ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าขยายฐานนักลงทุน ตั้งเป้าปีนี้มีหน้าใหม่เพิ่ม 25,000 บัญชี ดันสิ้นปีคนเล่นหุ้นเพิ่มเป็น 5.28 แสนบัญชี ย้ำจุดยืนระยะยาวเน้นส่งเสริมการลงทุนผ่านกองทุนรวมหนุนเทรดหุ้นผ่านอินเตอร์เน็ต จัดโครงการ SET Click 2 WIN ปีที่ 2 ชี้คนรุ่นใหม่แห่สมัครทะลุเป้า 2 หมื่นรายนายเก่งกล้า รักษ์เผ่าพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานการตลาดศูนย์ระดมทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท. )ให้สัมภาษณ์ฐานเศรษฐกิจถึงแผนการขยายฐานนักลงทุนสำหรับปี 2551 ว่า ยังคงมีกิจกรรมต่าง ๆเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา โดยแนวทางการขยายฐานนักลงทุนในตลาดหุ้นและการส่งเสริมการลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) นั้น ปีนี้ตลท.ยังคงเป้าเดิม คือ มีนักลงทุนรายใหม่ 25,000 บัญชี จากสิ้นปี 2550 มีจำนวนนักลงทุน 502,914 บัญชี เป็นบัญชีที่ซื้อขายสม่ำเสมอ 94,465 บัญชี และมีนักลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนLTF จำนวน 230,000 บัญชี
นายเก่งกล้า กล่าวว่า แผนระยะยาวของตลท. คือ การส่งเสริมนักลงทุนให้ลงทุนผ่านกองทุนรวมแบบต่อเนื่องทุกเดือน หรือการลงทุนแบบเฉลี่ยราคา (Dollar Cost Averaging) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุน ทำให้เฉลี่ยต้นทุน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนแบบก้อนเดียวในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ทั้งนี้การส่งเสริมการลงทุนแบบเฉลี่ยราคาถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)เริ่มใส่ใจและหันมาทำการตลาดด้วยการส่งเสริมการลงทุนแบบเฉลี่ยราคามากขึ้น ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะขยายฐานนักลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนLTF ได้เพิ่มขึ้นแน่นอน
นอกจากนี้ตลท.ยังมีโครงการขยายฐานนักลงทุนที่เป็นโครงการระยะยาวคือ โครงการ SET Click 2 WIN ซึ่งรูปแบบการแข่งขันจะเป็นการจำลองการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยอาศัยข้อมูลข่าวสาร ราคา และสถานการณ์จริง เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้ลงทุนสามารถทดลองซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบการซื้อขายออนไลน์
วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการดังกล่าวเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนผ่านการแข่งขันเกมเสมือนจริง เป็นกิจกรรมการตลาดที่สนับสนุนการขยายฐานผู้ลงทุนรายย่อยและเพื่อสร้างประสบการณ์การลงทุนผ่านอินเตอร์เน็ตให้กับผู้ลงทุน
โดยเปิดรับสมัครและกิจกรรมต่างๆ 30 เมษายน - 30 กันยายน 2551 ระยะเวลาการแข่งขันเริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2551 และประกาศผลอย่างเป็นทางการและมอบรางวัลในเดือน ธันวาคม 2551 ขณะที่มีจำนวนผู้สมัครได้ตามเป้าหมายแล้วคือ 20,000 ราย หากเทียบกับปีที่แล้วที่มีจำนวนผู้สมัคร 17,000 ราย และพบว่าได้ทยอยมาเปิดบัญชีเล่นหุ้นแล้ว
นายเก่งกล้า กล่าวว่า เม็ดเงินใหม่ไหลเข้ากองทุนLTF ทั้งปี 2551 คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท เทียบจากปี 2550 ที่มีเงินใหม่เข้ามาประมาณ 15,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(เอ็นเอวี)กองทุน LTF ทั้งอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท โดยได้รับผลดีจาก การสนับสนุนของภาครัฐที่ขยายเพดานการลดหย่อนภาษีเงินลงทุนในกองทุนLTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) จาก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท
สำหรับแผนขยายฐานผู้ลงทุนซึ่งเป็นแผนระยะสั้น คือ โครงการEJIBซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้พนักงานบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ถือหุ้นของบริษัท โดยบจ.ใส่เงินลงทุนให้อีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งตลท.ได้นำเสนอโครงการดังกล่าวต่อบจ.ตั้งแต่ต้นปีมานี้จำนวน 20 แห่ง โดยคัดเลือกบริษัทที่มีขนาดกลาง และมีผลประกอบการดี เนื่องจากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีต้นทุนเพิ่มจากการสนับสนุนเงินลงทุนบางส่วนให้กับพนักงานในโครงการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้บริหารและพนักงาน( ESOP)โดยขณะนี้มีโบรกเกอร์ร่วมโครงการ 2 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ซิกโก้ จำกัด และบล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)ฯ ขณะที่ตั้งเป้าว่าปีนี้จะมีบริษัทร่วมโครงการ 5 แห่ง
นอกจากนี้มีโครงการเดอะ สตาร์ มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นโครงการเพิ่มนักลงทุนรายใหม่ผ่านการจัดกิจกรรมของเจ้าหน้าที่การตลาด(มาร์เก็ตติ้ง)ของโบรกเกอร์
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
