พาณิชย์ไฟเขียว สินค้าหมวดของใช้ประจำวัน 60 รายการ ขึ้นราคาตามต้นทุน ด้าน ผู้ผลิต ระบุ อาจไม่ปรับราคา แต่จะลดขนาดแพ็คเก็จแทนภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว
นางวัชรี วิมุกตายน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าในหมวดของใช้ในชีวิตประจำวันจำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (พีแอนด์จี) บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ บริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล บริษัท สหพัฒนพิบูล และบริษัท ยูนิลีเวอร์ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันถึงร้อยละ 90 ของสินค้าในกลุ่มนี้ ว่า หลังจากครบกำหนดที่ทางภาคเอกชนได้ให้ความร่วมมือในการลดราคาสินค้า 60 รายการ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่มีนาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ภาคเอกชนรู้สึกต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในด้านค่าขนส่ง จึงไม่สามารถที่จะขยายระยะเวลาการลดราคาสินค้าตามโครงการดังกล่าวต่อไปได้
ดังนั้นกรมการค้าภายในจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดในการแข่งขันของแต่ละกลุ่มสินค้า โดยสินค้าบางรายการอาจต้องปรับราคาสูงขึ้น แต่จะยังอยู่ในเกณฑ์ราคาควบคุมของกรมการค้าภายในอย่างใกล้ชิด
ด้าน นายประพจน์ นันทวัฒน์ศิริ นายกสมาคมสบู่ ผงซักฟอก และผลิตภัณฑ์ชำระล้างไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ผลิตสินค้าส่วนใหญ่ประสบกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าร้อยละ 40 โดยเฉพาะจากผลกระทบราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ทำให้ต้องมีการปรับลดต้นทุนการบริการจัดการ เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นราคา โดยสินค้าบางชนิดอาจจะต้องมีการปรับลดขนาดและปริมาณลง เช่น ผงซักฟอกและน้ำยาล้างจาน แต่ราคายังอยู่ในการควบคุมของกรมการค้าภายใน
ทั้งนี้ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังจะใช้โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูง แต่หากมีการปรับราคาขึ้นคงจะไม่แพงอย่างที่คิด แต่ในฐานะกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทสหพัฒนพิบูล ที่ดูแลในหมวดกลุ่มสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน หากจะปรับราคาสินค้าขึ้นจะขอปรับเป็นคนสุดท้ายเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในยามที่สินค้ามีราคาแพง แต่ขอให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่ากลุ่มผู้ประกอบการแบกรับภาระต้นทุนต่าง ๆ ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด หากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการขยับขึ้นไปมาก ทางกลุ่มจะพิจารณาราคาสินค้าตามความจำเป็นต่อไป
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว