แม่ทัพ4เสนอม.17ให้อภัยผู้หลงผิดไข่ในหิน - พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังวัดลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อปลอบขวัญบิดามารดาน.ส.พัชราภรณ์ บุญมาศ บัณฑิตสาวเหยื่อฆ่าเผา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เมื่อวันที่ 20 เม.ย.
สุรยุทธ์ ยกคณะเดินสาย 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปลอบขวัญให้กำลังใจ สั่งเร่งรัดดำเนินคดี แต่ต้องยุติธรรมตามพยานหลักฐาน พิสูจน์เอาผิดให้ได้ ยึดสันติวิธีกับคนดี ใช้กฎหมายจัดการคนร้าย แต่ต้องไม่ใช้วิธีนอกกฎหมาย ต่อไปจะลงพื้นที่มากขึ้น เน้นแก้การศึกษาหัวใจหลัก พร้อมทั้งรุดให้กำลังใจมอบเงินช่วยครอบครัวบัณฑิตสาว เหยื่อไฟใต้ ด้านแม่ทัพภาคที่ 4 เสนอใช้ มาตรา 17 เรื่อง สัตตะ พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ ให้อภัยผู้หลงผิด กลับใจมาร่วมแก้ปัญหา ขณะที่รองผบก.นราฯ อาการดีขึ้น แผลผ่าตัดไม่ติดเชื้อ ตร.-ทหารปิดหมู่บ้าน อ.รือเสาะ ลุยค้นจับ 8 ผู้ต้องสงสัย ยิงพ่อเฒ่าเก็บผักบุ้งบาดเจ็บ ลอบเผาโรงเรียนอีก ที่สุไหงโก-ลก กู้ระทึกกระเป๋าต้องสงสัย ดักระเบิดถล่มทหารปัตตานีบาดเจ็บ 4 ที่ยะลาปะทะโจรใต้ ไหม้แผงขายของ
-สุรยุทธ์ยกคณะลง 3 จังหวัดใต้
เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่ท่าอากาศยานกองทัพอากาศ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย และพล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการนายกฯ เดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส ในเวลา 10.00 น. และเดินทางต่อไปยังกองบังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เข้าร่วมประชุมกับนายการันย์ ศุภกิจวิเลขการ ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฎ ผบช.ภาค 9 พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 และพล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบก.นราธิวาส
ต่อมาพล.อ.สุรยุทธ์เดินทางตรวจดูสถานที่ก่อสร้างแฟลตตำรวจ อาคาร 5 ชั้น งบประมาณ 14,370,000 บาท และให้สัมภาษณ์ว่า การเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายในพื้นที่ เน้น 2 ประเด็น คือรับทราบปัญหาด้านสวัสดิการความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ ร่วมถึงที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จำเป็นต้องดูแลเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีที่อยู่อาศัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประเด็นที่ 2 กำชับและสั่งการเจ้าหน้าที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างจริงจังกว่าที่เป็นอยู่ และให้ประสานงานอย่างใกล้ชิด ให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันคนร้ายก่อเหตุร้ายในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-ฟังข้อมูลพื้นที่เป้าหมายโจมตี
จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์เดินทางไปยังค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี โดยพล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 รายงานสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ว่า เป้าหมายหลักทางยุทธการที่ฝ่ายก่อความไม่สงบมุ่งทำลาย คือสถานที่ที่เป็นระบบสาธารณูปโภค แหล่งผลิตไฟฟ้า สถานศึกษา สถานที่ราชการ และห้างสรรพสินค้า เจ้าหน้าที่วางมาตรการป้องกันสูงสุดไว้ที่ อ.เบตง อ.เมืองยะลา อ.สุไหงโก-ลก อ.เมืองนราธิวาส และ อ.เมืองปัตตานี
