ช่วยโบกจุดรถคว่ำเจอตีนผีแซงมาขยี้นาทีชีวิต- นาทีแพทย์กำลังปั๊มหัวใจช่วยชีวิตจนท.กู้ภัยฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกนายศราพงษ์ สกุลวารินทร์ ซิ่งปิกอัพโตโยต้าชนแหลก ขณะกำลังอำนวยการจราจรเหตุรถคว่ำย่านบางปะกง จนมีจนท.กู้ภัยเสียชีวิต 3 เจ็บอีก 5 ตามข่าว
หนุ่มใจร้อนเห็นอุบัติเหตุรถติดข้างหน้า แทนที่จะรอกลับเร่งความเร็วแซงซ้าย พุ่งชน จนท.หน่วยกู้ภัยที่มาช่วยโบกรถทีเดียวกระจายเกลื่อนถนน 8 คน ก่อนเร่งความเร็วหนีหายไปกับความมืด ฝ่ายเหยื่อซิ่งสิ้นใจตายระหว่างนำส่งร.พ. 3 ศพ บาดเจ็บสาหัสเข้าห้องไอซียูอีก 3 ส่วนอีก 2 เจ็บเล็กน้อย รุ่งขึ้น ตร.ตามไปเจอรถกระบะคันก่อเหตุจอดทิ้งไว้ ก่อนเจ้าของรถจะหิ้วตัวลูกจ้างมามอบตัว สารภาพสิ้นจะรีบไปทำธุระให้นายจ้าง เห็นรถติดชักช้าเพราะมีอุบัติเหตุข้างหน้าก็เลยตัดสินใจแซงซ้ายจนเกิดโศกนาฏกรรมกลางถนน
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 3 มิ.ย. ร.ต.ต.สมาน ศรีพูล ร้อยเวรสอบสวน สภ.ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ในขณะที่กำลังช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจโบกให้สัญญาณไฟจราจรอยู่กลางถนน หน้าโรงงานประกอบรถยนต์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถ.บางปะกง-ฉะเชิงเทรา ม.3 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยรถยนต์คันที่ก่อเหตุยังขับขี่หลบหนีไปด้วย
ไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดง ทะเบียน 4 ค-9660 กรุงเทพฯ พุ่งพลิกคว่ำอยู่กลางถนนฝั่งขาเข้าฉะเชิงเทรา คนขับชื่อ นายเดชา บุญศรีวิรัตน์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.4 ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ให้การว่า ระหว่างกำลังเดินทางกลับบ้านที่ จ.ชลบุรี ได้มีรถจักรยานยนต์แล่นตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด เมื่อหักหลบรถก็พุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปชนกับต้นไม้แล้วพลิกคว่ำรถหงายท้อง โชคดีตนเองไม่ถึงกับเป็นอะไรมาก
หลังเกิดเหตุรถคว่ำดังกล่าว ด.ต.สมาน หร่ายเจริญ กับส.ต.ต.ปราโมทย์ กิจควร ตำรวจสภ.ต.แสนภูดาษ มาให้ความช่วยเหลือ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยคอยทำหน้าที่ให้สัญญาณไฟแก่รถที่แล่นมาตามถนนเส้นดังกล่าว และโบกรถไม่ให้การจราจรติดขัด
ระหว่างนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ขับแซงรถคันหน้ามาทางด้านซ้ายด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนกลุ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังยืนโบกรถ จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยแต่ละคนกระเด็นกระจัดกระจายนอนเกลื่อนถนน โดยรถคันดังกล่าวเสียหลักตกลงข้างทาง แต่คนขับยังประคองรถกลับขึ้นมาได้แล้วเร่งความเร็วหลบหนีไปทันที พร้อมลากร่างเจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งไปไกลถึง 400 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งวิทยุเพื่อสกัดจับรถคันก่อเหตุเป็นการด่วน
ส่วนหน่วยกู้ภัยที่เหลือได้รีบช่วยกันนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งยังร.พ.เมืองฉะเชิงเทราและร.พ.โสธราเวช อ.เมืองฉะเชิงเทรา แต่ก็เสียชีวิตระหว่างทางจำนวน 3 คน คือนายกำพล แก้วพิกุล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 ม.1 ต.คลองประเวศ อ.บ้านโพธิ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหัวหน้าจุดคลองประเวศ และทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวแขวงการทางฉะเชิงเทรา สภาพคอหัก ขาหัก นายฉัตรชัย พุฒิกุล อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/4 ม.2 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ สภาพคอหัก เลือดคั่งในสมอง และนายเกรียงศักดิ์ ยิ้มละไม อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ม.2 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่นำตัวส่งร.