คอลัมน์ สดจากสนามข่าวสมศักดิ์ ชฎารัตน์ วิศวัสต์ วอนญฤทธิ์ เรื่อง/ภาพ
ปัญหา รถป่วย ยังไม่จบสิ้นไปจากบ้านเรา เมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งจะเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์สายยโสธร- กรุงเทพ ไฟลุกไหม้ย่างสดผู้โดยสาร 30 ราย บาดเจ็บอีกเพียบ มาจนถึงอุบัติเหตุสะท้านกรุง รถยูโรทู ขสมก. เบรกแตกพุ่งชนรถที่ติดอยู่แยกไฟแดงวัดเบญจมบพิตร พังเสียหายยับเยินถึง 20 คัน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายบาดเจ็บอีก 20
สยองซ้ำสองอีกจนได้!?!
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกลางกรุงครั้งนี้ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอย่างกว้างขวาง เพราะถนนหนทางทุกสายในกรุงเทพฯ ล้วนมีรถเมล์วิ่งเป็นเจ้าถนนทั้งนั้น จึงทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย ว่าหากขสมก. หรือบริษัทรถร่วมฯ ไม่ใส่ใจดูแลสภาพรถ ปล่อยให้คนขับนำออกมาซิ่งท้าตาย เกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อไหร่เห็นมีแต่ชาวบ้านตาดำๆ รับเคราะห์ทุกทีไป
สังเวยประมาทกับความชุ่ยไม่รู้กี่ศพต่อกี่ศพ
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นตอนเช้าตรู่วันที่ 4 เม.ย. พ.ต.ต.เอกชัย ศรีระหงษ์ สวส.สน.ดุสิต รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถปอ.พุ่งชนรถยนต์ที่จอดติดไฟแดงบริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร ถนนศรีอยุธยา ตัดถนนพระราม 5 แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต จึงประสานหน่วยกู้ภัยรุดไปที่เกิดเหตุ พบปรับอากาศยูโรทู สาย 72 วิ่งระหว่างคลองเตย-เทเวศร์ หมายเลขข้างรถ 4-44148 ทะเบียน 12-5454 กทม. จอดปิดท้ายรถคันอื่นอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับ มีนายสมคิด ชูศรีพัฒน์ อายุ 48 ปี คนขับยืนรอมอบตัวอยู่ในอาการตื่นตระหนก
สำหรับคู่กรณีของรถยูโรทูคันนี้ มีมากถึง 20 คัน ทุกคันถูกชนได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน บางคันถูกชนเสยขึ้นไปซ้อนกัน จอดกระจัดกระจายกลางสี่แยก ในที่เกิดเหตุมีคนเจ็บร่วม 20 คน นอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ พลเมืองดีต้องช่วยกันปฐมพยาบาลกันข้างถนน ก่อนจะหามส่งร.พ.อย่างทุลักทุเล
เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้เกิดการจราจรติดขัดท้ายแถวยาว เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่กลางกรุงและเป็นชั่วโมงเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ต้องเรียกกำลังเสริมมาอำนวยความสะดวกและระบายรถจนปั่นป่วนไปทั้งเมือง
วันนั้นรถติดไปทั่วกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่พบศพนายบุญสม บุญประเสริฐ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 372/15 ซ.รามคำแหง 35 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. เสียชีวิตอยู่ในรถตู้ 1 ในรถคู่กรณีของรถยูโรทูจึงกู้ศพออกมาอย่างน่าเวทนา
นายสมคิด โชเฟอร์ยูโรทูให้การว่า ขณะเกิดเหตุขับรถรับส่งผู้โดยสารมาจากตลาดคลองเตยมุ่งหน้าตลาดเทเวศร์ เมื่อถึงที่เกิดเหตุเห็นรถจอดติดไฟแดงอยู่ จึงแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็ว แต่ต้องใจหายวาบเมื่อพบว่าเบรกไม่ทำงาน ทำให้รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงเนื่องจากเป็นช่วงที่ถนนว่างพอดี พุ่งเข้าชนท้ายรถคันหน้า แต่เนื่องจากรถยังไม่หมดแรง จึงดันรถพุ่งชนรถที่จอดติดไฟแดงเป็นทอดๆ
รถคันเกิดเหตุดูแลเป็นประจำทุกๆ 2 เดือน ล่าสุดเพิ่งตรวจสภาพไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนี่เอง เมื่อเช้าก่อนออกรถก็ตรวจสอบแล้ว ว่าสภาพยังปกติดีทุกอย่าง แรงดันลมเบรกก็ปกติ จึงไม่ทราบว่าเพราะอะไรจึงเบรกไม่อยู่ ผมขับรถสายนี้มา 15 ปีแล้ว ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อนเลย นายสมคิดให้การด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
