น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงการเคลื่อนขบวนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ว่า ทั้งนักลงทุนและฝ่ายต่างๆ ยังคาดเดาไม่ได้ว่าผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร จึงอยากให้กลุ่มพันธมิตรฯ คำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวมและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ถึงแม้เป็นสิทธิที่กระทำได้ แต่มองว่าการยืนยันปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาลยิ่งจะทำให้ประเทศบอบช้ำมากขึ้นไปอีกนางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถา เรื่อง จับกระแสเศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก ว่า ธปท.จะมีการปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของปี51 ใหม่ ในการประชุมแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในเดือนก.ค.นี้ จากการคาดการณ์เดิมว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4.8-6% ซึ่งหากรัฐบาลต้องการให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเติบโตถึง 6% จะต้องเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ 94% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด ขณะที่รัฐวิสาหกิจต้องมีการลงทุนจริง ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปที่คาดไว้ 4-5% และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1.5-2.5% จะต้องปรับใหม่ เพราะเป็นอัตราที่ต่ำเกินไปในภาวะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น และสิ่งที่ธปท.เป็นห่วงคือ การลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐ เพราะความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจท่ามกลางภาวะการเมืองในปัจจุบันยังคงปรับลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทย วันที่ 20 มิ.ย.ว่า เปิดตลาดช่วงเช้าค่อนข้างมีความผันผวน แต่หลังจากตลาดเปิดทำการช่วงบ่าย ซึ่งเป็นเวลาที่กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนขบวนกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลนั้นไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดกลับมาปิดที่ 768.90 จุด เพิ่มขึ้น 26.44 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 21,919.42 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มีแรงเข้ามาช้อนซื้อจากนักลงทุนสถาบัน 1,365.13 ล้านบาท เช่นเดียวกับนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาซื้อสุทธิ 1,174.32 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับเทขายสุทธิ 2,539.45 ล้านบาท
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
