คอลัมน์ กระตุกหนวดเปาบุ้นจิ้นโดย พันดาว
ตำแหน่ง นายพล ในชีวิตเริ่มต้นรับข้าราชการของตำรวจนั้น
ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากไปให้ถึง ดวงดาว และ รวงข้าว
..เอ๊ย!..ช่อชัยพฤกษ์...อิอิ
บางคนทำงานหนักมาตลอดชีวิตรับราชการอาจไม่ได้เป็นนายพล ถ้าผลงานนั้นไม่เข้าตา นาย หรือ ผู้มีอำนาจ
แต่บางคนทำงานนิดหน่อย...ประจบมากหน่อย...เลือกอยู่ข้างผู้มีอำนาจเข้าไว้ มักได้ดิบได้ดี
ดังนั้น ตำรวจยุคดิจิตอลต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป๊
เผลอทำตัวเป็น ช้างเผือก อยู่ในป่า
อย่าหวังจะมีโอกาสไต่เต้าเป็นใหญ่เป็นโตเลย
ความรู้ ความสามารถ ทุกคนที่เข้าสู่ยุทธจักรสีกากีมีพอๆ กัน แต่โอกาสและความสามารถเฉพาะทางนั้นแตกต่างกันแน่
ซึ่งเป็นวัฏจักร...ในวังวนสีกากีที่หนีไม่พ้นทุกยุคทุกสมัย
บางรายกว่าจะได้ติดยศ พล.ต.ต. ก็ปาเข้าไปเกือบจะเกษียณอายุราชการอยู่ร่อมร่อ
แต่ได้ช้าก็ยังดีกว่าไม่ได้ (ฮา)
เพราะถือเป็นเกียรติประวัติวงศ์ตระกูล
อย่าง พล.ต.ต.ณพรรษ เย็นสุดใจ ผบก.ทล. นั่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง
ที่เรียกว่า พกบุญ-บวกดวง มาเต็มกระเป๋า
กว่าจะเป็นนายพลได้อายุก็ขอบๆ 60 ปี
งานนี้ รอง ผบก. ทั่นใดอยากทราบเคล็ดลับ
ลองไปกระซิบถามเอาเอง...ว่าทำบุญด้วยอะไร?
ซึ่งหลัง ทั่นณพรรษ เข้ารับตำแหน่งก็ขันแข็ง ออกตรวจตราลูกน้องตามสถานีทางหลวงเป็นว่าเล่น บางวันนุ่งขาสั้นนั่งมอเตอร์ไซค์ก็มี
กระทั่งติดยศ พล.ต.ต. กลับหายหน้าไปอาทิตย์กว่า
จนคนในวงการถามไถ่บ่นคิดถึงผู้การฯขึ้นมาตงิดๆ
กระจิบข่าวแอบไปกระซิบถาม ลูกน้อง ในสังกัด
จนถึง บางอ้อ ว่าทั่นผู้การฯไปบวช เจริญศีลภาวนา ที่วัดเกาะ เมืองเพชรบุรี
โดยใช้เวลาศึกษาธรรมะ 9 วันเต็ม
ก่อนจะลาสิกขาบทวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา
ใครเห็นหน้าตาทั่นผู้การฯขณะนี้ จะรู้สึกได้ทันทีว่าหน้าตาอิ่มเอิบ ราศีจับ
เข้าลักษณะ อิ่มบุญ-ย่ามตุง
(ฮา...เอิ๊ก)
หน้า 12
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
