คอลัมน์ รายงานพิเศษราคาน้ำมันที่แพงขึ้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้พลังงานทดแทนเป็นที่สนใจของคนไทยมากขึ้น
เริ่มต้นตั้งไข่ด้วยแก๊สโซฮอล์ 95 ตามมาด้วยก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ไบโอดีเซล และแก๊สโซฮอล์ 91 ตามลำดับ
ช่วงแรกๆ การสนับสนุนพลังงานทดแทนดูเหมือนจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เพราะราคาน้ำมันเบนซินแค่ 15 บาท/ลิตร ดีเซล 12-13 บาท/ลิตร
ผ่านมาแค่ 3 ปีราคาขายปลีกในไทยปรับสูงขึ้นกว่าเท่าตัว เบนซินเคยสูงกว่า 30 บาท/ลิตร ดีเซลเฉียด 28 บาท/ลิตร
แนวโน้มราคาน้ำมันในไทยคงไม่ลงไปถึงระดับกว่า 10 บาทอีกแล้ว จึงเกิดกระแสรักพลังงานทดแทนมากขึ้น การส่งเสริมพลังงานทดแทนที่ล้มลุกคลุกคลานในช่วงเริ่มต้น เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมช่วงนี้
พลังงานทดแทนถือเป็นเรื่องเครื่องมือสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศที่ต้องน้ำเข้าน้ำมัน
ไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศถึง 90% เมื่อไม่มีเครื่องมือใดๆ ไปรับมือกับวิกฤตน้ำมัน จึงเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อเกิดวิกฤตน้ำมัน และเศรษฐกิจไทยมีอันต้องวิกฤตตามราคาน้ำมันไปด้วยทุกครั้ง
นายเมตตา บันเทิงสุข อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงความสำคัญของพลังงานทดแทนไว้ว่า พลังงานทดแทนจะทำให้ไทยมีเครื่องมือรับมือวิกฤตน้ำมัน ไทยมีบทเรียนจากวิกฤตน้ำมันครั้งที่ 2 เมื่อปี23-25 ที่ต้องปิดโรงหนัง ปิดห้าง ปิดปั๊มน้ำมัน ปิดสถานบันเทิง เพราะไม่มีไฟฟ้าเพียงพอ และไม่มีน้ำมันให้รถวิ่ง
หลังจากนั้นพอไทยขุดก๊าซธรรมชาติขึ้นมาจากอ่าวไทย และนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและผลิตไฟฟ้า ทำให้วิกฤตน้ำมันครั้งที่ 3 ช่วงปี47 ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตไฟฟ้ารับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันน้อยมาก จะเหลือแต่ภาคการขนส่ง และภาคประมงเท่านั้นที่ยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันครั้งที่ 3
ดังนั้น แผนใหญ่ของพลังงานทดแทน คือการนำเอ็นจีวีมาใช้แทนน้ำมันให้มากที่สุด เพราะเอ็นจีวีไทยขุดได้เองในอ่าวไทย ทดแทนได้ทั้งดีเซลและเบนซิน แต่ในเรื่องแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลต้องดำเนินการควบคู่กันไป
การส่งเสริมเอ็นจีวีขณะนี้ทั้งบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และกระทรวงพลังงาน ปรับแผนการใหม่
จากเดิมที่จะเน้นติดตั้งในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถเก๋งบ้าน มาเป็นติดตั้งในรถโดยสาร และรถบรรทุกขนาดใหญ่แทน โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดการใช้น้ำมัน 10% ในปี53
การติดตั้งเอ็นจีวีในรถเก๋งบ้านเข็นเท่าไรก็สู้แอลพีจีไม่ได้ เพราะการติดตั้งเอ็นจีวีมีราคาแพงกว่าแอลพีจีเท่าตัว และมีข้อจำกัดในเรื่องปั๊มเอ็นจีวีที่ต้องตั้งอยู่ในแถบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ผิดกับแอลพีจีที่มีปั๊มอยู่ทั่วไทย
การปรับเปลี่ยนนโยบายเน้นติดเอ็นจีวีในรถโดยสาร และรถบรรทุกนั้น ดูเหมือนจะให้ผลคุ้มค่ากว่า เพราะรถดังกล่าวใช้น้ำมันมากกว่ารถเก๋งกว่า 6 เท่า และจะช่วยลดการใช้ดีเซล ที่มีปริมาณการใช้ในภาพรวมมากกว่าเบนซิน
การส่งเสริมติดตั้งเอ็นจีวีทำให้ขณะนี้ยอดขายเอ็นจีวีปรับขึ้นถึง 1 ล้านลบ.ฟ./วัน จากเดือนมี.ค.อยู่ที่ 16 ล้านลบ.ฟ./วัน เป็น 17 ล้านลบ.ฟ./วัน ในเดือนเม.ย. และคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้ยอดใช้จะพุ่งสูงจากเดิมถึง 10 ล้านลบ.ฟ./วัน
ในปีนี้ ปตท.ตั้งเป้าหมายขยายรถใช้เอ็นจีวีให้ได้ 60,000 คัน แบ่งเป็นรถใช้ที่ใช้น้ำมันเบนซิน 52,000 คัน และรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล 8,850 คัน
ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้เอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงแล้ว 29,804 คัน มีปั๊มเอ็นจีวี 104 แห่ง กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ 73 สถานี ต่างจังหวัด 36 สถานี
คาดว่าหลังจากแก้ปัญหาผังเมืองของกรุงเทพมหานครที่ห้ามขยายปั๊มเอ็นจีวีในเขตพื้นที่ถนนที่กว้างน้อยกว่า 16 เมตรแล้วเสร็จ ภายในสิ้นปีนี้น่าจะขยายปั๊มเอ็นจีวีทั่วประเทศได้ไม่น้อยกว่า 270 แห่ง
หากปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ในการส่งเสริมเอ็นจีวีหมดไป การส่งเสริมเอ็นจีวีคงไปได้เร็วขึ้น
ส่วนในเรื่องของแก๊สโซฮอล์ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน ประกาศที่จะไม่ยกเลิกเบนซิน 95 ตามแผนที่รัฐบาลชุดเก่าประกาศไว้ว่าจะยกเลิกเบนซิน 95 วันที่ 1 ม.ค.50 เพราะช่วงปลายปีที่ผ่านมาปริมาณเอทานอลที่จะนำมาผสมเป็นแก๊สโซฮอล์มีไม่เพียงพอ ราคาเอทานอลแพงเกินไป
ประกอบกับมีรถยนต์บางรุ่นไม่สามารถใช้ทั้งแก๊สโซฮอล์ 95 และเบนซิน 91 ได้ นายปิยสวัสดิ์จึงหันมาใช้กลไกผู้บริโภคที่จะทำให้เบนซิน 95 หมดไปจากตลาดน้ำมันของไทย
กลไกหนึ่งที่ถูกเลือกมาใช้คือการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุนส่วนต่างของราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ให้ถูกกว่าเบนซิน 95 ถึง 3.30 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ถูกกว่าเบนซิน 91 ถึง 2.80 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.เป็นต้นมา
ด้วยราคาที่แตกต่างกันมากขนาดนั้น คนที่ไม่ค่อยสนใจแก๊สโซฮอล์ เริ่มหันมามองและทดลองใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น
พร้อมกันนี้กระทรวงพลังงานเร่งส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ภายใต้แนวคิด มั่นใจ ใช้ได้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับแก๊สโซฮอล์อย่างต่อเนื่อง
แม้ไม่ได้ประกาศยกเลิกเบนซิน 95 อย่างเป็นทางการ แต่แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ได้เข้ามามีสัดส่วน 18% ของการใช้เบนซินในขณะนี้
ไบโอดีเซลดูเหมือนจะอืด...สุด ในการส่งเสริมใช้พลังงานทดแทนในไทย
การส่งเสริมไบโอดีเซลมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งปริมาณปาล์มน้ำมันที่ต้องแบ่งสรรบันส่วนมาจากการผลิตน้ำมันพืช คุณภาพของไบโอดีเซล 100 (บี 100) ยังมีไม่มากพอ และค่ายรถยนต์บางค่ายยังไม่ยอมรับการผสมกับดีเซลในสัดส่วน 5% (บี 5)
ดังนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 2 เม.ย. จึงเห็นชอบนโยบายส่งเสริมใช้ไบโอดีเซล โดยประกาศบังคับให้น้ำมันดีเซลที่ขายในขณะนี้ผสมไบโอดีเซลไม่เกิน 2% (บี 2) และขายบี 2 แทนดีเซลปกติตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.51 เป็นต้นไป
ช่วง 1 ปีก่อนที่จะบังคับใช้ กบง.ออกมาตรการจูงใจให้ผู้ค้าน้ำมันซื้อบี 100 มาผสมดีเซลขายในระดับ 0-2% ซึ่งจะทำให้ดีเซลในไทยมีไบโอดีเซลผสมอยู่ไม่เกิน 2% และขายในราคาเดิมเท่ากับดีเซล
กระทรวงพลังงานยืนยันว่าการผสมบี 100 ลงไปในดีเซลไม่เกิน 2% นั้นจะไม่มีผลต่อเครื่องยนต์ ต่างประเทศหลายๆ แห่งก็ใช้ในระดับนี้
ที่ไม่ประกาศบังคับให้เป็นบี 5 เพราะค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าต้องการให้พิสูจน์คุณสมบัติเพิ่มเติมของบี 5 ให้แน่ใจก่อน
หวังว่าสิงห์รถบรรทุก และรถปิกอัพจะสนใจไบโอดีเซล เช่นเดียวกับรถเก๋งสนใจแก๊สโซฮอล์ เพื่อสนับสนุนให้พลังงานทดแทนที่ผลิตจากพืชผลการเกษตรของไทยเติบโตขึ้น จนสามารถเป็นภูมิคุ้มกัน ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพลังงานของไทย
ถ้าเมื่อไรพลังงานทดแทนของไทยแข็งแกร่ง วิกฤตน้ำมันจะเกิดขึ้นอีกกี่รอบจะไม่มีผลกระทบกับไทย
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
