้กังวล เพราะได้รับความ คุ้มครองเต็มวงเงิน แต่ต้องมาขบคิดปัญหาใหญ่หลังจากนี้สำหรับผู้มีเงินถุงเงินถัง ที่ ผ่าน ๆ มาฝากอนาคตไว้กับธนาคาร สถาบันการเงินให้ดูแลเงินของคุณ ว่าเมื่อครบถึงปีที่ 5 เป็นต้นไป ที่ทางการค้ำประกันเงินฝาก ลดหลั่นลงมาเหลือเพียง 1 ล้านบาทจะทำอย่างไรต่อไป

อดิศร เสริมชัยวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าธนาคารได้เตรียมความพร้อมเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาได้ให้ข้อมูลความรู้แก่พนักงานของธนาคารและลูกค้าธนาคาร โดยปีแรกคงไม่มีอะไร เพราะภาครัฐยังคุ้มครองเงินฝากทั้ง 100% แต่ในส่วนของธนาคารที่ผ่าน ๆ มา ได้แนะนำลูกค้าถึงผลิตภัณฑ์การออมเงินในรูปแบบอื่น ๆ ที่มีความหลากหลาย ผลตอบแทนแตกต่างกันไป ทั้งตั๋วเงิน ตราสารทางการเงิน การลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ซึ่งธนาคารมีบริการให้ลูกค้าครบครัน

ที่ผ่านมาพฤติกรรมการออมเงินและการลงทุนของลูกค้า ของธนาคารได้ปรับเปลี่ยนมาระยะหนึ่งแล้ว 4-5 ปีก่อนหน้านี้มาแล้ว ลูกค้าจะได้ความรู้อย่างต่อเนื่องถึงผลิตภัณฑ์ ทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ และได้กระจายการลงทุนออกไป ซึ่งเราไม่ได้มองเฉพาะลูกค้าที่มีเงินล้าน แต่เราให้ความสำคัญต่อลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งที่มีเงินหลักหมื่น หลักแสน

กฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ออกมา เป็นการกระตุ้นเตือนให้บรรดาสถาบันการเงินสร้างความแข็งแกร่ง ให้เกิดความมั่นคง ให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่น ถือว่าดีและเป็นประโยชน์ทั้ง ลูกค้า ตัวธนาคาร อุตสาหกรรมการเงิน และประเทศ แต่ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการเงินโดยตรง ต้องแจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใสในการแสดงสถานะของสถาบันการเงินเพื่อให้ผู้ฝากเงินมีความมั่นใจ ขณะเดียวกันผู้ฝากเงินต้องเสาะแสวงหาการออมเงินรูปแบบใหม่ การลงทุนอื่น ๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนไปพร้อม ๆ กันด้วย

ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากฉบับนี้ ไม่ได้สร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ระหว่างธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือแม้กระทั่งธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก เพราะต่างมีความสามารถในการทำธุรกิจที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นในต่างประเทศที่มีกฎหมายดังกล่าวใช้เหมือน ๆ กัน ธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กต่างได้ปรับเปลี่ยนวิธีระดมเงิน ซึ่งอาจจะมีต้นทุนทางการเงินถูกกว่าการฝากเงินเสียอีก เช่น การซิเคียวรีไทร์เซชั่น หรือแม้กระทั่งการหาพันธมิตรเพิ่มสร้างความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจ เป็นต้น

ส่วนกรณีที่ต้องจับตาดูเงินไหลออกจากสถาบันการเงินนั่น มีความจำเป็นต้องทำ ภายใต้ภาวการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ ทางด้านธนาคารพาณิชย์ได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ที่ต้องตรวจสอบ ดูแล ปริมาณการไหลเข้า และไหลออกของเงิน เพราะจะเป็นดัชนีชี้วัดความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนไหวในตลาดเงินปัจจัยหนึ่ง และคาดการณ์เหตุการณ์ เพื่อเตรียมการแก้ไข ป้องกัน

