เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่รัฐสภา พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เป็นประธานประชุมสนช. พิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคปค.ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่างที่ครม.เสนอให้ขยายเวลาการดำเนินการของคตส.เพื่อตรวจสอบเรื่องที่ค้างพิจารณา กำหนดให้คณะกรรมการฯ กรรมการ และบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจสอบ ไม่ต้องรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญาในการกระทำที่ได้กระทำไปโดยสุจริตและอำนาจหน้าที่และแก้ไขเรื่องกำหนดเวลาว่า ให้คตส.ตรวจสอบเรื่องที่ยังไม่เสร็จต่อไป แต่ต้องไม่ช้ากว่าวันที่ 31 ธ.ค.2550 แต่หากตรวจสอบไม่เสร็จให้ส่งมอบสำนวนเรื่องที่ค้างอยู่ให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือหน่วยงานอื่น เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ นอกจากนี้มีร่างที่เสนอโดยสมาชิกสนช. มีนายประพันธ์ คูณมี นางเตือนใจ ดีเทศน์ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ พร้อมคณะรวม 60 คนเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 เพื่อประกบร่าง พ.ร.บ.ของรัฐบาลด้วย โดยมีการขยายอายุคตส.ออกไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ประมาณ 6 เดือนหรือ 1 ปี จากที่คตส.จะหมดวาระในเดือนก.ย.นี้ ขณะที่ร่างของรัฐบาลจะมีเวลาประมาณ 3 เดือน
จากนั้นที่ประชุมมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ด้วยคะแนนเสียง 119 ต่อ 7 โดยตั้งคณะกรรมาธิการ 17 คน พิจารณาแปรญัตติภายใน 7 วัน ทั้งนี้ที่ประชุมไม่สามารถตกลงว่าจะใช้ร่างของรัฐบาล หรือ สนช.เป็นหลักในการพิจารณา ในที่สุดต้องลงมติปรากฏว่าเห็นด้วยใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณาด้วยเสียง 92 ต่อ 37
หน้า 11
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