ด้านนายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รายงานว่า ขณะนี้มีความหวาดระแวงระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิมมากขึ้น ส่วนภาคการมีส่วนร่วมขณะนี้มีสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุข ที่จะมีผู้นำศาสนาทั้งไทย มุสลิม และนักปราชญ์ในพื้นที่ นัดประชุมทุกวันเสาร์ มีการเลือกนายกสภาแล้ว และกำลังเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างดียิ่ง ด้านงบประมาณไม่มีปัญหา ส่วนการพัฒนาพื้นที่พิเศษเฉพาะกิจ มีความติดขัดเรื่องกฎหมายบ้าง แต่คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังพิจารณาอยู่ อาจจะช้า แต่จะมีผลย้อนหลัง ถ้าได้เร็วสภาพคล่องจะดีขึ้น สภาพเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2548 หดตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ จ.ยะลา ที่เป็นพื้นที่ผลิตยาง กำลังมีปัญหาการส่งออก เพราะแทบจะไม่มีการส่งออกเลย จึงควรใช้งบฯ รายจ่ายภาครัฐส่วนของโครงสร้างพื้นฐานมารองรับในส่วนนี้แทนไปก่อน
-สั่งเร่งคดี-ย้ำไม่ใช้วิธีนอกกฎหมาย
พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะให้เพิ่มเติมคือการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม อยากให้ช่วยพิจารณาว่ามีปัญหาอุปสรรคตรงไหนอย่างไร เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีให้ไปสู่ศาล หรือแม้แต่ในชั้นศาลเอง เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น ในคดีความมั่นคงจำเป็นต้องดูแลให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ใช่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น อยากให้ดูทั้งระบบ ให้ ผอ.ศอ.บต.ไว้ด้วย หากฝ่ายจำเลยต้องการทนายความที่เขาเชื่อถือไว้วางใจ เราจะช่วยกันอำนวยความสะดวกได้อย่างไร และพิจารณาว่าในการพิจารณาคดีเป็นไปอย่างราบรื่น และก้าวไปข้างหน้าได้ เพราะเป็นห่วงเรื่องเวลา ในอดีตติดอยู่ตรงนี้นานพอสมควร หากช่วยกันและเร่งรัดก็จะสำเร็จและพิสูจน์ได้ว่าดำเนินการด้วยความยุติธรรม ตามพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์และตัดสินลงโทษได้
นายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้รับข้อมูลว่าชาวบ้านยังไม่เกิดความไว้วางใจ จึงอยากให้ผู้รับผิดชอบช่วยกันพิจารณาและดำเนินการ เพราะเสียงสะท้อนจากประชาชนเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องรับฟังและปรับตาม เพื่อให้ประชาชนเชื่อถือ และไว้วางใจขึ้นมา หลายครั้งมีเสียงสะท้อนกลับมาว่า เราเน้นความสมานฉันท์มากเกินไป เราพยายามแก้ไขปัญหา และสร้างความไว้ใจให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นคนดี จะใช้วิธีการพูดคุยปรับความเข้าใจ ส่วนคนร้ายเราคงไม่ใช้สันติวิธี แต่ต้องใช้กฎหมาย จึงอยากให้ทุกฝ่ายตระหนักในส่วนนี้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลบอกให้ใช้ความสมานฉันท์ แล้วจะไม่ใช้วิธีการทางกฎหมาย แต่ขอเน้นย้ำตรงนี้ว่าจะไม่ใช้วิธีการนอกกฎหมาย จะจัดการกับคนร้ายตามกฎหมาย และอยากย้ำให้ทุกคนเข้าใจให้ชัดเจน
กำลังใจ - พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ เข้าเยี่ยมอาการของพ.ต.อ.นพดล เผือกโสมณ รองผบก.นราธิวาส ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) หาดใหญ่ พร้อมทักทายให้กำลังใจภรรยาและบุตรสาว เมื่อ 20 เม.ย.
