แบงก์ชาติมองเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้นไตรมาส 2-4 ลุ้นจีดีพีปีนี้มีโอกาสขยับขึ้นได้จากที่หั่นประมาณการไปก่อนหน้า ระบุนโยบายรัฐหนุน กระตุ้นการลงทุนครึ่งปีหลัง ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคยังทรุดนางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ เจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจ เผยแนวโน้มการลงทุนครึ่งปีหลัง ว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2-4 ปีนี้ หลังจากได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายของภาครัฐ ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่า จะช่วยให้ต้นทุนของบริษัทในการซื้อน้ำมันหรือสินค้าลดลง คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวตามปัจจัยบวกที่มีต้นทุนที่ถูก
อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ของไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 3.8-4.8% จากเดิมที่ 4-5% เนื่องจากการประเมินดังกล่าวเป็นการรวมสมมติฐานของนโยบายรัฐบาล ที่อาจจะมีการลงทุนไม่เป็นไปตามประมาณการเข้าไปด้วย
ด้าน น.ส.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และวางแผน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) คาดว่าภายในสิ้นปีนี้อัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับตัวลดลงได้อีก 0.50-1.00% ตามทิศทางเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐจะไม่แข็งค่าไปถึงระดับ 32-33 บาท แต่จะอยู่ที่ประมาณ 36 บาท โดยแนวโน้มดอกเบี้ยที่ปรับลดลงนั้น อาจจะทำให้ผู้ฝากเงินบางรายหันไปหาผลตอบแทนด้านอื่น เช่น อัตราเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนที่มีความเสี่ยงน้อยแทน เป็นต้น
ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2550 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 72.1 ลดลงจาก 72.8 ในเดือนมีนาคม และ 73.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ โดยปัจจัยหลักที่กดดันให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงในเดือนเมษายน ได้แก่ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง การปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเงินบาทแข็งค่าขึ้น รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่เห็นผลชัดเจน
การสำรวจความเห็นประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจนั้น ระดับดัชนีที่สูงกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังเห็นว่า ภาวการณ์นั้นๆ อยู่ในระดับที่ปกติ แต่หากดัชนีต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภครู้สึกไม่มั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
