คอลัมน์ เหยี่ยวถลาลมไม่รู้ บิ๊กบัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กำลังคิดหมกมุ่นกับเรื่องอะไร พักนี้จึงเสียสมาธิ ทำให้เข่าทรุด หน้าไว ท่วงท่าใช้ไม่ได้เลย ต่างจาก บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่คุมสติได้ นิ่ง มีสมาธิ สามารถใช้ปัญญารักษารูปวงไว้ได้สวย
ก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 บ้านเมืองรุ่มร้อนยุ่งเหยิง มีแนวโน้มจลาจลถึงขั้นนองเลือด
บิ๊กบัง อาศัยเหตุนี้ สั่งเคลื่อนพลและรถถังออกจากกรมกองยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ
19 กันยายน 2549 เกิดจากสภาพบ้านเมืองที่ไม่เป็นระเบียบ
กล่าวกันโดยหลักทั่วไปแล้ว กฎหมาย เป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบสังคม และควบคุมความประพฤติของคน
ไม่ใช่ปืน ไม่ใช่รถถัง !!
แต่จะทำอย่างไรได้ละครับ พวกเล่นกันเสียเละ จนกระทั่งเกิดภาวะ วิกฤตที่สุดในโลก !
ขณะนั้น พรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กพรรคน้อยอีก 3 พรรคกำลังตกเป็นจำเลยในคดีที่เรียกกันว่า คดียุบพรรค
และเมื่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ยึดอำนาจ ก็มีการออกประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 ในข้อ 3 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรค
ตุลาการรัฐธรรมนูญ ดำเนินคดีกับพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กพรรคน้อยอีก 3 พรรคสืบมา แล้วตัดสินว่า พรรคไทยรักไทย กับพรรคเล็กพรรคน้อยอีก 3 พรรค กระทำความผิด ให้ยุบพรรค
เมื่อยุบพรรค ก็ต้องตามด้วยประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ข้อ 3
ถกเถียงกันยังไม่ทันแตกฉาน บิ๊กบัง กลับทะลุกลางปล้อง จะเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
ถึงแม้ บิ๊กบัง ออกอาการแปลกๆ อยู่ 3 วันแล้วถอย แต่ก็มีข้อน่าสงสัยคือ บิ๊กบัง กำลังคิดจะทำอะไร
ถามว่า บิ๊กบัง จำชื่อพรรคการเมืองที่ถูกยุบทั้ง 4 พรรคได้ทุกพรรคหรือ?
พรรคเล็กพรรคน้อยอีก 3 พรรคชื่ออะไร
คงจำได้เฉพาะเพียง ไทยรักไทย และกรรมการบริหาร บางคน ในไทยรักไทย
ดังนี้จึงอนุมานได้ว่า ประโยชน์แห่งนิรโทษกรรมจะตกแก่ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ทั้ง 111 คน หรือเฉพาะบางคนเท่านั้น
ย่อมมิได้มุ่งหมายให้พรรคเล็กพรรคน้อยอย่าง ประชาธิปไตยก้าวหน้า, พัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย ได้รับประโยชน์หรอกนะ !?!!
หน้า 12
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
