พ.ต.อ.ในสนง.รองผบ.ตร.ร่วมแก๊งเตรียมเรียกสอบเป็นเสียเอง - พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปศท. แถลงตรวจยึดรถยนต์ปอร์เช่ 3 คัน รวมมูลค่าประมาณ 8.5 ล้านบาท ที่ดัดแปลงเครื่องยนต์และตัวถัง โดยในจำนวนดังกล่าวมีรถของรองผู้บังคับการคนหนึ่งประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมอยู่ด้วย ภายในอู่ไมเคิลคาร์แคร์ ซอยรามอินทรา 21 เขตบางเขน กทม.เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน
บุกยึดรถหรูปอร์เช่ 3 คันคาอู่คาร์แคร์ แฉพ.ต.อ.บช.ก.ร่วมแก๊งซื้อซากสวมทะเบียน ลูกบิ๊ก ตร.ใหญ่นำมาใช้ เตรียมเรียกเจ้าของแจ้งข้อหา-สาวต้นต่อร่วมขบวนการทั้งหมด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปศท.แถลงตรวจยึดรถยนต์ปอร์เช่ในอู่ไมเคิลคาร์แคร์ ซอยรามอินทรา 21 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน หลังสืบทราบว่าหลบหนีศุลกากร เปิดบริการล้างอัดฉีดและซ่อม มี นายชนะ ธนะพัฒน์ อายุ 30 ปี ช่างซ่อมและผู้ดูแลรถยี่ห้อปอร์เช่ 3 คัน ประกอบด้วย รถปอร์เช่ สีดำ ติดป้าย ทะเบียน กข 204 สมุทรสาคร ตรวจสอบเลขตัวถังไม่ตรงกับที่จดทะเบียนไว้ เป็นรถผลิตประมาณปี ค.ศ.1967-1968 แต่รถที่ไปตรวจยึดเป็นรถผลิตประมาณปี ค.ศ.1992 เชื่อว่ามิใช่รถคันเดียวกัน
อีกคันเป็นรถปอร์เช่ สีฟ้า ติดป้ายทะเบียน ฉน 3773 กทม. ตัวถังมีร่อยรอยตัดต่อหมายเลข ตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบก พบเป็นรถยนต์ 911 คูเป้ มิใช่คันเดียวกัน และรถปอร์เช่ สีแดง ติดป้ายทะเบียน ศท 7446 กทม. ตัวถังมีรอยตัดต่อหมายเลข ตรวจสอบทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเป็นรถผลิตในปี ค.ศ.1968 เครื่องยนต์ 1991 ซีซี แต่รถที่ผลิตประมาณ ค.ศ.1975-1980 เป็นรถคันเดิมที่จดทะเบียนไว้แต่จะไม่สามารถวางเครื่อง 3000 ซีซี เชื่อว่ามิใช่รถคันเดียวกัน ผบก.ปศท.กล่าว
พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับนายชนะ บก.ปศท.เตรียมสอบสวนเพื่อหาตัวบุคคลนำรถเข้ามาเก็บไว้ที่อู่ หากมีส่วนรู้เห็นจะแจ้งข้อหาร่วมกันกระทำความผิด ส่วนเจ้าของรถที่นำมาฝากจะออกหมายเรียกมารับทราบข้อหา ตามความผิด ม.27 พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 ลักลอบนำรถหนีภาษีศุลกากร เข้ามาในราชอาณาจักร มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคาบวกอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ม.27 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 ซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคาบวกอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรถยนต์ที่ตรวจยึดพบว่ามีทั้งของลูกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และรองผู้บังคับการคนหนึ่งในสังกัด บช.ก. โดยร่วมทำธุรกิจกับกลุ่มเพื่อนโดยหาซื้อสภาพซากรถจากคันที่เกิดอุบัติเหตุและรถใช้ไม่ได้จากนั้นนำรถยนต์มาสวมซากทะเบียนขายเพื่อหลบเลี่ยงภาษีจดทะเบียนรถใหม่
หน้า 12
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
