การรับจำนำข้าวเปลือกวันแรก หลายจังหวัดเงียบเหงา เหตุส่วนใหญ่ขายผลผลิตแล้วตั้งแต่เดือนพ.ค. โรงสีอัดธ.ก.ส.ระเบียบจัด เมินเข้าร่วมบรรยากาศการเปิดรับจำนำข้าวนาปรังในวันแรก หลายจังหวัดเงียบเหงา เนื่องจากมีโรงสีเข้าร่วมโครงการแค่ 9 โรงจาก 75 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งบางจังหวัด ไม่มีเกษตรกรนำข้าวมาจำนำ
จังหวัดบุรีรัมย์ ยังไม่มีเกษตรกรนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการจำนำ กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. แม้แต่รายเดียว ทั้งที่มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 760 คน รวมถึงยังไม่มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการเช่นกัน
คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด เชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะเกษตรกรส่วนใหญ่นำข้าวไปจำหน่ายให้กับโรงสีและผู้ประกอบการจนหมดแล้ว ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งให้คณะอุนกรรมการฯ และผู้เกี่ยวข้องออกสำรวจข้าวนาปรังของเกษตรกรว่ามีอยู่ในมือมากน้อยเพียงใด มีความต้องการนำข้าวเข้าร่วมโครงการจำนำหรือไม่ และรายงานให้จังหวัดทราบ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับจำนำข้าวของเกษตรกรต่อไป
ด้านจังหวัดอุบลราชธานี ที่ไม่มีเกษตรกรนำข้าวมาจำนำแม้แต่รายเดียว เนื่องจากผลผลิตซึ่งมีราว 32,000 ตัน ได้ขายไปหมดแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมส่วนผลผลิตข้าวเหนียวที่ปลูกในพื้นที่ส่วนใหญ่ ไม่สามารถนำเข้าร่วมโครงการได้
ส่วนที่เชียงราย โรงสียังไม่สามารถเปิดรับจำนำข้าวได้ ซึ่งนายพิเชียร จอมพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธ.ก.ส. จังหวัดเชียงรายชี้แจงว่า สาเหตุไม่ได้เกิดจากปัญหาเรื่องเงิน แต่เนื่องจากโรงสีแม่จันโกลเด้นเกรนในอำเภอแม่จัน ที่เข้าร่วมโครงการอยู่ระหว่างยื่นเอกสารค้ำประกันข้าว ต่อคณะกรรมการข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด จึงไม่สามารถรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังจากชาวนา ซึ่งคาดว่ามีประมาณกว่า 50,000 ตันในวันนี้ได้ แต่เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการรับจำนำข้าวได้ภายในวันที่ 19 มิถุนายนนี้
อย่างไรก็ตาม ที่จังหวัดพิจิตร มีเกษตรกรมาจำนำข้าวที่โรงสี กว่า 500 ตัน ถือว่าเป็นจังหวัดที่คึกคักที่สุดเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่
ด้านนายประเสริฐ บำรุงผล ประธานชมรมโรงสีข้าว จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า โรงสีทั่วประเทศส่วนใหญ่ ไม่ได้เข้ากับโครงการรับจำนำข้าว เพราะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.ออกระเบียบบังคับให้โรงสีต้องเตรียมเงินอย่างน้อย 10 ล้านบาท เป็นค่าค้ำประกันราคารับจำนำข้าวเปลือกและสำรองเงินสำหรับหาข้าวมาสต๊อก