รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในปี 49 ครัวเรือนไทยมีหนี้สินเฉลี่ย 116,585 บาท สูงกว่าช่วง 2 ปีก่อน 5.6% แบ่งเป็นซื้อบ้านและที่ดิน 33.7% รองลงมาการอุปโภคบริโภค 27.6% ทำธุรกิจ 18.3% ทำการเกษตร 14.2% และการศึกษา 3.4% เป็นต้น แต่หากเปรียบเทียบกับช่วง 6 เดือนแรกของปีครัวเรือนไทยมีหนี้เฉลี่ยมากกว่าทั้งปีถึง 1,849 บาท เนื่องจากนโยบายของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เข้ามาบริหารงานช่วงเดือน ต.ค. 49 ไม่สนับสนุนการกู้เงินเหมือนรัฐบาลชุดก่อน ประกอบกับเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวส่งผลให้ครัวเรือนลดการกู้เงินเพื่อทำธุรกิจ“ปี 49 มีครัวเรือนไทยที่เป็นหนี้ 64.4% ลดลงจาก 2 ปีก่อน 1.5% ขณะที่ 6 เดือนแรกของปีครัวเรือนมีหนี้สินเฉลี่ย 118,434 บาท ซึ่งต่ำกว่าหนี้ทั้งปี 1,849 บาท โดย 35.2% ซื้อบ้านและที่ดิน รองลงมาอุปโภคบริโภค 24.6% ทำธุรกิจ 19.9% ทำการเกษตร 13.8% การศึกษา 3.4% เป็นต้น”
สำหรับค่าใช้จ่ายเดือนละ 14,311 บาทต่อครัวเรือนสูงกว่าช่วง 2 ปีก่อน 7.9% เนื่องจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบมากสุด 32.1% รองลงมาที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ในบ้าน 21.7% ยานพาหนะและการเดินทาง 18% ไม่เกี่ยวกับอุปโภคบริโภค เช่น ภาษี เบี้ยประกันภัย ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 11.3% การสื่อสาร 3.5% รักษาพยาบาล 2.1% การศึกษา 2%
“ช่วง 6 เดือนแรกของปีมีรายจ่ายเดือนละ 14,640 บาท สูงกว่ารายจ่ายเฉลี่ยทั้งปีครัวเรือนละ 329 บาท ดังนั้นครึ่งหลังของปีคนไทยลดการจ่ายลง เนื่องจากรัฐบาลเน้นนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง ลดการฟุ่มเฟือยลง”
ส่วนรายได้ของครัวเรือนเฉลี่ยเดือนละ 17,787 บาท สูงกว่าช่วง 2 ปีก่อน 9% แบ่งเป็น ค่าจ้างเงินเดือน 40% กำไรสุทธิจากการทำธุรกิจ 20.4% เกษตรกรรม 12.3% เงินที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐหรือบุคคลนอกครัวเรือน 9.4% และรายได้ที่ไม่ได้จากการ ทำงาน 14.6% เช่น สวัสดิการ เป็นต้น
ก่อนหน้านี้ได้เสนอผลสำรวจช่วง 6 เดือนแรกของปีจำนวน 26,000 ครัวเรือน เพื่อรีบนำเสนอข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อนำไปประกอบพิจารณา ประเมินทิศทางเศรษฐกิจ และครั้งล่าสุดเป็นการสำรวจตัวเลขรายได้ รายจ่าย และหนี้สินตลอดทั้งปี 49 โดยสุ่มตัวอย่าง 52,000 ครัวเรือน
สำหรับผลการศึกษาเกี่ยวกับหลักประกันด้านสุขภาพของผู้สูงอายุไทยปี 49 พบว่า ผู้สูงอายุ 10% ได้รับสวัสดิการจากบัตรประกันสังคม, ประกันสังคม, กองทุนเงินทดแทน, สวัสดิการข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ 97.7% โดยกว่า 3 ใน 4 ได้รับสวัสดิการประเภทบัตรประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สูงอายุบางส่วนที่ไม่ได้รับสวัสดิการใดเลย แต่ก็มีแนวโน้มลดลง
“ปี 49 ผู้สูงอายุได้รับสวัสดิการจากบัตรประกันสุขภาพหรือบัตรทอง 77.3% ประกันสังคมหรือกองทุนเงินทดแทน 0.8% สวัสดิการข้าราชการ หรือข้าราชการบำนาญ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ 18.5% ประกันสุขภาพกับบริษัทประกัน 0.4% จัดโดยนายจ้าง 0.1 และไม่ได้รับสวัสดิการใดเลย 2.3%”
ทั้งนี้การบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทยในปัจจุบันยังไม่พร้อมรับภาวะประชากรสูงอายุที่เข้ามาใช้บริการตามสถานที่ นอกจากนี้ผู้สูงอายุควร ได้รับความรู้ ข้อมูล และคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งจะลดการเจ็บป่วย และดูแลตนเองได้มากขึ้น.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