ขณะที่นางสุดใจ เลี้ยงบำรุง อายุ 41 ปี ผู้โดยสารบนรถปอ. เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่ประมาณ 5-6 คน เมื่อรถแล่นมาถึงแยกที่เกิดเหตุคนขับตะโกนบอกผู้โดยสารว่าเบรกไม่อยู่ ตนซึ่งนั่งอยู่ติดประตูหลัง และผู้โดยสารคนอื่นต่างตกใจรีบเกาะราวรถไว้อย่างแน่นหนา สักครู่รถก็วิ่งเข้ากระแทกกับรถที่จอดติดไฟแดงอย่างแรง จนไปกระแทกกับที่นั่งได้รับบาดเจ็บฟกช้ำเล็กน้อย ส่วนผู้โดยสารคนอื่นก็เช่นเดียวกัน แต่โชคดีไม่มีผู้ใดรับบาดเจ็บสาหัส
ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเช่นนี้
คดีนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายสมคิด ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของบุคคลอื่น สำหรับรถปอ.คันดังกล่าว ทางขสมก.ได้ทำประกันเอาไว้กับบริษัท สัมพันธ์ ประกันภัย จำกัด วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท แต่จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ประกันภัย ค่าเสียหายอยู่ราว 2 ล้านบาท โดยส่วนที่เกินไปจากวงเงินประกัน ทางขสมก.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง
หลังเกิดเหตุนายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกมาระบุว่า ทางขสมก. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว โดยจะใช้ช่างที่มีความชำนาญจาก 3 หน่วยงาน คือ ขสมก. กรมการขนส่งทางบก และ บ.ไทยฮีโน่ ออโต้เซลส์ ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาซ่อม โดยกรมขนส่งทางบก จะเป็นหน่วยงานกลางในการตรวจสอบสภาพรถ โดยหากมีการวินิจฉัยแล้วพบว่าอุปกรณ์ทั้งหมดปกติสมบูรณ์ ก็จะขัดกับการให้การของพนักงานขับรถที่ว่าเบรกแตกจนทำให้ไม่สามารถบังคับรถได้ แต่หากพบว่ามีอุปกรณ์ชำรุดจริง และไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่า ก็จะเอาผิดกับบริษัทที่รับเหมาซ่อม โดยจะต้องชดเชยและรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งค่าชดเชยผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวมถึงทรัพย์สิน ซึ่งขณะนี้ขสมก.ได้รับผิดชอบค่าชดเชยดังกล่าวแล้ว
ส่วนคนขับหากพบว่ามีความผิดจริงจากความประมาท
โทษคือไล่ออกสถานเดียว!?!
นอกจากนี้ทางขสมก. ได้มีการเข้าไปตรวจสอบดำเนินการกับรถร่วมบริการที่มีประชาชนร้องเรียนมา อาทิ รถสาย 8 ที่วิ่งเส้นแฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ ซึ่งเมื่อเข้าไปตรวจสอบมีการเอาเบาะรถออกแล้วเอากระป๋องน้ำมันมาวางแทน โดยสั่งพักรถจำนวน 13 คัน นอกจากนี้ สาย 7 เส้นทางคลองขวาง-หัวลำโพง และสาย 68 เส้นทางแสมดำ-บางลำพู ที่มีการนำรถไปทดลองติดตั้งแก๊สแอลพีจี โดยไม่ได้ขอนุญาต ซึ่งอาจจะเป็นอันตราย จึงได้สั่งการให้มีการถอดเปลี่ยนออกทันทีและสั่งพักรถ เพื่อให้ไปปรับปรุงจนกว่ารถจะสามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสภาพรถของรถร่วมประจำทางทุกสาย เพื่อให้รถที่ได้มาตรฐานไว้บริการประชาชน
จะทำได้จริงจังขนาดไหนเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
ไม่ว่าทางขสมก.จะแก้ปัญหาหรือแสดงความรับผิดชอบมากน้อยเพียงใด แต่สิทธิอันพึงมีพึงได้ของผู้บาดเจ็บย่อมเป็นเรื่องใหญ่เสมอ
หลังเกิดเหตุนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ออกมาชี้แจงว่า ทางกรมฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่และทนายอาสาเข้าไปให้ความช่วยเหลือเหยื่อในกรณีนี้แล้ว เบื้องต้นผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินค่าชดเชยจากพ.ร.บ.รถยนต์คุ้มครอง หากกรณีที่ผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ก็สามารถยื่นความจำนงได้ที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินค่าชดเชย โดยจะตรวจสอบว่าผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ได้รับการช่วยเหลือจากส่วนใดแล้วบ้าง หากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะพิจารณาจ่ายค่าเสียหายให้ตามความเป็นจริง โดยผู้เสียชีวิตจะได้ค่าทำศพ 30,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล
ไม่ว่าจะมีเงินค่าชดเชยให้มากน้อยเพียงใด
ทางที่ดีอย่าให้เกิดเหตุขึ้นเป็นดีที่สุด
หน้า 2
ข้อมูลจาก ข่าวสด
