คอลัมน์ แฟ้มดคีเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งโลก เมื่อนายโช ซง ฮุย ชาวเกาหลีใต้ อายุ 23 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค เมืองแบล็กสเบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ควงปืน 2 กระบอก ไล่ฆ่าเพื่อนนักศึกษาอย่างโหดเหี้ยม เมื่อวันที่ 17 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น
คดีนี้มีนักศึกษาถูกยิงเสียชีวิตมากถึง 32 คน ก่อนที่นายโช ซง ฮุย จะยิงตัวตายเป็นศพที่ 33
สิ่งที่ทำให้ยิ่งสะเทือนขวัญมากขึ้นเมื่อสำนักข่าวเอ็นบีซี ของสหรัฐ ได้รับพัสดุเป็นเทปวิดีโอบันทึกภาพต่างๆ ของนายโช ซง ฮุย หลังเกิดเหตุ 2 วัน แต่เป็นการบันทึกเอาไว้ก่อนลงมือฆ่าหมู่ไม่กี่นาที
โดยภาพในนั้นเป็นการเปิดใจถึงสาเหตุการลงมือ และมีอิริยาบทต่างๆ เลียนแบบดารานำในภาพยนตร์อื้อฉาวของเกาหลีใต้เรื่อง โอลด์บอย โอลด์บอย เป็นหนังเกาหลีที่สื่อถึงการล้างแค้น การฆ่ากัน และการกดดันในรูปแบบต่างๆ
ไม่เพียงเท่านั้นนายโช ซง ฮุย ยังเลียนแบบการแต่งตัวของนายเอริก แฮร์ริส กับนายดีแลน เคลโบ 2 นักเรียนหนุ่มโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ รัฐโคโลราโด ที่ก่อเหตุไล่ยิงฆ่าเพื่อนนักเรียนถึง 12 ศพ เมื่อเดือนเมษายน 2542
คดี โคลัมไบน์ ถือว่าเป็นการก่อเหตุฆ่าในสถานศึกษาที่โด่งดัง และโหดเหี้ยมที่สุดของสหรัฐ!
และจากเทปวิดีโอนี้เองทำให้ทราบถึงสาเหตุการฆ่าหมู่ครั้งนี้ว่ามาจากความกดดัน และการต่อต้านสังคมอย่างรุนแรงของนายโช ซง ฮุย โดยมีปัญหาความรักที่ถูกน.ศ.สาวชาวอเมริกัน บอกเลิกไปคบกับเพื่อนชายชาติเดียวกัน เป็นชนวนเบื้องต้น
แน่นอนว่าการฆ่าอย่างเหี้ยมโหด สภาพจิตของนายโช ซง ฮุย คงไม่ปกติ แถมยังมีประวัติคุกคามเพื่อนน.ศ.หญิงมาแล้ว ขณะเดียวกันในเมืองไทยแม้ยังไม่เคยเกิดกรณีรุนแรงแบบนี้มาก่อน เพราะอย่างมากเป็นการแก้แค้นส่วนตัวของนักเรียนมัธยม หรือมหาวิทยาลัย
ที่เทียบเคียงได้ใกล้ที่สุดน่าจะเป็นกรณี จิตรลดา ตันติวาณิชยสุข สาวไซโค ผู้ก่อเหตุควงมีดไล่แทง 4 เด็กนักเรียน ภายในโรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2548!
