นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชน กรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากขสมก.เปิดให้เอกชนผู้มีความสามารถในการติดตั้งเครื่องยนต์ เอ็นจีวี ในรถโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. - 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้สนใจเข้ามาสมัครทั้งหมด 10 ราย ทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น โดยจะมีการพิจารณาผู้ผ่านคุณสมบัติ จากนั้นจะเปิดให้เอกชนผู้ผ่านคุณสมบัติ เข้าทดลองการติดตั้งระบบ และวิ่งบริการจริง ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน น่าจะได้ข้อสรุป ว่าบริษัทน่าจะมีคุณสมบัติเหมาะสมนายพิเณศวร์ ยังกล่าวถึงแผนการตรวจสอบและปรับปรุงเส้นทาง เพื่อให้ ขสมก.คุ้มทุน และลดค่าใช้จ่ายขององค์กร ซึ่งขณะนี้ ขสมก.ได้ว่าจ้าง คณะบัญชี จุฬาฯ เป็นผู้ศึกษาการบริการเชิงสังคม จะได้ข้อสรุปภายในเดือนต.ค.นี้ เนื่องจากบางเส้นทางมีผู้โดยสารใช้บริการ แต่บางเส้นทางแทบจะไม่มี ดังนั้น ขสมก.จึงมีความจำเป็นจะต้องศึกษาถึงการปรับลดเส้นทางลงในเส้นทางที่มีผู้โดยสารใช้บริการน้อย หากมีการปรับลดไม่ได้ และเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องบริการต่อไป ทางขสมก.จะจัดทำแผนการเงิน เพื่อเสนอของบประมาณจากรัฐบาล
ส่วนรถโดยสารที่บริการเชื่อมโยงระหว่างเส้นทางต่างๆ เข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 11 เส้นทาง จำเป็นอย่างมากว่าจะต้องมีการปรับลด จำนวนรถที่วิ่งให้บริการ เนื่องจากมีผู้มาใช้บริการน้อย และต้นทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงรถ และค่าแรงงาน ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมาก จึงส่งผลให้ขสมก.ขาดทุน ดังนั้น จากนี้ในบางเส้นทาง เช่น วงเวียนใหญ่-สุวรรณภูมิ แทบไม่มีผู้ใช้บริการ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนจากรถปรับอากาศลงมาเป็นรถธรรมดา เพื่อลดต้นทุนลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีแนวโน้มว่าจะเก็บค่าที่จอดรถในศูนย์ขนส่งสาธารณะกับทาง ขสมก. เนื่องจากทอท.ต้องการบริหารพื้นที่ของสนามบินให้มีรายได้เชิงพาณิชย์ แต่ขณะนี้ทางขสมก.ยังขาดทุนทุกเส้นทางที่บริการระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังเส้นทางอื่นๆ จึงยังไม่พร้อมจะแบกรับภาระค่าจอดรถได้ หากทางทอท.มีหนังสือมาถึงขสมก.เมื่อไร ทางขสมก.อาจจะมีข้อโต้แย้งเพื่อขอผ่อนผันการจ่ายค่าเช่าที่จอดรถออกไปก่อน
หน้า 9
ข้อมูลจาก ข่าวสด
