พลังงานยัน ไม่ปรับราคาก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือน หลังแยกราคาก๊าซเป็น 2 ตลาดเดือนกรกฎาคมนี้ คาดเพิ่มเฉพาะภาคขนส่ง พร้อมอุดหนุนดีเซลราคาถูกช่วยผู้ประกอบการรถบรรทุกพล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวยืนยันว่า เดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการแยกราคา ก๊าซหุงต้ม หรือ แอลพีจี ออกเป็น 2 ราคา โดยราคาแอลพีจีที่ใช้ในภาคยานยนต์และอุตสาหกรรม จะสูงกว่าภาคครัวเรือน แต่ยังไม่ระบุชัดว่าจะไม่ปรับราคาภาคครัวเรือน เพราะขณะนี้ไทยมีแนวโน้มต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจีสูงขึ้น และมีส่วนต่างของราคานำเข้าสูงถึง 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ส่วน การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) วันที่ 19 มิถุนายนนี้ กระทรวงพลังงานพร้อมให้การสนับสนุนนำน้ำมันราคาถูกที่ได้รับความช่วยเหลือจากโรงกลั่นไปช่วยเหลือภาครถบรรทุก แต่ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ที่ให้ผลประโยชน์ลงไปถึงประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตกกับผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ในวันเดียวกันได้ร่วม ประชุมกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากทั่วโลก ให้มีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกลดผลกระทบน้ำมันแพง ของราคาพืชอาหารที่แพงขึ้น โดยในส่วนของไทยยืนยันว่าการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร เพราะพืชพลังงานของไทยเป็นพืชเหลือใช้ไม่ได้เป็นพืชอาหาร ซึ่งขณะนี้ไทยเป็นผู้นำในอาเซียนในการใช้พลังงานทดแทนทั้งไบโอดีเซลและเอทานอล นอกจากจะมีการใช้กากน้ำตาลมันสำปะหลังแล้วขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องการผลิตจากเซลลูโลส และศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย นอกจากการใช้ปาล์มและสาหร่าย คาดว่าจะเป็นส่วนเสริมทำให้มีทางเลือกเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเป้าหมายของไทยจะมีการใช้พลังงานทดแทน 10% ในปี 2554 เพิ่มเป็น 20% ในปี 2565
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
