คลังกำชับบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เร่งเบิกจ่ายงบให้ได้ 85% ตามเป้า เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำต้องยึดหลักความโปร่งใสควบคู่กันไป ยอมรับเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้หลายสำนักเศรษฐกิจหั่นเป้าจีดีพี เล็งรื้อกฎหมายร่วมทุนฯ สกัดช่องโหว่ในการตีความทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจนดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังหารือร่วมกับกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจว่า ได้กำชับให้ดูแลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 85% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องยึดหลักความโปร่งใสและปลอดจากการทุจริตควบคู่ไปด้วย ซึ่งยอมรับว่า ขณะนี้เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้สำนักวิจัยด้านเศรษฐกิจหลายแห่งพากันปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ แต่หากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้ว จะมีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหามากขึ้น และเชื่อว่าจะทำให้หลายสำนักปรับมุมมองขึ้นมาได้
ส่วนแนวทางในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพนั้น จะดำแนินการแก้ไขและจัดทำกฎหมายใหม่รวม 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ร่วมกิจการงานภาครัฐเอกชน พ.ศ.2535 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ (เมกะโปรเจกท์) พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสากิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และมีแนวคิดจะจัดทำร่างระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการชดเชยการขาดทุนจากการดำเนินงานสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดทุนเรื้อรังขอรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการสังคม
ทั้งนี้ เห็นว่า พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ยังมีความไม่ชัดเจนบางประเด็นเกี่ยวกับการตีความ ทำให้มีหลายโครงการใช้ช่องโหว่หลบเลี่ยงที่จะไม่ดำเนินการตามกฎหมาย เช่น โครงการแอร์พอร์ตลิงค์ เป็นต้น จึงต้องแก้ไขให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อการตรวจสอบและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจและไม่ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา
สำหรับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้น ขณะนี้จะยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จนกว่าจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจเสียก่อน โดยจะแก้ไขกฎหมายให้มีความกว้างขวางและครอบคลุมรอบด้านมากกว่าการแปลงสภาพไปเป็นบริษัทจำกัดเท่านั้น โดยจะเพิ่มบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอน การศึกษาวิเคราะห์ และกระบวนการกำกับดูแลกิจการเมื่อแปรรูปแล้ว รวมถึงพิจารณาความพร้อมในการแปรรูป เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเน้นทำตามนโยบายของฝ่ายบริหารไม่ได้พิจารณาผลกระทบด้านอื่นๆ จึงทำให้มีปัญหาตามมา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