ทางด้าน อำพล โพธิโลหะกุลย ย ย ย ย  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า ธนาคารได้ส่งแบบสำรวจให้แก่ลูกค้าของธนาคารประมาณ 200 ราย ผลตอบรับที่ได้ลูกค้ากว่า 60% ยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ดังนั้นที่ผ่านมาธนาคารจึงได้แจ้งข้อมูลข่าวสารให้ความรู้แก่พนักงาน เพื่อพร้อมในการตอบคำถามของลูกค้าเบื้องต้นนี้ลูกค้าคงไม่แตกตื่น หรือทำให้เงินฝากไหลออกจากที่ใดที่หนึ่งจำนวนมาก ๆ แต่ในอนาคตลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการออม และการลงทุนอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ชี้แนะการออมเงิน หรือการลงทุนต่าง ๆ ให้ลูกค้าเลือก และการเลือกที่ฝากเงินของลูกค้าต่อไปนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเป็นแบงก์ใหญ่ หรือแบงก์เล็ก แต่ลูกค้าจะเลือกสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง และแข็งแกร่ง

ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย ได้แนะหลักง่าย ๆ ในการพิจารณาว่าสถาบันการเงินแห่งใดมีความมั่นคง ตัวเลข ที่ใช้พิจารณา ประกอบด้วย หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งปัจจุบันทั้งระบบสถาบันการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6-7%, ตัวเลขการกันสำรองเผื่อหนี้เสีย, ตัวเลขเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ตามที่กฎหมายกำหนดต้องไม่ต่ำกว่า 8.5%

บรรดาตัวเลขที่กล่าวไป ล้วนเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินเปิดเผยอยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลนี้จะพบเห็นได้ตามสื่อ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งนั้น ๆ หรือแม้กระทั่งศูนย์ข้อมูล และเว็บไซต์ของแบงก์ชาติ ก็สามารถเสาะหาดูได้ไม่ยากเย็น เมื่อครบระยะเวลา 5 ปีที่รัฐจะค้ำประกันเงินฝากเพียง 1 ล้านบาท ผู้ที่มีเงินมากกว่านั้น จะกระจายฝากไปตามสถาบันการเงินที่รับประกันหรืออาจจะศึกษาเลือกลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ ทั้งตราสาร พันธบัตรรัฐบาล หุ้น เป็นต้น กรณีที่ได้รับผลตอบแทนมากความเสี่ยงก็สูงตามไปเป็นลำดับ

อภิชาต เกษมกุลศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสินเอเซีย บอกว่า ธนาคารได้เตรียมผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้า ส่วนหนึ่งเพื่อให้ลูกค้าอยู่กับธนาคารต่อไป และอีกส่วนหนึ่งเป็นการจูงใจให้ลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาฝากเงินกับธนาคาร ส่วนที่มองว่าลูกค้าจะไปฝากเงินที่แบงก์ขนาดใหญ่มากขึ้นนั้น ณ วันนี้ขนาดของธนาคารไม่มีนัยสำคัญ แต่ที่ทุกคนมองคือความมั่นคง ซึ่งจะดูได้จากเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ธนาคารต่าง ๆ เปิดเผย หากสถาบันการเงินแห่งใดมีความมั่นคง คนก็จะมีความเชื่อมั่น และอยู่กับสถาบันการเงินแห่งนั้นต่อไป

ใน 3-5 ปีจากนี้ไปจะเห็นผู้ฝากเงินปรับเปลี่ยนบทบาท เป็นนักลงทุนมากขึ้น และจะเห็นว่ามีสินค้าทางการเงินหลากหลาย ในการเลือกซื้อหามากขึ้น

ทางด้าน เจ้าของธุรกิจส่วนตัว รายหนึ่งบอกว่า ยังไม่เข้าใจรายละเอียดของกฎหมายคุ้มครองเงินฝากเท่าใดนัก และไม่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐจะประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน นอกจากคนที่สนใจเรื่องนี้จริง ๆ จะหาอ่านในหนังสือพิมพ์ โดยส่วนตัวแล้ว เงินเก็บที่มีก็ไม่ได้ฝากธนาคารอย่างเดียว ได้แบ่งไปซื้อหุ้น กองทุนต่าง ๆ ประกันชีวิต พันธบัตรรัฐบาล เกิน 50% ได้ผลตอบแทนไม่สูงมากนัก แต่ก็สบายใจเพราะมีปันผล ลดหย่อนภาษีได้ และมีความเสี่ยงน้อย หรือเลือกฝากแบงก์ที่เรามั่นใจ ดังนั้นการที่ธนาคารจะคุ้มครองเงินฝากหรือไม่ ก็ได้รับผลกระทบน้อย

ในแวดวงธนาคารพาณิชย์ มองว่า ปีแรกที่ประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก จะไม่มีผลอะไรต่อจำนวนเงินที่อยู่ในระบบ ไม่มีการเคลื่อนย้ายเงินออกจากแบงก์ใดแบงก์หนึ่งจำนวนมาก ๆ เพราะผู้ฝากเงินยังได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวน

แต่จะต้องดูในปีที่ 3 เป็นต้นไป เพราะวงเงินคุ้มครองลดลงจนปีที่ 5 เหลือเพียง 1 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้การเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้อย่างชัดเจน ผู้ฝากเงินคงจะเริ่มมองหา และให้ความสำคัญต่อสถาบันการเงินที่มั่นคงแข็งแรง มากกว่าผลตอบแทนสูง ๆ และจะมีผู้ฝากเงินบางส่วนหันไปลงทุนในตลาดเงินรูปแบบต่าง ๆ

อาจจะมีลูกค้าบางกลุ่ม ที่ไม่รู้รายละเอียด และแตกตื่น ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ต่างได้หารือร่วมกันบ้างว่าอาจจะต้องรับมือกับเงินฝากบางส่วนที่ไหลเข้ามา ในส่วนนี้เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น เหตุการณ์จริงอาจจะไม่เกิดก็ได้ เพราะอย่างไรแล้ว ธนาคารพาณิชย์ของไทยขณะนี้มีความแข็งแกร่ง และมั่นคง ด้วยกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของแบงก์ชาติ แต่ในทางกลับกันแบงก์ชาติในฐานะผู้กำกับดูแลสถาบันการเงิน จะมีวิธีการนำเสนอโดยไม่ชี้นำต่อประชาชนได้อย่างไรว่าแบงก์ไหน สถาบันการเงินใด มีความมั่นคง เพียงพอที่จะดูแลเงินของประชาชนได้

แม้ว่าบรรดาธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ได้เตรียมความพร้อมรับมือ พ.ร.บ. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ด้วยการให้ความรู้แก่พนักงาน และพยายามที่จะให้ความรู้แก่ลูกค้าผู้ฝากเงินไปพร้อมกันบ้างแล้ว ประชาชนมากกว่าครึ่ง ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในเนื้อความ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งต้องมีข้อกังขา

สิ่งที่เห็น คือ ธนาคารพาณิชย์ ได้ออกโครงการเงินฝากรูปแบบต่าง ๆ ดอกเบี้ยสูง จูงใจ ดึงลูกค้าไว้กับตน แม้จะไม่มีใครยอมรับว่าแคมเปญเหล่านี้เป็นมาตรการเฉพาะหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าโยกย้ายไปยังสถาบันการเงินอื่นก็ตาม แต่ทางด้านจิตวิทยาคงได้ผลในระดับหนึ่ง

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบการฝากเงินธนาคารพาณิชย์วันนี้ได้เริ่มแล้ว ผลกระทบระยะแรกอาจยังไม่สำแดงให้เห็นชัดเจน แต่ในระยะต่อไป โดยเฉพาะการคุ้มครองเงินฝากในปีที่ 3 หากวันนี้สถาบันการเงินไม่ปรับตัวรองรับ คงอยู่ในธุรกิจการเงินได้ลำบาก เพราะประชาชนต้องเลือก และให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ถึงความมั่นคง ของสถาบันการเงินนั้น เป็นอันดับแรก

ในส่วนของประชาชนผู้ฝากเงินเอง ต้องศึกษา เลือกแนวทางการออม เลือกการลงทุนด้วยตนเอง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับ เพื่อให้เงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงไม่สูญไป. ทีมเศรษฐกิจ





ข้อมูลจาก เดลินิวส์



MuMuu.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@mumuu.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob