กรมการค้าภายในส่งทีมสุ่มตรวจปั๊มก๊าซ พบหลายรายกักตุนจริงอ้างหมด ปลัดพาณิชย์สั่งฟันผู้กักตุนเฉียบขาด โทษทั้งจำทั้งปรับ พาณิชย์เรียกถกผู้ค้า หวังประเมินสถานการณ์ 30 มิถุนายน ขณะที่เมืองกรุงป่วนทั้งวันหลังหาที่เติมไม่ได้ ที่แปดริ้วทั้งเมืองเปิดแค่ปั๊มเดียว ลูกค้าทั่วสารทิศทะลัก ถึงขั้นแย่งคิวชกต่อยชุลมุนประชาชนผู้ใช้ก๊าซแอลพีจี
ต่อคิวยาวออกมานอกปั๊ม
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวหลังนำคณะออกสุ่มตรวจสถานีบริการก๊าซแอลพีจี โดยยอมรับว่าขณะนี้ปั๊มหลายแห่งมีปัญหาการจัดส่งก๊าซ จนไม่เพียงพอจำหน่าย ส่วนใหญ่จะมีจำหน่ายในปั๊มของ ปตท. ทำให้มีการต่อแถวยาว ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวกรมการค้าภายในจะเรียกประชุมผู้ค้าก๊าซรายใหญ่และกรมธุรกิจพลังงานในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เพื่อดูว่าปัญหาก๊าซแอลพีจีขาดตลาดเกิดจากปัญหาการจัดส่วนหรือไม่ และสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติเมื่อไร
นายยรรยงย้ำว่า คงต้องตรวจสอบดูว่าที่ก๊าซแอลพีจีไม่เพียงพอจำหน่ายเกิดจากปัญหาการกักตุนของปั๊มค้าปลีกรายย่อย หรือปัญหาการจัดส่งของผู้ผลิตรายใหญ่ กรมการค้าภายในขอย้ำและเตือนสถานีบริการก๊าซทุกแห่งทั่วประเทศว่า ก๊าซแอลพีจีเป็นสินค้าควบคุม หากสถานีบริการไม่ยอมจำหน่ายและอ้างก๊าซหมดเพื่อกักตุน ก็จะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนร้องเรียนว่าไม่มีก๊าซแอลพีจีจำหน่ายในหลายสถานี เพื่อหวังกักตุน หลังจากที่กระทรวงพลังงานจะประกาศปรับราคาก๊าซแอลพีจีในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ปัจจุบันจำนวนปั๊มก๊าซทั้งเอ็นจีวีและแอลพีจีมีทั้งหมด 449 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแอลพีจี 236 แห่ง และเอ็นจีวี 213 แห่ง ส่วนปริมาณความต้องการใช้แอลพีจีขณะนี้พบว่า ใช้ในกลุ่มยานยนต์ 16% ภาคครัวเรือน 50% และภาคอุตสาหกรรม 36%
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้รายงานให้ทราบว่าจากการตรวจสอบผู้ค้าที่จำหน่ายก๊าซแอลพีจี ขณะนี้พบมีผู้ค้าหลายรายกักตุน ไม่ยอมจำหน่ายก๊าซให้แก่ประชาชน โดยอ้างว่าก๊าซหมดเพื่อฉวยโอกาสในช่วงที่จะมีการปรับราคา หวังจะกักตุนไว้จำหน่ายในราคาใหม่ เรื่องนี้ถือเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย และได้สั่งการให้กรมการค้าภายในดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อผู้ค้าเหล่านี้
ส่วนปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้นนั้น ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังติดตามการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าราคาสินค้าหลังจากนี้จะปรับตัวไม่มากนัก และเงินเฟ้อในประเทศก็จะไม่ปรับสูงขึ้นมาก จนเป็นเลข 2 หลัก เหมือนที่หลายคนวิตก โดยกระทรวงพาณิชย์เตรียมแนวทางหาสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้ กระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับภาคเอกชน จัดงานแสดงสินค้าเมดอินไทยแลนด์ขึ้น โดยจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี มีสินค้าราคาถูกมากมายมาจำหน่าย เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ชูฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ปตท.มีการจ่ายแอลพีจีให้แก่ลูกค้าของ ปตท. และผู้ค้ามาตรา 7 ตามที่กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้กำหนดในปริมาณปกติเสมอมา แต่ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา อาจมีปัญหาความล่าช้าในการขนส่งแอลพีจีจากคลังก๊าซเขาบ่อยา ที่ศรีราชา ช.ชลบุรี มายังคลังก๊าซบางจาก เนื่องจากความแออัดของท่าเรือ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหาดังกล่าวมีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ปริมาณสำรองและความสามารถในการจ่ายก๊าซอยู่ในระดับปกติ อีกทั้งในสัปดาห์หน้าจะมีแอลพีจีที่นำเข้าจากต่างประเทศอีก 2.2 หมื่นตัน และคาดว่าจะทยอยนำเข้าตลอดทั้งปี ซึ่งจะทำให้มีปริมาณแอลพีจีจำหน่ายในประเทศเพียงพอ
ปัจจุบันการใช้ก๊าซแอลพีจีในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 3 ล้านตัน ในปีที่ผ่านมา เป็น 3.5 ล้านตัน ในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 14.2% ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการใช้ในรถยนต์ถึง 22.7% สาเหตุจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตามภาวะตลาดโลก และประชาชนหันมาใช้แอลพีจีทดแทนเพิ่มขึ้นสูงเกินกว่าปกติ ปัจจุบันราคาในตลาดโลกอยู่ที่ 905 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่รัฐกำหนดให้โรงกลั่นและโรงแยกก๊าซในประเทศขายเพียง 332 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเท่ากับผู้ผลิตรับภาระอยู่ประมาณเกือบ 600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ดังนั้นหากโครงสร้างราคายังคงเป็นเช่นในปัจจุบัน อนาคตอาจทำให้เกิดปัญหาถังเก็บจ่ายรองรับการนำเข้าของ ปตท. ที่มีอยู่ไม่เพียงพอได้ ขณะนี้ ปตท.มีสถานีบริการแอลพีจีเพียง 36 แห่ง จาก 236 แห่ง ขณะที่มีส่วนแบ่งตลาดในภาคขนส่งร้อยละ 7 ที่เหลือเป็นของผู้ค้ามาตรา 7 อื่น และขอยืนยันว่าปัญหาแอลพีจีที่ขาดแคลนนี้ ปตท.ไม่ได้กักตุนแต่อย่างใด
นายวิชิต สุนทราจารย์ เจ้าของปั๊ม บริษัท ปิโตรเลียมน้ำมัน (ติวานนท์ ) จำกัด กล่าวว่า คงไม่มีปั๊มใดกักตุนเพื่อหวังรายส่วนต่างเพียงเล็กน้อย และเป็นการทำผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่ขายก๊าซได้ต่อวัน 3-4 ตัน โดยช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีปัญหาการจัดส่ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าหันมาเติมก๊าซแอลพีจีจำนวนมาก ทำให้ก๊าซหมดเร็วกว่าปกติ จึงพยายามติดต่อไปที่คลังจัดส่ง โดยมีปัญหาที่คลังน้ำมัน คาดว่าอีกไม่นานคงจัดส่งได้ตามปกติ
เช้าวันเดียวกัน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" หลังปั๊มก๊าซใน กทม.ไม่มีก๊าซจำหน่ายว่า เรื่องนี้ไม่ต้องแก้หรอก วันที่ 1 กรกฎาคม เขาปรับปรุงราคาออกมาขายธรรมดา ต้องบอกเลยว่ามันเป็นสันดานของคนพวกนี้ เล็กๆ น้อยๆ แต่อยากว่าพวกกักตุนคนที่อยากได้น้ำมันขึ้นราคาก็รีบไปเติม ก็เป็นความรู้สึกนึกคิด
"ที่ใช้คำว่าสันดานนั้นคือคนพวกที่ทำอย่างนี้ล่ะครับ หากินกับตรงนี้ ทนสักวันสองวันเถอะครับ ดีไม่ดีหาเติมไม่ได้หยุดมันเลยวันจันทร์ วันอังคารก็ออกมาแล้วครับ ราคาใหม่ ไม่ได้แพงขึ้นไปเท่าไรหรอก แต่บังเอิญเขากำหนดไว้ เขากำหนดล่วงหน้าไปครึ่งปีค่อนปีว่าวันนี้ เป็นสันดานของคนพวกนี้ที่มันทำกัน ผมกล่าวหาได้เต็มที่เลย พอถึงวันอังคาร วันที่ 1 ราคาเปลี่ยนใหม่ก็ออกมา ก็มีใช้ ไม่ลำบากยากเข็ญอะไรนักหนา เป็นสันดานของพวกที่ทำมาหากินแบบเอาเปรียบ" นายกฯ ระบุ
