"คตส."ขีดเส้นตายพจมานเข้าให้ถ้อยคำคดีหุ้นชินคอร์ปฯ 19 มิ.ย.นี้ ลั่นเล่นเกมประวิงเวลาเจอคุก 6 เดือนแน่ ระบุครั้งแรกอนุโลมให้ได้ แต่ครั้งที่2ไม่มีเหตุผลเพราะไม่มีหลักฐานสนับสนุนผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ว่าในช่วงเช้ามีการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมีนายวิโรจน์ เลาหะพันธ์ กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมมีวาระในการพิจารณา 2 เรื่อง คือพิจารณาการที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ขอเลื่อนการเข้าให้ถ้อยคำจากวันที่ 6 มิ.ย. ออกไปเป็นวันที่ 10 ก.ค. และการพิจารณาทบทวนตัวเลขการประเมินเรียกเก็บภาษีนิติบุคคลของบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนท์ จำกัด ที่เดิมคตส.มีมติให้จัดเก็บในอัตรา 2.08 หมื่นล้านบาท
ภายหลังการประชุม นายสัก กอแสงเรือง หนึ่งในอนุกรรมการ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติไม่อนุญาตให้คุณหญิงพจมาน เลื่อนการให้ถ้อยคำออกไปเป็นวันที่ 10 ก.ค.ตามที่ขอมา แต่ได้กำหนดให้คุณหญิงพจมาน เข้าให้ถ้อยคำในวันที่ 19 มิ.ย.เวลา 10.00 น.
เนื่องจากการพิจารณาหนังสือขอเลื่อนที่คุณหญิงพจมาน ส่งมาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ในหัวหนังสือระบุว่าส่งมาจากประเทศสิงคโปร์ อ้างว่าติดภารกิจสำคัญในต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่คุณหญิงพจมาน ได้เป็นคนขอเลื่อน และกำหนดเวลาเอง จากครั้งแรกที่อนุกรรมการมีหนังสือเรียกให้เข้าให้ถ้อยคำจากวันที่ 9 พ.ค. เป็นวันที่ 6 มิ.ย. ซึ่งนานถึง 27 วัน อนุกรรมการฯยังพออนุโลมให้ตามคำขอ
คุณหญิงพจมาน ทราบดีตามวันเวลาที่กำหนดไว้เอง แต่กลับส่งหนังสือมาขอเลื่อนโดยอ้างภารกิจสำคัญที่ต่างประเทศ อนุกรรมการฯจึงเห็นว่าการขอเลื่อนทั้งสองครั้งมีลักษณะประวิงเวลาให้ล่าช้า เพราะการขอเลื่อนครั้งแรกไม่แจ้งว่ามีภารกิจและเหตุผลสำคัญอะไร จากนั้นยังเลื่อนเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่คุณหญิงพจมานทราบกำหนดการล่วงหน้าเป็นเวลานานพอสมควร ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะให้เลื่อนเข้าถ้อยคำได้ เพราะไม่มีเหตุผลการอ้างไปต่างประเทศ ถือว่าเป็นการอ้างลอยๆไม่มีหลักฐานเหตุผลสนับสนุนว่าไปทำธุรกิจสำคัญประการใด นายสัก กล่าว
ดังนั้นนายวิโรจน์ จึงได้ลงนามในหนังสือคำสั่งเรียกให้คุณหญิงพจมาน มาให้ถ้อยคำอีกครั้งโดยในหนังสือได้ระบุว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งถือว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคตส. ที่ออกตามประกาศคปค.ฉบับที่ 30 ข้อ 5 ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มาตรา 25 (1) และ มาตรา 79 และตามระเบียบคตส.ข้อ 14 (7) และข้อ 19 ซึ่งอาจมีความผิดตามกฎหมายป.ป.ช.มาตรา 118 มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสัก กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาทบทวนตัวเลขการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคล ของบริษัทแอมเพิลริช โดยถ้าทุกอย่างไม่มีอะไรแทรกซ้อน ก็สามารถสรุปเสนอต่อที่ประชุมคตส.ชุดใหญ่ได้ในวันจันทร์ที่ 11 มิ.ย.
