ก.ตร.ชุดใหญ่ลงเสียง 9 ต่อ 4 ยืนตามอนุ ก.ตร. ชี้คำสั่งเด้ง โกวิท ชอบธรรม เสรีพิศุทธ์ ย้ำหากฟ้องศาลปกครอง ช่วยทำให้สื่อ-ประชาชนเข้าใจมากขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร. เป็นประธาน และมี ก.ตร.ร่วมประชุมพร้อมเพรียงกัน ในวาระรับรองมติคณะอนุ ก.ตร.ด้านการร้องทุกข์ กรณี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. ช่วยราชการคณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติ (คมช.) ร้องเรียนว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งมิชอบ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร.มีมติยืนตามอนุ ก.ตร.ที่เห็นว่า คำสั่งของนายกรัฐมนตรีชอบธรรม โดยที่ประชุมมีการถกเถียงกัน ซึ่ง ก.ตร.บางท่านเสนอว่า ควรส่งให้กฤษฎีกาตีความเสียก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมลงมติเสียงข้างมากเห็นชอบตามอนุ ก.ตร. 9 ต่อ 4 เสียง โดยมี ก.ตร.งดออกเสียง 1 ท่าน และตนในฐานะประธานก็ไม่มีสิทธิออกเสียง
ที่มีความเห็นว่า ต้องให้กฤษฎีกาตีความนั้น ที่ประชุมเห็นกันว่า ถึงอย่างไร พล.ต.อ.โกวิท ก็ต้องฟ้องศาลปกครองอยู่แล้ว หากต้องส่งตีความอีกก็ต้องใช้เวลานาน จึงไม่จำเป็น การที่ พล.ต.อ.โกวิท จะไปฟ้องก็ดี จะทำให้ทั้งผู้สื่อข่าวและประชาชนเข้าใจมากขึ้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวพร้อมกับไม่ขอแสดงความคิดเห็นต่อคำถามที่ว่า การที่ ก.ตร.มีมติออกมาเช่นนี้จะมีผลต่อการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็น ผบ.ตร.หรือไม่ด้วย
รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า สำหรับนโยบายการโอนย้ายกำลังผู้บังคับหมวด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เข้ามาทำหน้าที่รองสารวัตรสถานีตำรวจทั่วประเทศนั้น ไม่ต้องนำเข้าที่ประชุม ก.ตร. เพราะเป็นนโยบายของตน ซึ่งเชื่อว่านโยบายนี้หากสามารถให้ชั้นประทวนที่ถูกเลื่อนมาทำหน้าที่ผู้บังคับหมวดแทนนายตำรวจสัญญาบัตร ขึ้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรได้ จะช่วยเสริมกำลังใจในการทำงานของชั้นประทวนได้ โดยเฉพาะ ตชด.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากมีผลงานดีตำรวจก็จะส่งเสริมให้เป็นนายตำรวจสัญญาบัตรด้วย
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