จิตรลดา เป็นสาวที่มีอาการป่วยทางจิต สารภาพว่ามีเสียงสั่งให้เธอลงมือฆ่าเด็กที่มีฐานะร่ำรวย
ทั้งคดีเวอร์จิเนียเทค ที่สหรัฐ และคดีเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ ในเมืองไทย มีความละม้ายเหมือนกันตรงที่ผู้ก่อเหตุ มีสภาพทางจิตในลักษณะต่อต้านสังคมอย่างรุนแรง
สำหรับเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค จากข้อมูลของตำรวยพบว่านายโช ซง ฮุย เริ่มการฆ่า 2 ศพแรกคือน.ส.เอมิลี่ เจน ฮิลเชอร์ อดีตแฟนสาว และนายไรอัน คลาร์ก นักศึกษาและสมาชิกวงโยธวาทิต แฟนใหม่ ภายในห้องพักอาคารหอพักเวสต์ แอมเบลอร์ จอห์นสัน ที่พักของนักศึกษา เมื่อเช้าตรู่วันที่ 17 เมษายน
จากนั้นหนุ่มเกาหลีคลั่งก็ไปอัดวิดีโอเทป ก่อนส่งเป็นพัสดุไปถึงสถานีข่าวเอ็นบีซี และย้อนกลับมาที่มหาวิทยาลัย ใช้ปืนพก 2 กระบอกกราดยิงเพื่อนนักศึกษาอีก 30 ศพ ภายในชั้นเรียนหลายห้อง ก่อนยิงตัวตาย!
ทั้งมหาวิทยาลัย และตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะฝ่ายแรกไม่ยอมประกาศเตือนนักศึกษาอื่นๆ หลังเกิดเหตุ ขณะที่ตำรวจเองก็หลงประเด็นคิดว่ามือปืนเป็นอีกคน และไปตามหาโดยไม่ได้วางกำลังป้องกันไว้ที่มหาวิทยาลัย จนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
จากการประมวลคำให้การของนักศึกษา-อาจารย์ที่รอดตายมาได้ ระบุว่านายโช ซง ฮุย ใช้ปืนพกขนาด .22 และ 9 ม.ม. พร้อมกระสุนอีกจำนวนมาก การแต่งตัวสวมเสื้อสีน้ำตาลติดกระดุมหน้าทั้งหมด และสวมแจ๊กเกตสีดำทับ พร้อมใส่หมวกลักษณะคล้ายกับชุดแต่งกายของ 2 นักเรียนมือปืนฆ่าหมู่ที่ โคลัมไบน์
แรกสุดนายโช ซง ฮุย ใช้โซ่ล็อกกุญแจประตูใหญ่ที่อาคารนอร์ริสฮอลล์ จากนั้นเข้ามาไปห้องเรียนแรกวิชาภาษาเยอรมัน กล่าวทักทายกับคนในห้อง ก่อนที่จะลั่นกระสุนเจาะเข้าศีรษะอาจารย์ จากนั้นก็สาดกระสุนใส่เพื่อนนักศึกษา แล้วเดินไล่ยิงเหยื่อไปทีละห้อง
ขณะที่นักศึกษาและอาจารย์พยายามหนีตายด้วยการวิ่ง หรือกระโดดจากหน้าต่างชั้น 2-3 และบางคนก็แกล้งนอนตายเพื่อตบตา
หลังยิงคนตายคาที่ราว 20 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนมากก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลรวม 32 ศพ หนุ่มเกาหลีคลั่งก็ระเบิดสมองตัวเอง!