แต่ถ้าเสร็จไม่ทันก็อาจจะต้องเลื่อนไปเสนอในสัปดาห์ถัดไป อย่างไรก็ตามในการทบทวนดังกล่าว ยังคงยึดข้อกฎหมายมาตราเดิม ส่วนจะปรับลดหรือไม่นั้นต้องรอมติจากที่ประชุมคตส.ชุดใหญ่อย่างเป็นทางการก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ตลอดทั้งวันยังมีการประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อพันธุ์กล้ายาง 90 ล้านต้น ของกรมวิชาการเกษตรฯ ซึ่งได้เรียกให้ 6 อดีตรัฐมนตรีเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยปรากฏว่าเมื่อเวลา 15.30 น. นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรมช.ทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง
จากนั้นนายประพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯเป็นผู้เสนอโครงการดังกล่าวเข้าที่ประชุมครม.ในวาระทราบจร เป็นวาระท้าย ๆของการประชุม ซึ่งรายละเอียดจำไม่ได้ว่าใครเป็นผู้บรรยายสรุปในที่ประชุมครม.แต่ส่วนตัวไม่ได้คัดค้าน เนื่องจากไม่ใช่เรื่องของกระทรวงทรัพยากรฯ และเป็นเรื่องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องก่อนเข้าที่ประชุมครม.มาแล้วซึ่งยอมรับว่าเป็นจุดอ่อนที่รัฐมนตรีไม่สามารถอภิปรายได้อย่างกว้างขวาง
แต่ก่อนหน้านี้ได้เคยแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับนโยบายเอื้ออาทรซึ่งเกรงว่าโครงการดังกล่าวจะกระทบกับการจัดสรรทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะป่าธรรมชาติที่จะต้องนำมาใช้ในการปลูกยางพารา ซึ่งเรื่องนี้ได้แจ้งให้กับนายบรรเจิด สิงคะเนติ ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนฯไปแล้ว
โดยนายบรรเจิด กล่าวว่าให้กลับไปนำเอกสารที่เคยแสดงความเห็นคัดค้านมาให้อนุกรรมการฯ จึงขอเวลาไปค้นเอกสาร และจะมาชี้แจงภายใน 15 วัน โดยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้ทราบจากนายบรรเจิดว่าในการประชุมนัดดังกล่าวไม่มีการบันทึกการประชุม มีเพียงข้อสรุปว่าอนุมัติหรือไม่อนุมัติเท่านั้น
นายบรรเจิด กล่าวว่า ที่ประชุมได้นัดให้อดีตรัฐมนตรีเข้ารับทราบข้อกล่าวหาจำนวน 6 คน ประกอบด้วยนายประพัฒน์ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ, น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรมว.ไอซีที, นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, นายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีตรมช.เกษตรฯ และนายพิเชษ สถิรชวาล อดีต
รมช.คมนาคม แต่มีเพียงนายประพัฒน์ ที่มารับทราบข้อกล่าวหาด้วนตัวเอง
ส่วนนายสุรเกียรติ์ ส่งทนายความมารับทราบแทน ขณะที่น.พ.สุรพงษ์ และนายสนธยา ได้ติดต่อขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไป ส่วนนายอนุรักษ์ และนายพิเชษ ไม่ติดต่อมาแต่อย่างใด ซึ่งอนุกรรมการฯจะส่งข้อกล่าวหาแบบตอบรับทางไปรษณีย์ไปให้อีกครั้ง
สำหรับการประชุมวันที่ 7 มิ.ย. คณะอนุกรรมการได้เชิญอดีตรัฐมนตรีเข้าชี้แจงอีก 6 คน อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ และนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรมว.พลังงาน เป็นต้น
คุณหญิงจารุวรรณ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตงานก่อสร้างระบบจ่ายไฟฟ้าและเครือข่ายท่อร้อยสายไฟฟ้าในสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย. ที่ประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนได้เชิญนายมงคล แน่งน้อย ผู้จัดการฝ่ายผู้ออกแบบท่อร้อยสายไฟฟ้า บริษัทอิเล็คโทรวัตต์ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนท่อร้อยสายจากชนิด GRE เปลี่ยนเป็นชนิด HDPEที่มีราคาที่สูงกว่า ทำไมการเสนอราคาครั้งแรกกับครั้งสุดท้ายราคาแตกต่างกันมากซึ่งที่ประชุมต้องการทราบว่าในการเปลี่ยนชนิดของท่อมีใครเกี่ยวข้องบ้างและในการเปลี่ยนในครั้งนั้นมีใครเป็นผู้อนุมัติ เพราะถ้าไม่มีเจตนาพิเศษคงไม่เปลี่ยนแน่นอน
คุณหญิงจารุวรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้อนุกรรมการไต่สวนได้ร่างหนังสือการแจ้งข้อกล้าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาแล้ว เชื่อว่าจะสามารถส่งหนังสือการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้หลังจากรวบรวมข้อมูลและรายชื่อผู้เกี่ยวข้องได้แล้วเสร็จ
คุณหญิงจารุวรรณ ได้เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการใช้เงินการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2549 จำนวน 2 พันล้านบาท ที่มีพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธานกกต. ว่า สตง.ได้มีการประชุมคณะทำงานการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ซึ่งล่าสุดคณะทำงานได้เตรียมเชิญอดีต กกต.ทั้ง 4 คนประกอบด้วย พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกกต. นายปริญญา นาคฉัตรีย์ นายวีระชัย แนวบุญเนียร พล.ต.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ รวมทั้งพล.ต.ต.เอกชัย วารุณประภา อดีตเลขาธิการกกต. มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยจะนัดมาสัปดาห์ละ 1 คน สำหรับพล.ต.อ.วาสนา คาดว่าจะมาให้ข้อมูลในต้นเดือนก.ค.นี้
แหล่งข่าวจากอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ที่มีนายอำนวย ธันธรา กรรมการคตส. เป็นประธาน เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย.นี้ ที่ประชุมได้เชิญนายวรพจน์ ยศะทัตต์ ผู้บริหารบริษัทแพทริออท
หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงข้อกล่าวหา แต่ล่าสุดนายวรพจน์ ได้ประสานมายังอนุกรรมการฯว่าจะขอชี้แจงเป็นเอกสารแทนการเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ในวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย.วันเดียวกันที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องที่นายอดิเทพ นาคะวิสุทธิ์ ติดต่อขอเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่ได้ขอเลื่อนการชี้แจงมาหลายครั้ง โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ จนอนุกรรมการฯประกาศตัดสิทธิ์การชี้แจง แต่เมื่อมีการติดต่อมาอีกครั้งอนุกรรมการฯก็จะหยิบยกมาหารือว่าจะเปิดโอกาสให้หรือไม่
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง