อ้างกระตุ้นศก.หดเติม5พันล.ลงชุมชนครม.ใจป้ำทุ่ม 1.7 หมื่นล้านขึ้นเงินเดือนให้ขรก.ถ้วนหน้าเท่ากัน 4 เปอร์เซ็นต์ เริ่ม 1 ต.ค.นี้ อ้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว พร้อมปรับงบรายจ่ายปี 2551 เพิ่มขึ้นอีก 25,000 ล้านบาท ลดงบรายได้ 20,000 ล้านบาท เป็นงบขาดดุล 165,000 ล้านบาท หรือ 1.8 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี คาดจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 5 พันล้านใช้โครงการเสริมยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด จากเดิม 1 หมื่นล้านบาท แต่คาดจะไม่พอ ส่วนอีก 3 พันล้านใช้โครงการพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม แถลงถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบปรับขึ้นค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐในอัตรา 4 เปอร์เซ็นต์เท่ากันทุกตำแหน่ง สำหรับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการทหาร ข้าราชตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการอัยการ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ข้าราชการการเมือง ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นๆ และเงินช่วยเหลือการครองชีพข้าราชการบำนาญ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2550 เป็นต้นไป
ในส่วนของการปรับอัตราเงินเดือนขั้นสูงและขั้นต่ำ ของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ซึ่งจะมีผลให้รายได้ขั้นสูงของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวปรับเพิ่มเป็น 11,000 บาท และรายได้ขั้นต่ำปรับเพิ่มเป็น 7,700 บาท รวมวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการดำเนินงาน 17,000 ล้านบาท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เสนอ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทนของข้าราชการประเภทต่างๆ โดยกำหนดอัตราเงินเดือนข้าราชการให้แตกต่างกันตามลักษณะงานและระดับตำแหน่งอย่างเหมาะสม
นายโฆษิตกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2551 เพิ่มขึ้นอีก 25,000 ล้านบาท จาก 1,635,000 ล้านบาท เป็น 1,660,000 ล้านบาท และปรับลดประมาณการรายได้ลง 20,000 ล้านบาท จากเดิม 1,151,000 ล้านบาท เป็น 1,495,000 ล้านบาท โดยงบประมาณขาดดุล 165,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ทั้งนี้การเพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายดังกล่าว จะนำไปจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ 17,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการดำเนินยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัด 5,000 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3,000 ล้านบาท
การปรับขึ้นค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ 17,000 ล้านบาท และการจัดสรรงบประมาณสู่ประชาชนฐานราก ถือเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวด้วย โดยคาดว่าจีดีพีปี 2551 จะขยายตัวอยู่ที่ 4 เปอร์เซ็นต์ ตามที่ตั้งเป้าไว้ ส่วนจีดีพีปี 2550 คาดว่าจะอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ นายโฆสิตกล่าว
นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมนอกกรอบวงเงินงบประมาณให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นภาครัฐ 7,450.1 ล้านบาท ให้ดำเนินการจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นต่อไป ได้แก่ การก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม ค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเงินเพิ่มทุนรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน 4 แห่ง วงเงินประมาณ 4,300 ล้านบาท ประกอบด้วย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)
นายโชติชัยกล่าวว่า การปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2551 ครั้งนี้ ส่งผลให้งบรายจ่ายประจำ 1,214,056.1 ล้านบาท คิดเป็น 73.1 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน 72.5 เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย ซึ่งในจำนวนนี้จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสัดส่วน 25.20 เปอร์เซ็นต์ตามเดิม หรือคิดเป็นวงเงิน 376,740 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามแบ่งตามยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น การส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีคุณธรรมนำความรู้และสามารถปรับตัวสู่สังคมรากฐานความรู้วงเงิน 563,261.9 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การแก้ไขความยากจน กระจายความเจริญสู่ชนบทและลดช่องว่างรายได้วงเงิน 59,833.1 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนวงเงิน 182,873.3 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 50,744.3 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเมืองและบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมวงเงิน 409,965.1 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของชาติและความสงบสุขของสังคมวงเงิน 219,692.8 ล้านบาท และรายการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐวงเงิน 173,629.5 ล้านบาท
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
