คลั่ง- นายฤทธิ์เดช จิตราวุธ เมาคลั่งใช้มีดปลายแหลมจี้จับน.ส.นพมาศ จิตราวุธ เป็นตัวประกันในร้านเซเว่นฯ กลางเมืองตรัง เรียกร้องขอรถตร.ไปส่งกลับบ้านที่สกลนคร สุดท้ายโดนรวบในปั๊มน้ำมันระหว่างแวะเข้าส้วมหนุ่มสกลฯคลั่งตั้งวงกินเหล้ากับเพื่อนคนงานก่อสร้าง พอเมาได้ที่เกิดทะเลาะกัน เลยวิ่งหนีเข้าร้านเซเว่นฯ คว้ามีดจี้คอเหยื่อสาวไว้เป็นตัวประกัน หวังหาเงินค่ารถกลับบ้าน ตร.ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ก่อนจะจัดรถยนต์ให้ 1 คัน ทำทีว่าจะพาไปส่งบ้าน ระหว่างทางไอ้คลั่งดันปวดท้อง ขอแวะเข้าห้องน้ำ เลยถูกชาร์จไว้ได้สำเร็จ เจ้าตัวอ้างทำไปเพราะเครียดถูกเมียทิ้ง อุตส่าห์ดั้นด้นจากอีสานมาทำงานที่ใต้ แต่ดันเกิดเรื่องจนได้
เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 21 เม.ย. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.อ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้มีดบุกจี้ตัวประกันภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาสี่แยกธรรมรินทร์ ถนนพระราม 6 ต.ทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง จึงแจ้ง ร.ต.อ.ณรงค์ แสนเกื้อ รอง สวป. ทราบก่อนนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล ผกก. พ.ต.ท.นิรัตน์ ปานดำ รอง ผกก. พ.ต.ท.ปรีดี นาคช่วย สวป. พ.ต.ต.นเรศ นุ้ยโดด สว.สส. และ ร.ต.อ.พิชัย พงษาปาน รองสว.สส.
เมื่อไปถึงพบชายไทยกำลังยืนล็อกคอหญิงสาวอยู่ภายในร้าน ในมือถือมีดปลายแหลมจี้ที่คอหญิงสาวตลอดเวลา ท่ามกลางกลุ่มไทยมุงจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องรีบกันกลุ่มไทยมุงออกเป็นการด่วน จากนั้นได้เจรจาต่อรองคนร้ายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง พูดแต่ภาษาอีสานเท่านั้น จนต้องหาล่ามซึ่งเป็นชาวบ้านมาพูดจาตกลงกัน เบื้องต้นทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายฤทธิ์เดช จิตราวุธ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 7 ต.หนองหลวง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ส่วนหญิงสาวที่ตกเป็นตัวประกัน คือ น.ส.นพมาศ หรือแมว จิราวุธ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง เป็นลูกค้าที่เข้ามาซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์ภายในร้านเซเว่นฯ
พยานให้การว่า คนร้ายได้มาวนเวียนอยู่หน้าร้าน ตั้งแต่ประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา แต่พนักงานภายในร้านไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นลูกค้าทั่วไป กระทั่งก่อนเกิดเหตุ คนร้ายเดินเข้ามาภายในร้าน แล้วตรงเข้าหยิบมีดปลายแหลมที่ทางพนักงานร้านใช้หั่นผักและวางอยู่ในบริเวณข้างเคาน์เตอร์ ก่อนที่คนร้ายจะตรงเข้าจี้ตัวน.ส.นพมาศ กระทั่งเวลา 04.00 น. คนร้ายได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำรถยนต์ พร้อมคนขับ เพื่อที่เดินทางกลับบ้านที่จ.สกลนคร
พ.ต.อ.นันทเดช จึงเรียกประชุมชุดสืบสวน และจัดเตรียมรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีดำ ทะเบียน กข 3940 นราธิวาส แต่คนร้ายปฏิเสธ เนื่องจากเห็นว่า รถมีสภาพเก่า และทำท่าจะจ้วงมีดแทงคอหญิงสาว ก่อนจะลากกลับเข้าไปข้างใน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความหวาดเสียวของไทยมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นรถยนต์เก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีแดง สภาพใหม่ ทะเบียน กค 886 ตรัง โดยมีพ.ต.ต.นเรศ นุ้ยโดด สว.สส. เป็นคนขับ แต่คนร้ายเห็นว่าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ จึงขอให้เปลี่ยนตัวคนขับที่รูปร่างเล็กแทนซึ่งระหว่างทางเจ้าหน้าที่พยายามขับวนเวียนภายในเขตเมืองตรัง เพื่อถ่วงเวลา แต่คนร้ายรู้ทันสั่งให้ขับออกนอกเมืองไปตามเส้นทางจ.กระบี่ เพื่อให้ไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยมีตำรวจคอยประกบติดตามทุกฝีก้าว
กระทั่งเวลา 10.30 น. คนร้ายได้ขอร้องให้จอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง อ.ทับปุด จ.พังงา เนื่องจากปวดท้องอย่างรุนแรง ต้องการเข้าห้องน้ำ และเมื่อคนร้ายลงจากรถโดยมีมีดจี้คอหญิงสาว ทันทีเมื่อมาถึงหน้าห้องน้ำ คนร้ายได้ให้หญิงสาวยืนหันหลังให้ ส่วนตัวเองเข้าไปในส้วม จังหวะดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตัดสินใจบุกจู่โจมเข้าชาร์จจับกุม ขณะกำลังนั่งถ่ายอุจจาระในสภาพกางเกงเปื้อนอุจจาระ ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เจ้าหน้าที่คุมตัวไปสอบสวนพร้อมด้วยของกลางอาวุธมีดปลายแหลมความยาว 4 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม ไว้เป็นหลักฐาน แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ก่อนจะนำไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายต่อไป ส่วนน.ส.นพมาศ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่ยังอยู่ในสภาพอิดโรย เพลีย และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า โดนเมียทิ้งจึงเดินทางมาจากจ.สกลนคร เพื่อหางานทำ ได้งานก่อสร้างอยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง ก่อนเกิดเหตุนั่งดื่มเหล้าขาวกับเพื่อนรวม 3 คน ที่แคมป์คนงาน ระหว่างที่นั่งดื่มได้มีปากเสียงทะเลาะกันในวงเหล้า จนเป็นเหตุให้เพื่อนอีกคนที่นั่งในวงเหล้าลุกขึ้นคว้าอาวุธปืนไล่ยิง ซึ่งในจังหวะดังกล่าวตนได้วิ่งหนีเข้ามาหลบในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตามมายิง ขณะกำลังเดินวนเวียนในร้าน บังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นมีดปลายแหลมที่แขวนอยู่จึงหยิบติดมือมา และพบผู้เสียหายกำลังยืนซื้อบัตรโทรศัพท์เติมเงินอยู่ จึงได้เดินเข้ามาทางด้านหลัง จากนั้นได้เอ่ยปากขอโทษ ก่อนจะล็อกคอและใช้มีดปลายแหลมจี้ที่คอ เพื่อเป็นตัวประกัน เพื่อหาเงินกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่บ้านจ.สกลนคร คิดว่าเมื่อถึงกทม.แล้วก็จะปล่อยตัวประกันไป แต่ไม่ทันถึงก็ถูกจับกุมเสียก่อน
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
