รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ 13 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้ราย งานตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สิ้นเดือน มี.ค. 50 ว่า มีทั้งหมด 227,668.36 ล้านบาท โดยจำนวนลดลงจากสิ้นปี 49 ซึ่งอยู่ที่ 229,945.16 ล้านบาททั้งนี้มีธนาคารที่มีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น 6 แห่ง ที่เหลืออีก 7 แห่ง เอ็นพีแอลลดลง โดยธนาคารที่เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย มีเอ็นพีแอล 6.88% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 49 อยู่ที่ 8.81%, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีเอ็นพีแอล 6.30% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 49 อยู่ที่ 5.34%, ธนาคารกสิกรไทย มีเอ็นพีแอล 3.31% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีอยู่ที่ 3.17%, ธนาคารไทยธนาคาร มีเอ็นพีแอล 2.53% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 49 อยู่ที่ 1.82% , ธนาคารไทยพาณิชย์ มีเอ็นพีแอล 3.42% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มจากสิ้นปีอยู่ที่ 3.39% และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) มีเอ็นพีแอล 0.84% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 49 อยู่ที่ 0.73%
ส่วนธนาคารที่เอ็นพีแอลลดลง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ มีเอ็นพีแอล 4.41% ต่อสินเชื่อรวม ลดลงจากสิ้นปี 49 อยู่ที่ 4.55%, ธนาคารเกียรตินาคิน มีเอ็นพีแอล 9.47% ต่อสินเชื่อรวม ลดลงจากสิ้นปี 49 อยู่ที่ 10.12%, ธนาคารทหารไทย มีเอ็นพีแอล 6.08% ต่อสินเชื่อรวม ลดลงจากเดิม 6.33%, ธนาคารทิสโก้มีเอ็นพีแอล 1.73% ต่อสินเชื่อรวม ลดลงจากเดิมอยู่ที่ 1.81%, ธนาคารธนชาต มีเอ็นพีแอล 0.84% ต่อสินเชื่อรวม ลดลงจากเดิมอยู่ที่ 0.89%, ธนาคารนครหลวงไทย 2.40% ต่อสินเชื่อรวม ลดลงจากเดิมอยู่ที่ 3.60% และธนาคารสินเอเซีย มีเอ็นพีแอล 5.57% ต่อสินเชื่อรวม ลดลงจากสิ้นปี 49 อยู่ที่ 6.11%
รายงานข่าวกล่าวอีกว่า สิ้นเดือน มี.ค. นี้ ธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งกันสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เกินกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด มีเพียง ธนาคารกรุงไทย เท่านั้นที่กันสำรองต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนดเล็กน้อย โดยกันสำรอง 35,818.96 ล้านบาท ขณะที่เกณฑ์กำหนดไว้ 36,238.34 ล้านบาท หรือคิดเป็น 98.84% ของเกณฑ์ ส่วนธนาคารที่กันสำรองเกินเกณฑ์มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ ธนาคารสินเอเซีย กันสำรอง 139.51% ของเกณฑ์ รองลงมาคือธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกันสำรอง 131.87%, ธนาคารกรุงเทพ กันสำรอง 129.76%, ธนาคารทิสโก้ กันสำรอง 129.21% และธนาคารกสิกรไทย กันสำรอง 120.07%.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