-เสนอใช้ ม.17 ให้อภัยผู้หลงผิด
ต่อมา พล.ท.วิโรจน์เสนอว่า ขณะนี้มีปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะกรณีรู้ตัวว่าผู้หลงผิดเป็นใคร แต่ไม่มีหลักฐานเข้าไปจัดการ ที่ขอให้ใช้มาตรา 17 เรื่องสัตตะ ของพ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ ที่ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งมีการให้สัตตะ และการให้อภัยผู้หลงผิดที่หายไป จะต้องออกกฎหมายมารองรับ ขณะที่พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า การออกกฎหมายในลักษณะมาตรา 17 ที่ใช้ในการปราบปรามคอมมิวนิสต์นั้นอยากให้พิจารณาให้รอบคอบ รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ หากในระดับพื้นที่เห็นว่ามีความจำเป็นก็ขอให้ทางพื้นที่เสนอความจำเป็นขึ้นมาว่าจะทำได้ในลักษณะใด เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการใช้แก้ปัญหา เนื่องจากทำให้ผู้มอบตัวมีความสบายใจมากยิ่งขึ้น
หลังการฟังบรรยายสรุป พล.ท.วิโรจน์กล่าวเสริมแนวคิดการรื้อฟื้นมาตรา 17 พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ ว่าต้องการให้ผู้หลงผิดได้มีโอกาสแก้ตัว เพื่อเราจะได้เอามาใช้งาน มาเป็นแนวร่วมในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ แนวคิดเรื่องนี้คล้ายๆ กับสมัยก่อนช่วง 6 ต.ค.2519 หรือ 14 ต.ค.2516 ที่มีนักศึกษาหลงผิดหนีเข้าป่าจำนวนมาก คนเหล่านี้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ถูกหลอกใช้ และหาทางออกไม่ได้ ก็เลยต้องหนีเข้าป่า เราจึงอยากฟื้นกฎหมายตัวนี้สำหรับผู้หลงผิดจะได้กลับตัวกลับใจ หากประกาศใช้จะเป็นผลดีอย่างแน่นอน เพราะคนที่เคยก่อคดีจะได้กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เหมือนอย่างความสำเร็จใน อ.รามัน และ ต.ปะแต จ.ยะลา ที่มีผู้หลงผิดกลับมามอบตัวจำนวนมาก ส่วนจะออกมาในลักษณะไหนก็ต้องหารือกับหลายฝ่าย
-ไม่ห่วงชาวบ้านจับอาวุธสู้โจร
ต่อมาพล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังฟังบรรยายสรุป ถึงการประสานรอยร้าวระหว่างไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ว่า การแก้ไขมีอยู่ทางเดียว คือเจ้าหน้าที่จะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น และสร้างความร่วมมือที่มีอยู่ในขณะนี้ต่อไป ส่วนใดที่ยังมีความแคลงใจ ก็ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจและความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น ต้องพยายามกันต่อไป รวมทั้งสร้างความคิดให้เป็นทางเดียวกันว่าทุกคนเป็นคนไทย ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา เมื่อถามถึงความวิตกกรณีประชาชนจับอาวุธออกมาต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบ นายกฯกล่าวว่า ไม่ห่วง เพราะการป้องกันตัวเอง ไม่ได้เป็นเรื่องของการต่อสู้ คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ส่วนใด ก็สามารถป้องกันตัวเองได้ เรายินดีให้การสนับสนุน
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมุ่งทำร้ายข้าราชการระดับสูง พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ต้องระมัดระวังตัวเอง ผู้ก่อความไม่สงบคงไม่มีเจตนาเลือกกระทำเฉพาะข้าราชการระดับสูง แต่เป็นความบังเอิญ อย่างตนก็เคยเดินอยู่ในพื้นที่กับระเบิดแต่ไม่โดน แต่รองผบก.นราธิวาสเดินไปเหยียบโดน แต่ตนบังเอิญไม่โดน เลยมีขาทั้ง 2 ข้างสมบูรณ์ จึงอยากจะบอกว่าบางครั้งแม้คนที่วางระเบิดเองก็อาจจะเหยียบกับระเบิดได้ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่เขาจะมุ่งกระทำต่อใคร แต่เป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้าหน้าที่และบุคคลในท้องถิ่น
-ยึดสันติวิธี-เน้นการศึกษาหัวใจหลัก
ต่อข้อถามว่าในช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาล คิดจะแก้ปัญหาภาคใต้ให้เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่าเราพยายามทำให้เกิดความรู้สึก ว่าการแก้ปัญหาอยู่บนพื้นฐานความรู้สึกที่เป็นคนไทยด้วยกัน และต้องแก้ด้วยสันติวิธี โดยการพูดจากับคนที่ไม่ได้เป็นผู้ร้าย ทำความเข้าใจ สร้างความเชื่อถือ และความมั่นใจให้เกิดขึ้นให้ได้ สำหรับคนที่เป็นผู้ร้าย เราดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินนอกกฎหมาย จึงอยากพูดให้ชัดเจนว่าผู้ที่กระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานที่ดีงาม สำหรับการแก้ปัญหาในบ้านเมืองต่อไป
การแก้ปัญหาภาคใต้ รัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อให้ทุกคนทั้งประเทศไทย เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาส่วนรวม ที่ต้องร่วมมือกันแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นปัญหาในพื้นที่เท่านั้น รัฐบาลพยายามรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และหลังจากนี้เป็นต้นไป ผมจะลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ให้มากขึ้น โดยจะเน้นการแก้ปัญหาเรื่องการศึกษา ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักและรากเหง้า ที่เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ อีกทั้งจะฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ จากสื่อมวลชนท้องถิ่น ที่รู้ข้อมูลอย่างแท้จริง นายกฯกล่าว
-ให้กำลังใจครอบครัวบัณฑิตสาว
จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ เดินทางไปยังวัดลำใหม่ หมู่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อให้กำลังใจกับบิดามารดาของน.ส.พัชราภรณ์ บุญมาศ บัณฑิตสาวที่ถูกฆ่าเสียชีวิต และมอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือจำนวน 20,000 บาท รวมทั้งมอบเงินบริจาคให้วัดลำใหม่ และผอ.ฉก.พัน.ร.173 อีกแห่งละ 10,000 บาท ทั้งนี้ นายกฯกล่าวให้กำลังใจครอบครัวน.ส.พัชราภรณ์ ว่าให้เข้มแข็ง อย่าไปมองชาวมุสลิมว่าเป็นคนก่อปัญหา เพราะจะไปเข้าทางผู้ก่อการ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ต้องการให้เกิดความแตกแยก และขอว่าอย่าหมดกำลังใจ ต้องพยายามต่อไป เพราะทุกคนคือคนไทย ตนเห็นด้วยกับการที่ทุกคนร่วมมือกันที่จะป้องกันตัวเองจากเหตุร้ายที่เกิดขึ้น และรัฐบาลพยายามเต็มที่ที่จะแก้ไขปัญหาด้วยความสมานฉันท์
ด้านพ.อ.พิเศษ มณี จันทร์ทิพย์ นายทหารฝ่ายเสนาธิการ กองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 43 กล่าวว่า จากการตรวจสอบกลุ่มผู้ก่อเหตุมีอยู่จำนวนหนึ่ง มีทั้งอยู่ต่างประเทศและในประเทศ จากฐานข้อมูลที่เจาะลึกทางข่าวกรอง พอรู้ตัวแล้วว่ามีใครบ้าง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ฝ่ายข่าวทราบชัดเจนว่ากลุ่มที่เข้ามาก่อเหตุมีใครบ้าง และจากการสอบสวนผู้ก่อเหตุ 100 คน ยังมีอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าเราติดตามสถานการณ์มาตั้งแต่ต้น พบว่าการก่อเหตุร้ายมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่วันสำคัญของฝ่ายตรงข้ามก็มักจะก่อเหตุ หรือแม้แต่วันสำคัญของราชการก็มีก่อเหตุบ้าง
-ชี้แจงหอการค้า-กระตุ้นเศรษฐกิจ
ถัดมาเวลา 18.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์เดินทางมายังโรงแรมซีเอส อ.เมือง จ.ปัตตานี และเข้าหารือกับประธานหอการค้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือว่า รัฐบาลชี้แจงว่าจะเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งจะเร่งขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยลดอัตราการเก็บภาษีเงินได้ และภาษีอื่นๆ ที่กระทรวงการคลังจะดำเนินการได้ภายในเดือนเม.ย.นี้ และจะมีผลย้อนหลังด้วย ตรงนี้จะช่วยได้พอสมควร รวมทั้งจะไปหารือกับสำนักงานประกันภัย เรื่องการลดหย่อนค่ากรมธรรม์ในพื้นที่ เนื่องจากจัดเก็บค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ยังชี้แจงภาคเอกชนให้ทราบถึงการดำเนินการทางคดีตามกระบวนการยุติธรรมว่า ภาครัฐดำเนินการไปพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะคดีสำคัญ จับกุมผู้ต้องสงสัย และผู้ต้องหาเพิ่มเติม ทั้งนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่หดตัวอย่างรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องกระตุ้นเรื่องความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของภาคเอกชน
พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวต่อถึงการฟื้นกฎหมายนิรโทษกรรม ในมาตรา 17 เรื่องสัตตา ของพ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ จะนำมาใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า อยากให้ในพื้นที่ไปพิจารณา และศึกษารายละเอียดอีกครั้ง ก่อนเสนอให้พิจารณาในหลักการ ในส่วนของนโยบาย เราไม่ขัดขวาง แต่ต้องศึกษารายละเอียดว่าท้องถิ่นให้การยอมรับทุกฝ่าย ว่าจะดำเนินการได้ ถ้ามีความเป็นไปได้ ฝ่ายนโยบายจะสานต่อออกเป็นพ.ร.บ.ต่อไป
-รองผบก.นราฯเหยื่อบึ้มอาการดีขึ้น
สำหรับอาการบาดเจ็บของ พ.ต.อ.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบก.นราธิวาส ที่เหยียบกับระเบิดโจรใต้นั้น ร.พ.สงขลานครินทร์ จ.สงขลา ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ระบุอาการบาดเจ็บของพ.ต.อ.นพดล ว่าอาการทั่วไปของพ.ต.อ.นพดล ดีขึ้นมาก รับรู้ทุกอย่าง ไข้เริ่มลดลงจาก 39.5 องศาเซลเซียส เหลือ 38 องศาเซลเซียส สัญญาณชีพโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติส่วนบาดแผลที่ผ่าตัดนั้น เลือดที่ไหลซึมมาโดยตลอดหลังการผ่าตัดเริ่มลดน้อยลง ยังไม่มีสัญญาณการติดเชื้อบริเวณผ่าตัดทั้ง 4 ตำแหน่ง
แถลงการณ์ระบุต่อว่า โดยในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลาประมาณ 09.00 น. ทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาได้ประเมินบาดแผล และผ่าตัดตัดเนื้อเยื่อที่ตายเพิ่มเติม เพื่อตกแต่งบาดแผล และเตรียมเนื้อเยื่อให้เหมาะสมสำหรับการทำศัลยกรรมสร้างเสริม โดยย้ายเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นๆ ของร่างกายมาคลุมบริเวณหลังมือด้านซ้ายที่ขาดสูญเสียไป ซึ่งเป็นผลมาจากการระเบิด
-ปิดหมู่บ้านลุยค้นจับ8ต้องสงสัย
สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยที่จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 06.00 น. พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ ผกก.สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.รือเสาะ ประมาณ 400 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 11 จุด ที่บ้านละหาร หมู่ 5 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ ใช้เวลาตรวจค้นเกือบ 4 ชั่วโมง สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 8 คน ทราบชื่อ นายอับดุลเลาะ สามะอากา อายุ 35 ปี, นายอับดุลเลาะ เจ๊ะสมาน อายุ 18 ปี, นายซาการียา ยามา อายุ 25 ปี, นายอับดุลรอแม บารอวา อายุ 43 ปี, นายอับดุลรอนิง บารอวา อายุ 19 ปี, นายอับดุลเลาะ สาและ อายุ 30 ปี มีหมายจับในคดีความมั่นคง และคดีพยายามฆ่า, นายมูฮัมหมัดอาแด บือราเฮง อายุ 25 ปี, และนายยามารูดิง โล๊ะมะ อายุ 43 ปี
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธปืนขนาด 7.65 ม.ม. ทะเบียน 524710 กท. 825930 กระสุน 7 นัด ซองกระสุนปืน กางเกงพรางชุดฝึก เสื้อยืดคอกลมแบบทหาร แผ่นซีดีวิธีการฝึกกระโดดจากที่สูง ประทัดยักษ์ และตรวจค้นมัสยิดบ้านละหาร พบวิทยุสื่อสารพร้อมแท่นชาร์จ เครื่องยาและเวชภัณฑ์ กล่องบรรจุกระสุนปืนเอ็ม 16 มีดพก กางเกงขายาวลายพรางทหาร อุปกรณ์สำหรับตัดและดัดเหล็ก ตะปูดัด วัสดุใช้ประกอบและผสมดินปืน จึงรวบรวมของกลางและผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 คน ส่งไปยังศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
-ยิงพ่อเฒ่าเก็บผักบุ้ง-วางเพลิงร.ร.
ต่อมาเวลา 06.45 น. ร.ต.ต.วรพงษ์ กล่อมสกุล ร้อยเวร สภ.อ.รือเสาะ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงที่ริมถนนรือเสาะ-ปราลี หมู่ 10 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ รุดไปที่เกิดเหตุพบนายเฉย ธนูเงิน อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 433/2 หมู่ 2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ข้อมือขวาทะลุ จึงนำส่งร.พ.รือเสาะ สอบสวนทราบว่าขณะที่นายเฉยเก็บผักบุ้งอยู่ในทุ่งนาริมถนน มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน มาจอดริมถนนชักอาวุธปืนยิงใส่ 5 นัด กระสุนถูก 1 นัด และหลบหนีไป คาดเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่
ถัดมาเวลา 08.00 น. ร.ต.ต.วรพงษ์ รับแจ้งเหตุไฟไหม้โรงเรียนบ้านลาเมาะ หมู่ 3 ต.รือเสาะ รุดไปที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้ที่ห้องเรียนชั้นอนุบาล 1 และ 2 มีชาวบ้านในพื้นที่กำลังช่วยกันดับได้ก่อนที่รถดับเพลิงเทศบาลตำบลรือเสาะ จะมาถึง เนื่องจากคนร้ายโปรยตะปูเรือใบและวางท่อนไม้ขวางถนน ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบยางรถจักรยานยนต์ 2 เส้น ราดน้ำมันจุดไฟเผาที่ประตูทางเข้า คาดเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่
-โก-ลกกู้ระทึกกระเป๋าต้องสงสัย
เวลา 08.30 น. พ.ต.ท.ประพันธ์ สุทธิธรรม รองผกก.ป.สภ.อ.สุไหงโก-ลก รับแจ้งเหตุพบกระเป๋าต้องสงสัย 2 ใบ วางอยู่ใต้ม้านั่งหินอ่อน ภายในสวนสาธารณะหน้าร.พ.สุไหงโก-ลก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดรุดไปยังที่เกิดเหตุ ก่อนจะเก็บกู้ได้สำเร็จ ตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิด มีเสื้อผ้า บัตรประจำตัวของผู้ชายชาวกัมพูชา และมีดสปาร์ตา 1 เล่ม สอบสวนทราบว่า ที่สวนสาธารณะหน้า ร.พ.สุไหงโก-ลก มักมีชาวเขมรที่จะเดินทางไปทำงานในมาเลเซีย นอนรอรถเดินทางกลับประเทศเขมร หรือเดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย คาดด้วยความรีบร้อนอาจลืมกระเป๋าเอาไว้
ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.ศรีสาคร ยังคงระดมกำลังหาศีรษะของนายนิรันดร์ คงแสน ชาวบ้าน ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่ถูกคนร้ายลอบยิงและตัดศีรษะ เมื่อกลางดึกวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่หมู่ 5 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่พบศีรษะนายนิรันดร์แล้ว ถูกทิ้งอยู่ในลำธาร จึงนำส่วนศีรษะไปให้ญาติพี่น้องของนายนิรันดร์ นำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
-ดักบึ้มทหารปัตตานีบาดเจ็บ 4
ด้านจ.ปัตตานี เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.วัชรินทร์ อมราพิทักษ์ ผกก.สภ.อ.มายอ รับแจ้งเหตุระเบิดที่ถนนสายคลองช้าง-มะหุด หมู่ 5 บ้านมะหุด ต.ปะโด อ.มายอ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน นข 605 สีดำ ถูกระเบิดที่กระบะท้ายพังยับเยิน และพบทหารบาดเจ็บ 4 นาย ทราบชื่อ ร.ต.วัชรเทพ อินทวิสัย, พลฯ อาบูบากา มามุ, พลฯ ทิพากร รักสกุล, และ ส.ต.ณัฐวุฒิ อินมา ทั้งหมดสังกัด ร.15312 ฉก.25 จึงลำเลียงส่งร.