ไพโอเนียร์ เผยครึ่งปีหลังรุกหนักตลาดกลุ่มไฮเอนด์ ขนสินค้ารุ่นใหม่ป้อนเพียบ ชี้ต้นปีหน้าเตรียมนำเข้า แอลซีดี ทีวีชิมลางในไทยครั้งแรก หลังปริมาณความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้ง พร้อมเดินหน้าทำตลาดแบบโดยตรง และอัดกิจกรรมผ่านช่องทางจำหน่าย มั่นใจสร้างยอดขายได้ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ 1,800 ล้านบาทนายรุ่งโรจน์ เลิศอำนาจกิจเสรี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แผนกเครื่องเสียงภายในบ้าน บริษัท ไพโอเนียร์ อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังว่า บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับผู้บริโภคกลุ่มบนต่อไป พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ โดยล่าสุดได้ทำการเปิดตัว SUSANO AV Multi Channel Pre-Main Amplifier รุ่น SC-LX90 แบบ 10 แชนเนล กำลังขยายเสียง 1,400 วัตต์ ซึ่งจะวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้
นอกจากนี้บริษัทจะเปิดตัวเครื่องเล่นบลูทูธ และพลาสมา ทีวี เข้าสู่ตลาดช่วงปลายปี หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2008 โดยยอดขายพลาสมา ทีวีเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติถึง 40% ในเชิงปริมาณ อีกทั้งมีแผนการที่จะนำผลิตภัณฑ์กลุ่มแอลซีดี ทีวีเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรก โดยคาดว่าจะเป็นช่วงต้นปี 2552 เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นถึงปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้แอลซีดี ทีวีของบริษัทมีวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา และในทวีปยุโรป
ปีนี้บริษัทใช้งบการตลาดทั้งสิ้น 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องของการทำตลาดแบบโดยตรง (Direct Marketing) ประกอบกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับบนโดยเฉพาะผ่านช่องทางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกว่า 100 ร้านทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามบริษัทจะไม่โหมการทำตลาดมากในปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองที่ยังคงอึมครึม
บริษัทจะไม่ตั้งเป้าการเติบโตที่สูงมาก เนื่องจากปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ในทางกลับกันบริษัทจะมีการรีวิวตลาดทุกครึ่งปีเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด โดยหลังจากที่บริษัทได้ทำการปรับทิศทางการดำเนินงานเมื่อ 3 ปีก่อน โดยมุ่งให้ความสำคัญกลุ่มเป้าหมายระดับไฮเอนด์ส่งผลให้ยอดขายบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้น และฐานลูกค้าที่แข็งแรง มีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง นายรุ่งโรจน์ กล่าว
ในส่วนของตลาดเครื่องเสียงภายในบ้านปีนี้ บริษัทมองว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลงเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีอัตราการเติบโตลดลงเฉลี่ย 5% โดยปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจ และการเมือง โดยช่วง 6 เดือนแรกบริษัทสามารถทำยอดขายได้ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ และยืนยันว่าจะไม่มีการปรับเป้ายอดขายปีนี้ที่ 1,800 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1,600 ล้านบาท
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