วันเดียวกัน จากการสุ่มสำรวจบรรยากาศการจำหน่ายก๊าซแอลพีจีใน กทม. ที่บริเวณถนนรามอินทรา-อาจณรงค์ ถึงเส้นรัตนาธิเบศร์ ปรากฏว่า ปั๊มก๊าซต่างปิดให้บริการ โดยเขียนป้ายว่าก๊าซหมด ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าบางร้านอาจกักตุนก๊าซ ที่จะมีการปรับราคาก๊าซลอยตัวในภาคการขนส่งในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ แม้กรมการค้าภายในประกาศเตือนผู้ค้าขายก๊าซ หากมีการกักตุนจะมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เป็นที่น่าสังเกตว่าตั้งแต่เช้าวันที่ 29 มิถุนายน มีผู้ขับขี่รถแท็กซี่และรถยนต์ที่ติดตั้งระบบก๊าซแอลพีจีและได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากปั๊มก๊าซหลายแห่งปิดให้บริการ โทรศัพท์ร้องเรียนไปยังสถานีวิทยุ สวพ.91 และ จส.100 จำนวนมาก พร้อมทั้งสอบถามปั๊มก๊าซที่เปิดให้บริการว่ามีอยู่จุดใดบ้าง โดยมีประชาชนแจ้งรายละเอียดเข้ามาเป็นระยะๆ ว่ามีจุดใดให้บริการบ้าง จนสร้างความปั่นป่วนตลอดทั้งวัน
ส่วนบรรยากาศที่สถานีบริการน้ำมันและเติมก๊าซแอลพีจีใน จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะที่ปั๊ม ปตท.ริมถนนศุขประยูร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา มีรถยนต์จำนวนมากเข้ามาต่อคิวรอใช้บริการเติมก๊าซอย่างเนืองแน่น อย่างไม่เคยเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน หลังสถานีบริการเติมก๊าซทั่วทั้ง จ.ฉะเชิงเทราและใกล้เคียง รวมทั้งในกรุงเทพฯ ต่างพากันปิดให้บริการรอการปรับราคาจำหน่ายใหม่
นายเจริญศักดิ์ ผดุงเจริญ อายุ 65 ปี เจ้าของบริษัท เจริญศักดิ์ธานีออยล์ จำกัด ซึ่งเปิดให้บริการ จำหน่ายก๊าซแอลพีจีและน้ำมันของ ปตท. กล่าวว่า สาเหตุที่มีรถเข้ามารอใช้บริการมากจนล้นปั๊ม และก่อให้เกิดปัญหาขึ้นหลายประการ จนทำให้เกิดความแออัดภายในปั๊ม กีดขวางการเข้ามาเติมน้ำมันของรถยนต์ จนไม่มีทางออกจากปั๊ม รวมทั้งการก่อให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทของผู้ที่เข้ามารอใช้บริการเติมก๊าซ ที่แซงคิวกันเอง และบางครั้งเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้นขณะแย่งกันเติมก๊าซ จนทางปั๊มต้องแก้ปัญหาด้วยการออกบัตรคิวให้ เหตุการณ์จึงดีขึ้น
เจ้าของปั๊มระบุว่า สาเหตุดังกล่าวเชื่อว่าเกิดจากปั๊มก๊าซหลายแห่งใน จ.ฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียง ต่างพากันขึ้นป้าย ก๊าซหมด ปิดปั๊มเพื่อกักตุนก๊าซไว้รอขยับราคาขึ้นใหม่ จึงทำให้มีจำนวนลูกค้ามากขึ้น แม้แต่คนในกรุงเทพฯ ยังขับรถออกมาเติมก๊าซที่ปั๊มตน เพราะหาปั๊มเติมก๊าซที่อื่นไม่ได้
นายเจริญศักดิ์ยืนยันว่า ปั๊มของตนก๊าซไม่มีหมด และจะเปิดให้บริการตลอดไป เพียงแต่ต้องรอคิวนานเท่านั้น เพราะแต่ละวันจะมีรถหลายพันคันเข้ามารอใช้บริการ นอกจากนี้ เมื่อ 2 เดือนก่อน ยังพยายามยื่นขอใบอนุญาตขยายการเปิดให้บริการจากเดิมที่มีอยู่ 2 หัวจ่าย เป็น 4 หัวจ่าย แต่กลับไม่ได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ความต้องการของประชาชนเพิ่มมากขึ้น
ภาคเหนือปริมาณแอลพีจีสำรองใกล้วิกฤติ
นายไพบูลย์ จิตมณีวรรณ หัวหน้าพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพลังงานที่ 10 กล่าวว่า สถานการณ์การขาดแคลนแอลพีจีที่ จ.เชียงใหม่ ขณะนี้ เป็นลักษณะเดียวกันกับที่กรุงเทพฯ สาเหตุเกิดจากปริมาณก๊าซสำรองในคลังกลางของ ปตท.ที่ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นจุดที่ป้อนก๊าซให้ปั๊มประสบปัญหาแอลพีจีสำรองในคลังมีไม่เต็มจำนวน และเหลืออยู่น้อยมาก ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงปกติ จากเดิมที่มีสำรองในคลัง 3 ถัง รวม 3 ล้านกิโลกรัม ขณะนี้มีปริมาณที่ลดลงเหลืออยู่น้อย เนื่องจากคลังใหญ่ที่ส่วนกลางขาดแคลนก๊าซ ไม่ได้จัดส่งก๊าซมาให้ ทำให้ภาคเหนือได้รับผลต่อเนื่องจากปัญหาดังกล่าว
