คุ้มกัน - ขบวนรถไฟสายยะลา-สุไหงโก-ลก เปิดให้บริการตามปกติ หลังจากหยุดวิ่งมา 5 วัน เพราะถูกคนร้ายถอดหมุดยึดรางทำให้รถไฟตกราง เจ้าหน้าที่ต้องดูแลทั้งพื้นล่างและบนรถหวั่นคนร้ายก่อเหตุซ้ำ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.โจรใต้คลุมหน้า 30 คน บุกเผาโรงเรียนกรงปินังกลางดึก ก่อนปล้นเอาเครื่องคอมพ์ไปด้วย แอบเข้าหลังโรงเรียนใช้ปืนจี้ชรบ.ก่อนเอาโต๊ะเก้าอี้มากองแล้วราดน้ำมันเผาเสียหายไป 11 ห้อง คาดความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ส่วนที่ปานาเระเผาโรงเรียนเสียหาย 2 หลัง ขณะที่รถไฟสายใต้เปิดให้บริการแล้วแต่ยังคงเงียบเหงาเพราะคนไม่รู้ว่าเปิดแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บินคุ้มกัน การข่าวเตือนครูนราธิวาสระวังตกเป็นเป้าก่อเหตุ เพราะกลุ่มโจรอยากให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น มือปืนประกบยิงดับอีก 2 ผญบ.ยี่งอพร้อมผู้ช่วย ส่วนผช.อส.สาหัส
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงโรงเรียนบ้านพ่อมิ่ง ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจทหารไปตรวจสอบ พบเพลิงลุกไหม้อาคารเรียน 2 หลัง หลังแรกเป็นอาคารเรียน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นสำนักงานเสียหายทั้งหมด ส่วนชั้นบนเป็นห้องเรียน 3 ห้อง เสียหาย 2 ห้องเรียน ส่วนอาคารหลังที่ 2 เป็นอาคารไม้ครึ่งปูนชั้นเดียว 7 ห้องเรียน ได้รับความเสียหาย 1 ห้อง สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยหมู่บ้านหรือชรบ. เฝ้าเวรยามอยู่ คนร้ายแอบมาทางหลังโรงเรียน ราดน้ำมันจุดไฟเผาก่อนหนีไป ชรบ.ช่วยกันดับไฟไว้ได้
ส่วนที่จ.ยะลา เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเขต 45 ยะลา ร.ต.ท.ชัยพร สีมาวุธ ร้อยเวรสภ.อ.กรงปินัง พร้อมกำลังตำรวจ และนายอดินันท์ ปากบารา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายะลา เขต 1 เข้าตรวจสอบโรงเรียนสันติวิทยา ต.สะเอ๊ะ อ.กรงปินัง หลังคนร้ายลอบเผาอาคารเรียนได้รับความเสียหาย เมื่อกลางดึกวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายลอบเผาอาคารเรียนชั้นป.1-3 จำนวน 6 ห้อง และอาคารเรียนอนุบาล 2 ห้อง ห้องเรียนชั้นป.4 จำนวน 1 ห้อง ป.6 อีก 1 ห้อง ห้องพยาบาล 1 ห้อง รวมห้องเรียนได้รับความเสียหาย 11 ห้อง
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดชรบ. เฝ้าที่โรงเรียนประมาณ 10 คน มีคนร้ายประมาณ 30 คน ใช้ผ้าคลุมหน้าลักลอบเข้ามาด้านหลังโรงเรียน พร้อมใช้อาวุธปืนขู่บังคับชรบ.ไว้ จากนั้นกระจายกันงัดห้องเรียน พร้อมนำโต๊ะ เก้าอี้ หนังสือเรียน และอุปกรณ์ทางการศึกษาที่อยู่ในห้องต่างๆ มารวมกันที่กลางห้อง แล้วราดน้ำมันพร้อมจุดไฟเผาทันที และก่อนจะหลบหนีได้ขโมยเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนไปด้วย 4 ชุด ค่าเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ทำให้เด็กนักเรียนไม่มีสถานที่เรียน
ส่วนเหตุการณ์โจรใต้ถอดหมุดยึดรางรถไฟ ทำให้รถไฟตกรางที่จ.ปัตตานี และการรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศหยุดเดินรถไฟระหว่างสถานีหาดใหญ่ จ.สงขลา-สถานีสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเวลา 06.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ยะลา ว่า บรรยากาศที่สถานีรถไฟยะลา ที่เปิดเดินรถวันแรก ขบวนรถท้องถิ่น 453 ซึ่งเป็นขบวนแรกออกจากสถานียะลาปลายทางสุไหงโก-ลก เวลา 07.30 น. มีนักเรียน ข้าราชการ และประชาชน มาใช้บริการค่อนข้างจะบางตา ซึ่งไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีการเดินรถในวันนี้ จึงหันไปใช้รถโดยสารประจำทางแทน สำหรับการรักษาความปลอดภัย มีตำรวจประจำขบวนรถ 5 นาย ทหารรักษาความปลอดภัยเส้นทางรถไฟอย่างเต็มที่ นอกจากนี้มีเฮลิคอปเตอร์บินตรวจเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยด้วย
รายวัน - เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุระเบิดที่ตู้โทรศัพท์หน้าร้านน้ำชา อาเหลียง กลางเมืองยะลา หลังคนร้ายนำระเบิดชนิดแสวงเครื่องมาวางไว้แล้วจุดชนวนจนมีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย บาดเจ็บ 21 ราย เมื่อค่ำวันที่ 8 มิ.ย.
