เมื่อเวลา 13.30 น. น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดพม. นายธีระบูลย์ โพบุดดี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายอนุวัฒน์ อนันตภากรณ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาคร นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจนายเจริญ นางโสรยา ด่านเกื้อกูล บิดาและมารดาของด.ช.ชัยภาส ด่านเกื้อกูล หรือน้องเท็น อายุ 12 ปี นางสุนิสา จีนสุกแสง มารดาของด.ช.พงษ์เพชร หรือน้องลาภ อายุ 9 ขวบ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2549 และนางสุรีรัตน์ บัวนาค มารดาของด.ช.นฤดล เยื้อนหนูวงศ์ หรือน้องโอ๊ด อายุ 12 ปี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.45 ซึ่งเด็กทั้ง 3 คนอยู่ในพื้นที่อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 2,000 บาทนางโสรยา กล่าวว่า ก่อนลูกหายไปได้กลับเข้ามากินข้าวที่บ้านจากนั้นก็ออกไปเล่นเกม แล้วไม่กลับบ้านเลย ตนจึงเข้าแจ้งความแต่ตำรวจกลับบอกว่าต้องรอให้ครบ 24 ช.ม.ก่อน ซึ่งเวลาดังกล่าวเด็กอาจถูกพาตัวไปไกลถึงไหนแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นพ่อแม่และคนในครอบครัวเครียดกันมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ส่วนพ่อของเด็กก็เครียดจนเลือดออกและกระเพาะทะลุต้องเข้าโรงพยาบาล
ด้านนางสุนิสา กล่าวว่า ตนมีลูกชายเพียงคนเดียวซึ่งจะไปเล่นกับน้องเท็นเป็นประจำ โดยเด็ก 2 คน ชอบเล่นเกมมาก ก่อนหน้าจะหายไปน้องลาภเคยบอกกับตนว่ามีผู้ชายมาชักชวนให้ไปซื้อเกมด้วยกัน 2 ครั้ง จนเมื่อลูกออกไปเที่ยวเล่นครั้งสุดท้ายได้หายตัวไปไม่กลับมาอีก อยากให้หน่วยงานเร่งหาตัวลูก เพราะตอนนี้เรื่องเงียบหายไป
นางสุรีรัตน์ กล่าวว่า น้องโอ๊ดหายตัวไปตั้งแต่ปี 45 หลังจากที่ตนและพ่อของเด็กแยกทางกันเมื่อปี 44 จากนั้นเมื่อปี 45 พ่อของเด็กมาขอให้เด็กไปเยี่ยมพ่อและแม่เลี้ยงที่จ.อุบลราชธานีช่วงปิดเทอมตนจึงปล่อยให้ไป แต่พบว่าลูกหายไป ตนตามหามาตลอดแต่ไม่พบจึงแจ้งไปยังมูลนิธิกระจกเงา ทั้งนี้สันนิษฐานว่าเด็กอาจถูกพ่อและแม่เลี้ยงพาตัวไป ขอให้กระทรวงช่วยติดตามหาลูกกลับมาด้วย
ด้านน.พ.พลเดช กล่าวว่า ตนได้ประสานตำรวจในการแก้ปัญหา โดยให้ผู้ปกครองสามารถแจ้งความได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เด็กหายจนครบ 24 ชั่วโมงตามกฎหมายทั่วไป เพื่อให้การติดตามเป็นไปได้รวดเร็วและมีโอกาสพบตัวเด็กมากขึ้น ทั้งนี้ตนจะรายงานให้นายกฯ รับทราบ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขโดยตนจะเสนอให้มีการตั้งหน่วยงานพิเศษเฉพาะกิจ ทำหน้าที่ติดตามเด็กหายแบบเกาะติดเพราะหากอาศัยตำรวจเพียงอย่างเดียวอาจทำได้ไม่เต็มที่เนื่องจากตำรวจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเยอะอยู่แล้ว ขณะที่พ่อแม่ก็ไม่มีศักยภาพพอที่จะติดตามลูกหลานที่หายไป
ด้านปลัดพม. กล่าวว่า กระทรวงได้เตรียมเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับการติดตามเด็กหายขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นศูนย์กลางแหล่งข้อมูลโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดได้ในเร็วๆนี้
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
