แหล่งข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า หลังจากมีบาง บริษัทประกันชีวิต ได้ใช้กิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อจูงใจให้ประชาชนที่สนใจจะทำประกันชีวิตสามารถซื้อ กรมธรรม์ รูปแบบใหม่คุ้มครองระบุยาว แต่สามารถรับเบี้ยเงินคืนรายปีหรือปีต่อๆ ไปในอัตราที่สูง โดยกำหนดอัตราการจ่ายเงินคืนรายปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของทุนประกัน ซึ่งผู้เอาประกันจะได้รับเงินก้อนมาใช้จ่ายก่อนและจ่ายเบี้ยประกันในปีต่อไป และนำไปคำนวณที่จะเสียภาษีในอัตราที่น้อยกว่าค่าลดหย่อนภาษีรายปี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาทำประกันชีวิตตามรูปแบบกรมธรรม์ชนิดดังกล่าวกันมากขึ้นนั้น ในเรื่องนี้นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ.ได้สั่งการให้บริษัทประกันชีวิตที่ขายกรมธรรม์ชนิดดังกล่าวหยุดการขายกรมธรรม์ชนิดนี้เป็นการชั่วคราวแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนและเข้าใจผิดทั้งนี้ ทางปฎิบัติการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันชีวิตในรูปแบบต่างๆ ถือเป็นการออมเงินระยะยาวของผู้เอาประกันชีวิตที่จะได้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนที่ได้ทำสัญญาไว้ในกรมธรรม์ประเภทเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา ซึ่งมีการระบุเงินทุนประกันพร้อมดอกเบี้ยไว้ชัดเจนแล้ว รวมถึงจะเป็นการคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุต่างๆ อีกด้วย และที่สำคัญแนวทางการจ่ายเงินคืนในแต่ละปีให้กับผู้เอาประกันชีวิตที่ซื้อกรมธรรม์เป็นการออมทรัพย์และการประกันอุบัติเหตุต่างๆ ถือเป็นระบบสากลที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ากรณีกำหนดอัตราการจ่ายเงินคืนรายปีในอัตราร้อยละ 40 ของทุนประกันถือว่ากำหนดสิ่งจูงใจที่สูงเกินเหตุ ปกติมีการจ่ายเงินคืนไม่ว่าจะเป็นปีต่อปีหรือ 3 ปีครั้งหนึ่งจะกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 5-10 ดังนั้น การกำหนดจ่ายเงินคืนสูงเกินกว่าร้อยละ 40 ขึ้นไปอาจจะต้องมีการกำหนดวิธีการให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งทางคปภ.จะมีการประชุมหารือร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทยและกรมสรรพากรในเร็วๆนี้ เพื่อกำหนดรูปแบบวิธีการให้มีความชัดเจนในทางปฎิบัติกันต่อไป