พ.สงขลานครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ทหาร 5 นาย นำโดย ร.ต.วัชรเทพ หัวหน้าชุด เดินทางด้วยรถกระบะกลับจากประชุมที่ฉก.25 หมู่ 1 ต.ตะโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี มุ่งหน้ากลับฐานปฏิบัติการที่บ้านเขาวัง ต.เขาวัง อ.มายอ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางเบี่ยงก่อสร้างท่อลอดถนน เกิดระเบิดขึ้นอย่างแรง เป็นเหตุให้รถเสียหายทั้งคัน คาดคนร้ายวางวัตถุระเบิดแสวงเครื่องบรรจุกล่องเหล็กซุกซ่อนในท่อระบายน้ำใต้ถนน จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ
-ตร.ทหารปะทะ-เผาวอดแผงขายของ
ส่วนที่ จ.ยะลา ในเวลา 06.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.กาบัง และทหาร นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านเมาะยี หมู่ 11 ต.กาบัง อ.กาบัง ภายหลังรับแจ้งเบาะแสมีกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ และขณะเข้าตรวจสอบมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าละเมาะ ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้ยิงตอบโต้กันนาน 5 นาที ก่อนเสียงปืนสงบ และเข้าเคลียร์พื้นที่ พบเป้สนาม เสื้อผ้า ชุดลายพราง ยารักษาโรค แผนที่ และวิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในเวลา 23.10 น. วันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.วิรัตน์ ดำคง สวป.สภ.อ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้แผงขายสินค้าในตลาดนัดต้นมะพร้าว ข้างวัดยะลาธรรมาราม ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังลุกไหม้แผงขายสินค้าของนายสุรเดช ณ ปัตตานี เปิดขายเสื้อมือสอง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำและควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนสาเหตุอยู่ในระหว่างตรวจสอบว่าเกิดจากการลอบวางเพลิงหรือไม่
-เยี่ยมพ.ต.อ.นพดลในห้องไอซียู
ต่อมาเวลา 19.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ เดินทางมายัง ร.พ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเข้าเยี่ยม พ.ต.อ.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบก.นราธิวาส พร้อมทั้งมอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือให้แก่ นางถนอมจิตร์ เผือกโสมณ ภรรยาพ.ต.อ.นพดล และ ด.ญ.กฤตวรรณ บุตรสาว และกล่าวให้กำลังใจว่า รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล สวัสดิการ การเลื่อนชั้นยศ และเรื่องการศึกษาของบุตรสาว ขอให้เรียนให้เต็มที่เท่าที่ต้องการ จากนั้นนายกฯ เซ็นสมุดเยี่ยมมีข้อความว่า ขอให้คุณนพดล จงมีความสามารถกลับคืนมาโดยรวดเร็ว และขอขอบคุณท่าน ผอ.และคณะแพทย์ที่ให้การช่วยเหลือคนเจ็บอย่างดียิ่ง ภายหลังเซ็นสมุดเยี่ยม นายกฯ เข้าเยี่ยม พ.ต.อ.นพดล ภายในห้องไอซียู
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เวลา 17.00 น. นายสนธิ เตชานันท์ ผวจ.สงขลา อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เยี่ยม พ.ต.อ.นพดล โดยนางถนอมจิตร์ ภรรยา และบุตรสาวเป็นผู้รับมอบ
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