นายไพบูลย์คาดว่า ภายใน 1-2 วันนี้สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ยืนยันว่าเหตุที่ปั๊มหลายแห่งต้องงดจำหน่ายชั่วคราวไม่ได้มีสาเหตุมาจากเจ้าของปั๊มก๊าซกักตุนเพื่อเก็งกำไร แต่เป็นเพราะไม่มีให้จำหน่าย ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบผู้ให้บริการและกำชับว่าไม่ให้กักตุนให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชน หากตรวจพบจะดำเนินตามกฎหมายทันที เท่าที่ทราบในเดือนหน้าราคาแอลพีจีจะมีการปรับขึ้นจริง แต่จะเป็นเฉพาะในส่วนของการใช้งานภาครถบรรทุก แต่ในส่วนของภาคครัวเรือนนั้น คิดว่ารัฐบาลจะไม่ปรับเพิ่ม
การขยายตัวของปั๊มก๊าซใน จ.เชียงใหม่นั้น ถือว่ามีการขยายตัวในอัตราที่สูงถึง 4 เท่าตัวของปีก่อน จากเดิมเมื่อปีที่ผ่านมา จ.เชียงใหม่ มีปั๊มแอลพีจีเพียง 2 แห่ง แต่มาถึงขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 13 แห่ง คือ อ.เมือง 12 แห่ง อ.สารภี 1 แห่ง โดยการขยายตัวเริ่มสูงขึ้นมากตั้งแต่ช่วงที่ราคาน้ำมันแพงขยับขึ้นมาเป็นลิตรละ 30 บาท และแนวโน้มของการขยายเพิ่มของธุรกิจปั๊มก๊าซยังเพิ่มขึ้นอีก
นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการมาขออนุญาตเปิดตกเดือนละ 2-3 แห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นรายเดิมที่ต้องการขยายสาขาเพิ่ม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานทางเลือกแทนน้ำมัน และทางสำนักงานพลังงานที่ 10 ก็ไม่มีนโยบายที่จะกีดกัน นอกจากนี้แนวโน้มการใช้ก๊าซแอลพีจีในการขับขี่ของประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 25% จากช่วงเดือนเดียวกันนี้ของปีที่ผ่านมา
ขณะที่ปั๊มใน จ.อุบลราชธานี ที่ให้บริการก๊าซแอลพีจีบางแห่ง พบว่าประสบปัญหาไม่มีก๊าซบริการลูกค้า นายสง่า มงคลการ เจ้าของร้านส่งก๊าซรายย่อยในตลาดหนองบัว กล่าวว่า เริ่มขาดตลาดได้ 2-3 วัน โดยเมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ไปสั่งซื้อที่ผู้แทนจำหน่าย เวิลด์แก๊ส ก็ได้รับแจ้งว่าไม่มีส่งให้ รวมทั้งได้นำถังเปล่า ไปซื้อที่ตัวแทนจำหน่ายบริษัท สยามแก๊ส ก็ได้รับแจ้งว่าไม่มีเช่นกัน โดยบอกว่าในวันที่ 30 มิถุนายน ช่วงบ่ายให้ไปดูอีกครั้ง ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้มาจำหน่ายหรือไม่
ประชาชนผู้ใช้รถยนต์เติมก๊าซแอลพีจีได้นำรถยนต์ไปเติมก๊าซตลอดทั้งวัน โดยที่สถานีบริการก๊าซ ถนนพิชิตรังสรรค์ จ.อุบลราชธานี มีประชาชนนำรถยนต์ไปเข้าคิวเติมจำนวนมาก โดยเจ้าของสถานีบริการ กล่าวว่า ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ที่มีสถานีบริการก๊าซ รวม 4 แห่ง ส่วนใหญ่เริ่มประสบปัญหาการขาดแคลน เนื่องจาก ปตท.ไม่ส่งก๊าซให้ตัวแทนจำหน่ายตามที่สั่งซื้อ โดยบางปั๊มจำหน่ายได้เพียงครึ่งวันก็หมดและจะต้องรอการส่งอีก 1-2 วัน
นายวรเชษฐ์ วงศ์วิไล ผู้ใช้บริการเติมก๊าซรถยนต์แอลพีจี กล่าวว่า ทราบว่าจะมีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายก๊าซ จึงนำรถยนต์มาเติมก๊าซเก็บสำรองไว้ ซึ่งการปรับขึ้นราคาลิตรละ 3 บาท ยอมรับได้เพราะยังถูกกว่าราคาน้ำมันเท่าตัว และเห็นใจรัฐบาลที่จะต้องรับภาระชดเชยราคาก๊าซ และจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาก๊าซลอยตัวตามกลไกตลาด แต่ขอให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ก๊าซในครัวเรือนด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