พ.โสธราเวช มีจำนวน 5 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน คือ นายภาษิต ทัศนา อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 ม.2 ต.แสนภูดาษ นายณัฐการ บุญไทย อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/9 ม.3 ต.แสนภูดาษ นายสิทธิพล พิมเสน อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/1 ม.4 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ ทั้งสามถูกส่งตัวเข้าช่วยชีวิตในห้องไอซียู อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลืออีก 2 คน คือ นายสถาพร สะอาดศรี อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ม.2 ต.แสนภูดาษ ขาซ้ายหัก และนายสุทธิรักษ์ สุวรรณวงศ์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.2 ต.แสนภูดาษ มีบาดแผลตามร่างกายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ต่อมาเวลา 06.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปพบรถกระบะคันก่อเหตุ จอดทิ้งอยู่ริมถนนติดบ่อเลี้ยงกุ้งของนางวรรณา โรจนานุกุลพงษ์ อายุ 49 ปี ภายในซอยอู่ตะเภา 5 ม.1 ต.บางกรูด อ.บ้านโพธิ์ นางวรรณาให้การว่า ขณะกลับเข้าบ้านเวลาประมาณ 22.30 น. ได้พบเห็นรถคันนี้จอดอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่ได้สังเกตและสนใจอะไร จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถาม
จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าว เป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แบบแค็บ สีดำ ทะเบียน บต 6748 ฉะเชิงเทรา สภาพด้านหน้ารถพังยุบ หม้อน้ำแตก และมีคราบเลือดติดอยู่ ตรวจค้นภายในรถพบสำเนาทะเบียนบ้านและหลักฐานการขออนุญาตจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ซึ่งระบุว่าเป็นของนายเริงชัย นิยมพานิช อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19-21-23 ม.7 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อตรวจสอบทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวก็ปรากฏว่าเป็นของนายเริงชัยจริง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวไปที่บ้านของนายเริงชัย แต่ไม่พบตัว คาดว่านายเริงชัยอาจเป็นคนขับรถคันดังกล่าว และทิ้งรถหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ
กระทั่งเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายเริงชัยเจ้าของรถกระบะคันก่อเหตุ ได้พาตัวคนขับรถซึ่งเป็นลูกจ้างเลี้ยงกุ้ง คือนายศราพงษ์ สกุลวารินทร์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/29 ต.บางปะกง อ.บางปะกง เข้ามอบตัวกับร.ต.ต.สมาน ศรีพูล ร้อยเวรเจ้าของคดี ที่สภ.ต.แสนภูดาษ
จากการสอบสวนนายศราพงษ์ให้การรับสารภาพว่า นายเริงชัยใช้ให้ตนมาทำธุระภายในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ตนจึงขับรถคันดังกล่าวมาเพียงลำพัง ก่อนเกิดเหตุเห็นว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุทำให้รถจอดติดกันเป็นทางยาว จึงได้ตัดสินใจเบี่ยงรถออกทางซ้ายแล้วขับเลียบไปตามไหล่ทางด้วยความเร็วเพื่อจะได้รีบไปทำธุระให้เสร็จ แต่พอขับมาถึงที่เกิดเหตุก็เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนอยู่ในระยะกระชั้นชิดเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนอย่างแรง ด้วยความตกใจและเกรงกลัวต่อความผิด จึงได้ขับรถไปจอดไว้ริมถนนบริเวณบ่อเลี้ยงกุ้งในละแวกนั้น แล้วหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเพื่อนเพื่อสงบสติอารมณ์ เมื่อตั้งสติได้แล้วจึงตัดสินใจโทร.หานายเริงชัย โดยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทราบ ต่อมานายเริงชัยจึงพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เฉี่ยวชนทรัพย์สินเสียหาย ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแล้วไม่ให้การช่วยเหลือ
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
