บี้คลังอัดแพ็กเกจลดภาษี-กดดอกเบี้ยปลุกเชื่อมั่นนายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ปี50 ลงจากเดือนม.ค. คาดว่าจะขยายตัว 4-5% เป็น 3.8-4.8% หรือลดลง 0.2% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงกว่าที่คาดไว้ จากไตรมาส 4 ปี49 ต่อเนื่องถึง 2 เดือนแรกของปี50 โดยเป็นผลจากการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาด ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนยังคงเปราะบางจากความไม่แน่นอน ทำให้การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศอาจจะล่าช้าออกไป ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น โดยมูลค่าการส่งออกปี50 จะเติบโต 9-12% จากเดิมคาดการณ์ไว้ 7.5-10.5% เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าดีขึ้น จาก 4.2% เป็น 4.4% ขณะที่การนำเข้าคาดว่า จะเติบโต 7.5-10.5% โดยคาดว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นด้านราคา
ส่วนปี51 คาดว่าเศรษฐกิจจะโตเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 4-5.5% เป็น 4.3-5.8% หรือเพิ่มขึ้น 0.3% เนื่องจากจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดความชัดเจน ทำให้การใช้จ่ายของภาคเอกชนดีขึ้น และเริ่มมีการลงทุนจริงในไตรมาส 1 ปี51
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนรวม (คศร.) ที่มีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชนเกี่ยวกับนโยบายการคลัง และนโยบายการเงิน เพื่อเป็นแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการลดภาษีภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่มต่างๆ รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะมีเอกชนหลายรายเสนอให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกอย่างชัดเจน
บางคนเสนอว่า ดอกเบี้ยน่าจะลดลงได้อีก และควรบอกให้ชัดเจนว่าจะลดเท่าไร เช่นเดียวกับนโยบายการคลัง เกี่ยวกับการพิจารณาลดภาษีอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจเฉพาะ และภาษีบุคคลเงินได้บุคคลธรรมดา ที่หลายคนกำลังกังวลว่ารัฐบาลจะลดภาษีหรือไม่ แล้วถ้าลดจะลดในอัตราเท่าไหร่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเบื้องต้นที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุป จึงมอบหมายให้นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง รับไปดำเนิน คาดว่าน่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ แต่ที่ประชุมไม่ได้หารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง เร่งรัดการศึกษาแนวทางการลดภาษีโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปเสนอที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในครั้งต่อไป นายสันติกล่าว
ด้าน นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง กล่าวว่า ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ กระทรวงการคลัง จะเรียกสถาบันการเงินเฉพาะกิจเข้าหารือเกี่ยวกับแนวทางการปล่อยสินเชื่อไปยังประชาชนฐานรากให้มากขึ้น แต่จะเป็นเม็ดเงินเท่าไรนั้นคงต้องหารือในรายละเอียดกันก่อน ขณะเดียวกัน แม้ว่าการส่งออกเดือนมี.ค.จะขยายตัวถึง 18.4% แต่อาจไม่ใช่ทุกกลุ่มสินค้าที่ส่งออกจะขยายตัวตาม มีบางกลุ่มสินค้าโดยเฉพาะรายย่อยประสบปัญหา จึงต้องมีการขับเคลื่อนต่อไป
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ไทยอยู่ในภาวะเกินดุลการค้า ทำให้มีแรงกดดันค่าเงินบาทที่อาจจะแข็งค่ามากขึ้นอีก ถือเป็นเรื่องไม่ดี ดังนั้นเราต้องเร่งกระตุ้นให้เกิดการลงทุนต่างประเทศ โดยมอบหมายให้สศช. ไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางดังกล่าว ให้สอดคล้องกับการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและใช้จ่ายภายในประเทศ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ ธอส.จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าต่อกระทรวงการคลัง อาทิ เร่งสานต่อโครงการบ้านพอเพียง ซึ่งธอส.ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เงินกู้แก่ชาวบ้านสร้างที่อยู่อาศัยในราคา 2.5-3.5 แสนบาท ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ที่ระดับ 6% จากนั้นจะปรับเป็นลอยตัว นอกจากนี้จะเสนอโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี จำกัดวงเงินกู้ โดยแบ่งเป็นวงเงินกู้ต่ำกว่า 5 แสนบาท และตั้งแต่ 500,000-1 ล้านบาท แต่หากเงินกู้ 1 ล้านบาทขึ้นไปดอกเบี้ยจะลอยตัว
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
