คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก ชงนายกฯ 4 นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเลี้ยบยันมีสิทธิค้าน กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนายวีรพงษ์ รามางกูร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังเรียกประชุมคณะที่ปรึกษาเป็นครั้งแรก ว่า ขอปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าเตรียมเสนอให้นายกรัฐมนตรี ปลดนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะคณะที่ปรึกษาฯ มีหน้าที่เพียงให้คำปรึกษานายกฯ เท่านั้น
ทั้งนี้ยอมรับว่าเคยให้สัมภาษณ์การทำงานของผู้ว่าการ ธปท. เพราะว่าอยู่ในฐานะประชาชนซึ่งวิจารณ์ได้ แต่เมื่อมารับหน้าที่แล้วก็ต้องทำหน้าที่ของตนเอง โดยจะเข้ามาประสานการทำงานของกระทรวงการคลังและ ธปท. และเชื่อมั่นว่าจะทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหา
เมื่อเข้ามามีบทบาทของที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ การแสดงความคิดเห็นที่มองว่าไม่ดีจะน้อยลง แต่นำเสนอรายละเอียดต่อนายกฯ ซึ่งวันที่ 14 ส.ค.นี้ จะประชุมเพื่อประเมินภาพรวมการทำงาน และเสนอความคิดเห็นอีกครั้ง
สำหรับเรื่องเร่งด่วนต้องนำเสนอนายกฯ ประกอบด้วย ภาพเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่คณะที่ปรึกษาฯ เห็นร่วมกันว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดและสาธารณชนคงอยากฟังความเห็นของที่ปรึกษาว่ามองภาพเศรษฐกิจในระยะสั้น ๆ ว่าข้างหน้าจากนี้ถึงสิ้นปีเป็นอย่างไร รวมทั้งในปีนี้ไทยจะเป็นประธานการประชุมอาเซียน ซึ่งปกติจะมี รมว.ต่างประเทศเป็นหัวหน้าคณะ แต่ในด้านเศรษฐกิจจะมี 2 ทางเลือก คือ รมว.พาณิชย์ หรือรมว.คลังเป็นประธาน ซึ่งเท่าที่ทราบยังไม่ได้เตรียมการ จึงจะเสนอนายกรัฐมนตรีให้รีบตัดสินใจ เพราะเป็นหน้าตาของประเทศ
นอกจากนี้ต้องเร่งจัดทำนโยบายพลัง งาน ให้เป็นในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญขณะนี้ภาพรวมการลงทุนของไทยล้าหลังมากซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายครั้ง และตอนนี้ยังไม่เป็นภาพเดียวกัน ฉะนั้นจะเสนอนายกฯ ให้เป็นผู้ประสานให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจปรับการทำงานให้เป็นภาพเดียวกันและพูดให้เหมือนกัน เพื่อให้ความสับสนของตลาดเงินและตลาดทุนหายไป
ด้านนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวยืนยันว่าไม่มีความคิดที่จะปลดผู้ว่าการ ธปท. หากมีความเห็นที่ขัดแย้งกันมาก ต้องเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายเดินหน้า ซึ่งตนเองอยู่ในฝั่งที่เชื่อว่า เงินเฟ้อน่าจะเริ่มชะลอลงแล้ว ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปได้ยาก แต่ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย แต่หลังจากตัดสินใจไปแล้วก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ในฐานะคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกฯ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ 4-5% แต่ถ้ารัฐบาลมีการลงทุนมากขึ้น สถานการณ์การเมืองนิ่ง จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 1%
อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องมีนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนของเอกชนอย่างน้อย 8 ข้อ เช่นเรื่องของดอกเบี้ยที่ต้องไม่สูงเกินไป, มีสภาพคล่องเพียงพอ, ดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพ, การส่งเสริมการส่งออก, การคุมราคาสินค้าแบบยืดหยุ่นเพื่อให้ผู้ประกอบการขายสินค้าให้ได้, การไม่ใช้นโยบายชะลอการลงทุนและบริโภค, การประหยัดพลังงานและดูแลไม่ให้ขาดแคลน และต้องดูแลให้มีงบลงทุนในประเทศในอัตรา 25% ของงบประมาณแผ่นดิน.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