นายทนงศักดิ์ พงษ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ภาคใต้ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้มีความมั่นใจในมาตรการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารมาก โดยก่อนที่รถไฟทุกขบวนจะออกจากสถานี เจ้าหน้าที่จะลาดตระเวนเส้นทางก่อนเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ขอให้ประชาชนมั่นใจและใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนของผู้มาใช้บริการวันแรกเกือบทุกสถานีค่อนข้างบางตา มีเพียง 50% จากที่ผ่านมา สาเหตุอาจเกิดจากการที่ประชาชนยังไม่มั่นใจและยังไม่ทราบว่ารถไฟเปิดใช้บริการได้ตามปกติแล้ว
วันเดียวกัน เวลา 07.30 น. ร.ต.ท.อัคนีรักษ์ อัครพิน ร้อยเวรสภ.อ.เมือง นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่ถนนสายบางปอ-ยารอ ต.บางปอ อ.เมือง นราธิวาส จึงประสานไปยังพ.ต.ท.สุกิจ ขำมาก หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นำกำลังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดพร้อม กองวิทยาการ ตำรวจ และทหารจำนวนหนึ่ง รุดไปตรวจสอบ พบที่เสาไฟฟ้าข้างรั้วริมถนนมีหลุมระเบิดขนาดกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ในรัศมี 30 เมตร มีเศษสะเก็ดระเบิดกระจายเกลื่อนพื้น เป็นเศษกล่องเหล็ก เศษดินระเบิดปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรด เชื้อปะทุ เศษเหล็กหุนตัดสั้น เศษแผงวงจรรับรีโมตคอนโทรลระยะไกล จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใกล้ๆ กันมีสายไฟฟ้าแรงสูงขาด 2 ท่อน ห้อยอยู่ริมถนน จึงประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯตัดกระแสไฟเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ก่อนหน้าแล้ว คือ จ.อ.มนต์ชัย วิวัฒน์กะสิกิจ อายุ 25 ปี สังกัดร้อยร.1ฉก.37 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณขาซ้าย และพลทหารวีรยุทธ์ อุสมา อายุ 22 ปี สังกัดเดียวกัน ถูกแรงระเบิดอัดจนแน่นหน้าอก หูอื้อ และมึน บาดเจ็บเล็กน้อย
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารหน่วยนาวิกโยธิน 6 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ออกจากฐานในสำนักสงฆ์บ้านไม้งาม ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ออกลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยล่วงหน้าให้กับคณะครู และเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายกดชนวนระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ตรวจสอบพบว่า คนร้ายนำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 5 ก.ก.บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรลแล้วนำมาวางไว้ใต้เสาไฟฟ้าข้างถนน เมื่อรถทหารผ่านมาจึงกดจุดชนวนขึ้น
ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้วิทยุแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่กองกำลังทุกฝ่าย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับกลุ่มโจรใต้ที่ติดอาวุธเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ใน จ.นราธิวาส ให้ช่วยดูแลและรักษาความปลอดภัยให้กับครูเป็นพิเศษ โดยเฉพาะครูที่สอนอยู่ตามโรงเรียนประถมศึกษาต่างๆ ในพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานว่า กลุ่มคนร้ายต้องการยิงครู และผู้เกี่ยวข้องในสถานศึกษา และประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่อีกในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เพื่อสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะปิดสถานศึกษา เผาโรงเรียน และปล้นอาวุธปืนของชุดชรบ.อีกระลอก เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุป่วนใต้
วันเดียวกัน ร.ต.ต.บุญสง ทาแสง ร้อยเวรสภ.อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บ ริมถนนสายยี่งอ-รือเสาะ หมู่ 2 ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ จึงรุดไปตรวจสอบพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีแดงเลือดหมู ทะเบียน บ-3094 นราธิวาส จอดริมถนนสภาพรถถูกกระสุนปืนที่กระจกข้างด้านคนขับเป็นรูพรุน และกระจกหน้าแตกละเอียด ในรถพบผู้บาดเจ็บคือ นายฮามุ เจ๊ะโว๊ะ อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ ถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 เข้าที่หน้าอก 1 นัด ท้ายทอย 1 นัดอาการสาหัส เสียชีวิตที่โรงพยาบาล นายมูหัมหมัด นิกาจิ อายุ 26 ปี ผู้ช่วยอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ระแงะ ถูกกระสุนปืนชนิดเดียวกันที่แขนขวา 1 นัด อาการสาหัส ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นายหะมิ วานิ อายุ 45 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ถูกยิงที่ท้ายทอย 1 นัด โหนกแก้มขวา 1 นัด บนถนนพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 กว่า 10 ปลอก และกระสุนปืน 11 ม.ม. ปลอกกระสุนปืน 9 ม.ม. อีกจำนวนหนึ่ง ตกอยู่ในรถยนต์
