นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (กสย.) ว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ส่งมอบกล้ายางพาราส่วนที่เหลืออีก 16 ล้านต้นให้ถึงมือเกษตรกรให้ได้อย่างช้าที่สุดในเดือนมิ.ย.นี้ เพราะมีแนวโน้มฝนทิ้งช่วงในเดือนก.ค. หากล่าช้าผลผลิตอาจด้อยคุณภาพนายธีระ กล่าวว่า สำหรับวิธีดำเนินการส่งมอบกล้ายางพารานั้นต้องการให้เกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอน จึงมอบให้นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสานกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และกรมส่งเสริมการเกษตร เป็น 3 ฝ่ายที่รับผิดชอบหลัก
อย่างไรก็ตาม หากให้ระบุถึงความคิดเห็นส่วนตัว ยังต้องการให้เกษตรกรไปรับกล้ายางพาราจากโรงเพาะกล้ายางที่กรมวิชาการเกษตรรับรอง เพราะจะเป็นเครื่องรับรองว่ากล้ายางทุกต้นได้คุณภาพ แต่ระเบียบดังกล่าวไม่ได้รับการอนุมัติจากกรมบัญชีกลาง ที่จะใช้คูปองไปแลก จึงต้องปรับเปลี่ยนรายละเอียดในขณะนี้ แต่วิธีการใหม่ที่จะดำเนินการต้องมั่นใจว่า เกษตรกรยังคงได้รับประโยชน์เช่นเดิม และจะได้รับทันในช่วงฤดูฝนนี้
นายธีระ กล่าวถึงลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการสนับสนุนงานวิจัยยางพาราสู่ภาคอุตสาหกรรม ระหว่างองค์การสวนยาง (อสย.) กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า เพื่อให้เกิดการต่อยอดที่จะใช้ปริมาณน้ำยางพาราในประเทศ เข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมยาง เพราะผลผลิตยางพาราที่ผ่านมากว่า 80% เป็นน้ำยางสดที่มีมูลค่าน้อย ขณะที่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อการส่งออกขณะนี้มีเพียง 20% เท่านั้น จึงตั้งเป้าว่าผลการวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราครั้งนี้จะทำให้ยางแปรรูปเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50% ได้ นอกจากนี้ ในอนาคตมีแนวคิดที่จะผลิตยางรถยนต์ภายใต้ยี่ห้อไทย เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดยางรถยนต์ต่างประเทศ
(กรอบบ่าย)
หน้า 9
ข้อมูลจาก ข่าวสด
