นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธอส.จนถึงสิ้นเดือนมี.ค.50 มีสินทรัพย์รวม 615,225 ล้านบาท เงินฝาก 458,903 ล้านบาท สินเชื่อรวม 566,827 ล้านบาท ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ 10,944 ล้านบาท หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 33,189 ล้านบาท คิดเป็น 6.09% และกำไรสุทธิในเดือนมี.ค.50 จำนวน 309 ล้านบาท โดยกำไรดังกล่าวลดลงเป็นจำนวนมากกว่าทุกปี เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้กันสำรองตามมาตรฐานบัญชีไอเอเอส 39ทั้งนี้ สัดส่วนเอ็นพีแอลรายย่อยตั้งแต่เดือนธ.ค.49 ได้ปรับเพิ่มมาโดยตลอดจาก 30,450 ล้านบาท มาถึงเดือนม.ค.50 เพิ่มเป็น 31,523 ล้านบาท เดือนก.พ.50 เป็น 32,526 ล้านบาท และเดือนมี.ค.50 เพิ่มเป็น 33,189 ล้านบาท และหากรวมเอ็นพีแอลโครงการอื่นๆ เข้ามาจะมีทั้งหมด 54,132 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.55% สาเหตุของเอ็นพีแอลรายย่อยเพิ่มขึ้นเกิดจากกลุ่มลูกค้าที่มีอาชีพอิสระ จึงได้สั่งการให้พิจารณาถึงสาเหตุว่าเป็นเพราะคนกลุ่มนี้ตกงานหรือรายได้ลดลง หรือเกิดจากภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปรับจากดอกเบี้ยคงที่มาเป็นดอกเบี้ยลอยตัวเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเมื่องบประมาณจากโครงการประชานิยมหมดไปก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเอ็นพีแอลรายย่อยเพิ่มขึ้น ขณะนี้ ธอส.กำลังพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าของธนาคาร คาดว่าน่าจะปรับลดดอกเบี้ยได้ประมาณต้นเดือนหรือกลางเดือนพ.ค.นี้
นายธีรินทร์ เต่าทอง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านและกระตุ้นกำลังซื้อผู้ที่วางแผนซื้อบ้าน ธนาคารจึงปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายใหม่ลง 0.25-0.50% ต่อปี รวมทั้งเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระได้ 4 แบบ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 0.25% มาสู่ระดับเอ็มแอลอาร์ 7% ในอีกไม่เกิน 1 เดือน จากนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ของธนาคารเท่ากับธนาคารกรุงไทย
หน้า 9
ข้อมูลจาก ข่าวสด