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้ง 3 คน ไปประชุมที่ที่ว่าการอำเภอระแงะ กับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหารในพื้นที่ เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินรถไฟ และเมื่อเสร็จการประชุมนายมูหัมหมัดขับรถยนต์คันเกิดเหตุ โดยนายฮามุนั่งมาในตอนหน้า ส่วนนายหะมินั่งเบาะหลังเพื่อกลับบ้านพัก ระหว่างทางมีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์ ไม่ทราบเลขทะเบียน ไล่ตามประกบและใช้ปืนเอ็ม 16 กราดยิงใส่หลายสิบนัด ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนชักปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.และ 11 ม.ม.ยิงสวนคนร้ายจนกระสุนหมดแม็ก คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงหนีไป
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีชาวเขมรมุสลิมจากประเทศกัมพูชา เดินทางผ่านบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จำนวนมาก และลงไปก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้นั้น วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. พ.อ.ไชยชัยยันห์ โสธรชัย ผบ.ฉก.ทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา ร.อ.สมปอง บุญชัย ผบ.ร้อยทพ.1207 นำกำลังตั้งจุดตรวจพบเขมรมุสลิม 19 คน เป็นชาย 10 หญิง 9 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางมาจาก จ.กัมปงจาม พบพาสปอร์ตปลอม 2 เล่ม ที่ตัวนายลี ยูโซะ อายุ 17 ปี พาสปอร์ตเล่มหนึ่งมีภาพของนายลี แต่เป็นชื่อนายเชฟ คิมเลง อายุ 23 ปี เมื่อพาสปอร์ตที่ปลอมแปลงมาไม่ตรงกัน เจ้าหน้าที่จึงเชิญเจ้าหน้าที่กงสุลกัมพูชาที่สำนักงานคลองลึกมาช่วยตรวจสอบและสอบสวน เล่มที่ 2 ที่ยึดได้เป็นชื่อนางเมร สลัยกัส ไม่ระบุอายุ และภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้สอบสวนต่อไป
วันเดียวกัน เวลา 20.00 น. ศูนย์รวมข่าวสภ.อ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ใกล้กับแผงขายน้ำชา ตรงสี่แยกคุรุ ถ.อาคารสงเคราะห์ เขตเทศบาลนครยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเขต 45 ยะลา รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ตัดสัญญาณมือถือ และกันประชาชนออกห่างจากจุดเกิดเหตุทันที จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบพบว่า ตู้โทรศัพท์ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายพังยับเยิน 1 ตู้ นอกจากนี้ยังพบเศษสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดขนาด 1 ซ.ม.กระจายอยู่ทั่ว ใบปลิวในตู้โทรศัพท์ที่อยู่ติดกัน เป็นกระดาษเอ 4 พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ระบุเป็นการแก้แค้นเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สนามกีฬาที่บ้านบือซู อ.บันนังสตา จ.ยะลา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทัพทิม ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา 22 คน คือ 1.น.ส.กาญจนา หม๊ะหวัง เสียชีวิตในเวลาต่อมา 2.นางศิริยา (ไม่ทราบนามสกุล) 3.อภิชิต อนุบุตร 4.นายศิริภัทร์ รันดาเวย์ 5.นางอุมาพร ทองวิเศษ 6.นายแสนสุข บุญประกอบ 7.นางชนากาญจน์ ทองคำ 8.นายกิตติพงษ์ ลิ้มกสิกรรม 9.น.ส.สุไรนุ โควสุเต็ง 10.น.ส.สมใจ สมหวัง 11.น.ส.ซารีนา สะดั้ง 12.จงกล ชินพงษ์ 13.น.ส.วานิช ยะโก๊ะ 14.นายขจรพันธ์ อภัยวงศ์ 15.นายสุวัฒน์ อักโขมี 16.น.ส.นิภาศิริ เส็งสาหัส 17.นายจักกฤษณ์ อิ่มสำราญ 18.นายศุภพงศ์ รันดาเวย์ 19.น.ส.อัสนา ยะกรอตุน 20.น.ส.อุสนา นิมุ 21.นายธรณินทร์ อายนะ และ 22.น.ส.กิติมา รุจิศรัณย์
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายวัยรุ่นเดินเข้ามายังตู้โทรศัพท์ แล้วนำกล่องระเบิดคาดว่าเป็นชนิดแสวงเครื่องมาวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งอยู่บนริมฟุตปาธดังกล่าว แล้วคนร้ายรีบวิ่งออกจากตู้โทรศัพท์ จากนั้นไม่ถึง 2 นาที เกิดระเบิดขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
สำหรับน.ส.กาญจนา หม๊ะหวัง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/1 ต.สะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย แพทย์ต้องนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นการด่วน และขณะเดียวกันในพื้นที่จ.ยะลา มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
