นายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในเดือนมี.ค.50 การส่งออกของไทยขยายตัวสูงขึ้นถึง 18.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 13,103.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราสูงต่อเนื่องจากต้นปี และมีมูลค่าสูงกว่า 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรก ขณะที่การนำเข้าในเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 0.58% คิดเป็นมูลค่า 10,836.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เดือนมี.ค.ไทยเกินดุลการค้า 2,267.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หากคิดเป็นไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.50) ไทยส่งออกขยายตัวอยู่ที่ 18.2% หรือมูลค่า 34,824.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเกินดุลอยู่ที่ 4,270.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากสินค้าสำคัญส่งออกเพิ่มขึ้นทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น 20.4%การส่งออกเดือนมี.ค.สูงเกินคาด เพราะไทยยังสามารถแข่งขันได้ จึงคาดว่าทั้งปีส่งออกจะขยายตัวอยู่ที่ 12.5% ตามเป้าที่วางไว้ แต่โดยส่วนตัวมองว่า การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อาจส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการชะลอการนำเข้าลดลง เพราะต้องการรอให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมถึงรอความชัดเจนจากปัจจัยทางการเมือง จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า การนำเข้าจะลดลง ส่งผลให้การผลิตสินค้าลดลงด้วยหรือไม่ในอนาคต นายเกริกไกรกล่าว
นอกจากนี้ การส่งออกช่วงเดือนมี.ค.ยังขยายตัวต่อเนื่องในทุกตลาด ทั้งตลาดใหม่ ขยายตัวอยู่ที่ 26.2% ส่วนตลาดหลักขยายตัว 12.6% อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าที่ส่งออกลดลงได้แก่ สิ่งทอ ลดลง 0.7% เนื่องจากปัญหาการแข่งขันกับจีนและเวียดนามและได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยเฉพาะผู้ส่งออกรายเล็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังรายงานความเคลื่อนไหวดัชนีราคาส่งออกของเดือนมี.ค.50 สูงขึ้น 5.0% และดัชนีราคานำเข้าสูงขึ้น 3.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับไตรมาสแรกของปี50 ดัชนีราคาส่งออกสูงขึ้น 4.7% และดัชนีราคานำเข้าสูงขึ้น 3.4%
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
