นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารของกระทรวงการคลังเพื่อชี้แจงนโยบายและบทบาทของผู้แทนกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจและกิจการที่รัฐถือหุ้นต่ำกว่า 50% ว่า ผู้บริหารของกระทรวงการคลังทุกคนที่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจทุกแห่งต้องยึดหลัก 4 ป.ในการกำกับดูแลเพื่อให้รัฐวิสาหกิจมีศักยภาพและเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งการใช้จ่ายอย่างประหยัด การมีประสิทธิ ภาพ การโปร่งใสโดยเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และที่สำคัญต้องทำให้ทุกรัฐวิสาหกิจปลอดจากการทุจริตอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบันทั้งนี้กระทรวงการคลังจะปรับปรุงกฎ หมายทุกฉบับที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม และมีศักย ภาพ เพื่อให้เป็นองค์กรที่มีประโยชน์กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ทั้งกฎหมายร่วมการงานระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ) ที่ต้องปรับปรุงใหม่ให้รัดกุม รอบคอบอุดรอยรั่วไหลหรือช่องโหว่ เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคุ้มค่ามากที่สุด
“ต้องกำหนดให้ชัดเจนในกฎหมายว่า กิจการใดที่ต้องทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เพราะที่ผ่านมายอมรับว่ามีหลายโครงการมากทั้งของกระทรวงการคลังเอง หรือของหน่วยงานอื่น ที่ไม่ได้ทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ จนทำให้รัฐเสียผลประโยชน์และสร้างความเสียหายให้กับสถาบันการเงินที่เป็นผู้ปล่อยกู้ เช่น โครงการแอร์พอร์ตลิงค์ ส่วนโครง การรถไฟฟ้าทั้ง 5 สาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกฎหมายแต่อย่างใด”
นอกจากนี้ต้องปรับปรุงกฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจใหม่ เพื่อให้ขั้นตอนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรอบคอบ รัดกุมและไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม โดยจะกำหนดให้ชัดเจนในกฎหมาย ทั้งสาเหตุความจำเป็นของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดจากการแปรรูป แนวทางการกำกับดูแลของภาครัฐหลังจากการแปรรูป เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดและทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันต้องกำหนดบทบาทรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการเชิงสาธารณะใหม่เพื่อไม่ให้องค์กรเหล่านี้ต้องมีปัญหาขาดทุน แล้วโยนความรับผิดช
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
