แบรตซ์แพ้คดีบาร์บี้ ศาลแคลิฟอร์เนียตัดสินผู้ก่อตั้ง เอ็มจีเอ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ละเมิดลิขสิทธิ์ หยิบไอเดียตุ๊กตาแฟชั่นมาปั้นธุรกิจตัวเองขณะเป็นพนักงานของแมทเทล ผลการตัดสินครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เอ็มจีเอ ต้องจ่ายเงินค่าปรับในระดับหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หนักกว่านั้นอาจถึงขั้นต้องระงับการจำหน่าย ทั้งๆ ที่ตุ๊กตาแบรตซ์ สามารถเบียดส่วนแบ่งตลาดตุ๊กตาแฟชั่นได้มากขึ้นขณะที่บาร์บี้เอง อยู่ในฐานะเพลี่ยงพล้ำ ยอดขายหดในหลายประเทศในที่สุดคดีความฟ้องร้อง หรือ ศึกตุ๊กตาแฟชั่น ระหว่างบริษัท
แมทเทลฯ ผู้ให้กำเนิดตุ๊กตาบาร์บี้ และบริษัท เอ็มจีเอ เอ็นเทอร์
เทนเมนท์ฯ ผู้ให้กำเนิดตุ๊กตาแบรตซ์ ก็มาถึงตอนใกล้จบเมื่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ตัดสินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้นายคาร์เตอร์ ไบรอันท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เอ็มจีเอ เอ็นเทอร์
เทนเมนท์ฯ และเป็นผู้ออกแบบตุ๊กตาแบรตซ์ เป็นฝ่ายแพ้คดี โดยศาลได้พิจารณาคำฟ้องร้องจากบริษัท แมทเทลฯ ที่ระบุว่า นายไบรอันท์ได้ตั้งชื่อและออกแบบตุ๊กตาแบรตซ์ขณะทำงานภายใต้สัญญาจ้างกับแมทเทล ดังนั้นแบบร่างและแนวคิดเกี่ยวกับตุ๊กตาแบรตซ์ถือเป็นสิทธิ์ของบริษัท ศาลพิจารณาแล้วตัดสินว่า นายไบรอันท์มีแนวความคิดเกี่ยวกับตุ๊กตาแบรตซ์ขณะทำงานเป็นลูกจ้างของ
แมทเทลจริง แม้ทางฝ่ายเอ็มจีเอ จะให้ข้อมูลแย้งว่า นายไบรอันท์ทำงานกับแมทเทล 2 ช่วง คือ ช่วงแรกระหว่างปี 2538-2541 และช่วงที่สองระหว่างปี 2542-2543 การออกแบบตุ๊กตาแบรตซ์ได้เกิดขึ้นระหว่างเวลา 2 ช่วงดังกล่าว
นอกจากนี้คณะลูกขุนยังตัดสินว่า เอ็มจีเอ และนาย ไอแซค ลาเรียน ประธานบริหารของบริษัท ตั้งใจทำผิดเงื่อนไขสัญญาเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่นายไบรอันท์มีพันธะผูกพันต้องจ่ายให้กับบริษัท
แมทเทลฯ คำตัดสินครั้งนี้อาจทำให้เอ็มจีเอ ต้องจ่ายค่าเสียหายก้อนใหญ่ให้กับแมทเทลในหลักหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากทุกวันนี้ บริษัทสามารถทำกำไรจากการจำหน่ายตุ๊กตาแบรตซ์ทั่วโลกปีละประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 16,500 ล้านบาท ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นของบริษัท แมทเทลฯ ทะยานขึ้นทันที 4.4 %
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของเอ็มจีเอ เปิดเผยว่า บริษัทจะยื่นอุทธรณ์ และมีความมั่นใจว่า ท้ายที่สุดแล้ว เอ็มจีเอ จะประสบชัยชนะในคดีนี้
นายลาเรียน ซีอีโอของเอ็มจีเอ ยังกล่าวว่า ในการพิจารณาของศาลเกี่ยวกับค่าเสียหายซึ่งจะเป็นกระบวนการลำดับต่อจากนี้ เขาจะยื่นค้านว่า ตุ๊กตาแบรตซ์ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ตุ๊กตาบาร์บี้ เพราะบริษัทนำแบบร่างของนายไบรอันท์มาให้ทีมนักออกแบบของเอ็มจีเอ ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะผลิตออกจำหน่าย ขณะเดียวกันรายงานข่าวระบุว่า นายไบรอันท์ ได้เจรจาลับยอมความกับบริษัท แมทเทลฯนอกศาลแล้วตั้งแต่ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาเป็นเวลา 1 วัน
การฟ้องร้องดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานกาณ์ยอดขายของตุ๊กตาบาร์บี้ที่ลดลง และแมทเทลเองซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ที่สุดในโลก ก็กำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดตุ๊กตาแฟชั่นให้กับคู่แข่งนับตั้งแต่ปีที่ตุ๊กตาแบรตซ์ของเอ็มจีเอเปิดตัวออกสู่ตลาด ไตรมาสล่าสุดระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ยอดขายตุ๊กตาบาร์บี้ก็ยังคงลดลง โดยยอดจำหน่ายรวมทั่วโลกในช่วงดังกล่าวลดลง 6 % ขณะเดียวกับที่กำไรสุทธิของบริษัทลดถึง 48 % มาอยู่ที่ระดับ 11.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ตุ๊กตาบาร์บี้ทำยอดจำหน่ายหายไปถึง 21 % อย่างไรก็ตาม แมทเทลยังมียอดขายของเล่นอื่นมาชดเชยยอดขายตุ๊กตาบาร์บี้ที่ลดลงไป เช่นของเล่นที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์ยอดฮิตในช่วงฤดูร้อนนี้ อาทิ แบทแมน ตอน เดอะ ดาร์ค ไนท์ , สปีด เรเซอร์ และกังฟู แพนด้า
เปรียบมวยศึกแชมป์ตุ๊กตาแฟชั่น
ชื่อ บาร์บี้ แบรตซ์
เกิด (ค.ศ.) 1959 2001
ส่วนสูง(นิ้ว) 11.5 10
ผลงานภาพยนตร์ล่าสุด Barbie as the Island Princess (2007) Bratz : the Movie (2007)
หนุ่มๆ ในสังกัด เคน คาเมรอน , ดีแลน
กำเนิด รูธ แฮนด์เลอร์ เห็นลูกสาวชื่อบาร์บารา คาร์เตอร์ ไบรอันท์ ร่างแบบตุ๊กตา
เล่นตุ๊กตากระดาษ โดยสมมติบทบาทให้ จากภาพเด็กๆ วัยรุ่นเดินกลับจาก
ตุ๊กตามีอาชีพต่างๆ โรงเรียน โฆษณารองเท้า
สตีฟ แมดเดน และภาพปกซีดี
เพลงของวง ดิกซี่ ชิคส์
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