ช่วงแรกนั้นมีการคาดเดาไปต่างๆ นานาถึงสาเหตุ กระทั่งเมื่อมีการเผยแพร่วิดีโอเปิดใจของมือปืนเหี้ยม ถึงได้รับทราบว่านายโช ซง ฮุย มีทัศนคติที่ต่อต้านสังคมอย่างรุนแรง และยังเชิดชู 2 นักเรียนมือปืนโคลัมไบน์ รวมทั้งเชิดชูตัวเองว่าช่วยไถ่บาปด้วยการเสียสละตน เฉกเช่นพระเยซู และโมเสส เรียกว่าบ้าได้เต็มขั้นจริงๆ
สิ่งหนึ่งที่ไม่น่ามองข้ามก็คือพฤติกรรมของนายโช ซง ฮุย ใกล้เคียงกับที่มีการศึกษาไว้ของคนที่มีปัญหาทางจิต
ไม่แปลกใจเมื่อทราบว่านายโช ซง ฮุย ก่อเหตุดังกล่าว เพราะมีนิสัยหมกมุ่นกับเรื่องความรุนแรง โดดเดี่ยว และมีปัญหาส่วนตัวมากมาย ก่อนหน้านี้ เคยเขียนบทละคร 2 เรื่อง เนื้อหาบทละครเต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง ตัวละครคุยแต่เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และใช้เลื่อยฆ่ากัน ผมและเพื่อนยังเคยพูดกันว่า ต่อไปนายโชอาจก่อเหตุรุนแรงในมหาวิทยาลัยเช่นการกราดยิงคนได้
นายเอียน แม็กฟาร์เลน อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนกล่าวถึงมือฆ่าหมู่
จากการเปิดเผยนี้เองยิ่งทำให้มหาวิทยาลัยโดนจวกหนักขึ้น เพราะเคยมีอาจารย์เสนอเรื่องนี้ให้มหาวิทยาลัยทราบเพื่อหาทางแก้ไข หรือส่งไปบำบัด แต่กลับไม่สนใจ
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเมืองไทยแรกสุดน่าจะเป็นสวัสดิภาพของนักศึกษาไทยจำนวน 40 คน ที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกิดเหตุ
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เร่งตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่สหรัฐ และโล่งใจว่าไม่มีคนไทยตกเป็นเหยื่อกระสุนคลั่งของคนร้าย
ส่วนในเมืองไทย นายวรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ กำชับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมต่างๆ เพิ่มความระมัดระวัง เพราะเกรงว่าจะมีการเลียนแบบ
ที่ผ่านมามีการลอกเลียนแบบในเรื่องการฆ่าตัวตาย การยิงแฟนตาย และฆ่าตัวเองตายตาม ซึ่งภายใน 1 เดือนเกิดขึ้นถึง 4-5 รายในเวลาไล่เลี่ยกัน เกรงว่าลักษณะนี้อาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน มีจุดบกพร่อง และหละหลวมมาก
รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตระหนกอีกว่าจากสถิติข้อมูลของคนไทยทั่วประเทศใน 100 คน พบว่าจะมีคนที่มีแนวโน้มมีปัญหาทางจิต 3 คน เมื่อคำนวณแล้วจะพบว่า แต่ละปีมหาวิทยาลัยจะมีเด็กที่มีปัญหาทางจิตประมาณ 300 คน ฉะนั้นเหตุการณ์เช่นนี้จึงประมาทไม่ได้
อย่างไรก็ตามนักจิตวิทยามองว่าเมืองไทยมีโอกาสเกิดเหตุทำนองนี้ไม่ง่ายนัก เพราะสภาพสังคมที่แตกต่างกันมากนั่นเอง
วัฒนธรรมไทย ครอบครัว และชุมชนมีบทบาทมากกว่าในสหรัฐ การกระทำลักษณะนี้เป็นเรื่องการเลียนแบบ ในสหรัฐมีเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนสังหารเพื่อนในสถานศึกษาบ่อยครั้ง อีกทั้งความรู้สึกเรื่องสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลในสังคมไทยจะแพ้เรื่องความปลอดภัยของสังคม
น.พ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต และว่าสังคมไทยยังไม่แยกบุคคลออกมาเป็นคนเดี่ยวๆ ยังมีการไปมาหาสู่กัน มีประเพณีงานสงกรานต์ ปีใหม่ที่ญาติต้องมาหากันพบกัน สังคมไทยจะสนใจว่า ใครไปไหน ใครทานข้าวหรือยัง ยังยุ่งเรื่องคนอื่นอยู่ เป็นการเอื้ออาทร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ส่วนสังคมยุโรปสนับสนุนสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ปัจเจกบุคล มากกว่า
รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุอีกว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้ถือว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้า ซึ่งพบได้ทั่วโลก
สำหรับโรคซึมเศร้าเป็นโรคจิตเวชที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คาดว่ามีผู้ป่วยประมาณร้อยละ 5-10 หรือกว่า 6-7 ล้านคน มีทั้งอาการเล็กน้อย ปานกลางถึงขั้นรุนแรง ก่อเหตุทำร้ายตนเองและคนในครอบครัว
โรคซึมเศร้า ที่ถือว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดความรุนแรง หากจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ล่าสุดก็คือกรณีน.พ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ แต่ญาติตัดสินใจส่งเข้ารักษาตัวไปก่อนที่จะก่อเรื่องรุนแรงขึ้น แต่ที่เป็นเรื่องสะเทือนขวัญจากผู้ป่วยจิตเวชประเภทนี้ ต้องนึกถึง จิตรลดา ตันติวาณิชยสุข เจ้าของฉายา สาวไซโค
จิตลดา ก่อเหตุสะเทือนขวัญที่สุดครั้งหนึ่งในเมืองไทย เมื่อถือมีดบุกเข้าไปไล่แทงนักเรียนหญิงบาดเจ็บ 4 คน ภายในอาคารเรียนโรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2548
คณะแพทย์สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ที่ตรวจอาการระบุว่าจิตรลดา มีอาการทางจิตมานานนับสิบปีแล้ว วันเกิดเหตุจิตรลดา แฝงตัวเป็นผู้ปกครองเข้าไปภายในโรงเรียน จากนั้นขึ้นไปบนอาคารเมื่อเจอเด็กก็ชักมีดออกมาไล่แทง และอาละวาดแทง-ฟัน เด็กบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะหลบหนี
แต่เพียงไม่นานตำรวจก็ตามเจอจากความร่วมมือของรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ขี่ไปส่งเธอยังโรงแรมแห่งหนึ่ง และสามารถตามจับได้เมื่อเจ้าของร้านอาหารที่จิตลดาไปสมัครงาน เห็นภาพเธอจากหนังสือพิมพ์จึงแจ้งตำรวจมาจับกุม
จิตรลดา สารภาพว่าเป็นคนใช้มีดแทง 4 นักเรียนโดยอ้างว่าได้ยินเสียงสั่งจากสวรรค์ และไม่ชอบครอบครัวของเด็กเนื่องจากมีฐานะร่ำรวย
จากลักษณะการลงมือตำรวจเชื่อว่าจิตรลดา มีสติครบถ้วนเพราะวางแผนเป็นขั้นตอน หลังลงมือยังหลบหนีและเปลี่ยนชื่อไปสมัครงานอำพรางตัวเองอีกต่างหาก อย่างไรก็ตามแพทย์ชี้ว่าเธอมีอาการทางจิต จึงนำตัวเข้าบำบัดนานราวๆ 9 เดือน ก็ส่งตัวกลับมาให้ตำรวจดำเนินคดีเพราะอาการถือว่าปกติแล้ว
ตำรวจสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องในข้อหาพยายามฆ่า คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นศาล
ทุกวันนี้จิตรลดา ถูกควบคุมตัวอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางบางเขน
ทั้งกรณีจิตรลดา และนายโช ซง ฮุย น.ศ.เกาหลี มือฆ่าสะท้านโลก หากพิจารณาแล้วจะพบว่ามีบางส่วนที่เหมือนกัน คือการต่อต้านสังคม และโกรธเกลียดคนบางกลุ่มอย่างรุนแรงแบบไม่มีสาเหตุ
นายโช ซง ฮุย เกลียดเด็กอเมริกันที่ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ขณะที่จิตรลดา ไม่ชอบขี้หน้าลูกคนมีเงิน
และทั้ง 2 คนใช้ความรุนแรงระบายอารมณ์โกรธแค้นของตน
ในสังคมโลกและสังคมไทย ยังมีคนแบบนายโช ซง ฮุย และจิตรลดา อยู่ไม่น้อย อาจจะเดินสวนกัน กินอาหาร หรือทำกิจกรรมในสถานที่เดียวกับคนทั่วไปก็ได้ สังคมจึงต้องช่วยกันสอดส่อง โดยเฉพาะคนในครอบครัว และเร่งหาทางป้องกันไว้ล่วงหน้า หากไม่ต้องการให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีก
ข้อมูลจาก ข่าวสด
