ล้มป่วย- นายกรุณา กุศลาศัย อายุ 87 ปี ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ป่วยเป็นโรคพาร์คินสันและสมองเสื่อม เข้ารักษาตัวที่สถานพยาบาลเดอะซีเนียร์ ซึ่งเป็นสถานที่รับผู้ป่วยสูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.กรุณา กุศลาศัยศิลปินแห่งชาติ ปี 46 สาขาวรรณศิลป์ วัย 87 ปี เข้าไปอยู่ในสถานพยาบาลผู้สูงอายุ ลูกๆส่งรักษาโรคพาร์คินสันและสมองเสื่อม ต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ พยาบาล โดยมีอาการหลงลืม มือเท้าสั่นตลอดเวลา แต่ยังอ่านและแปลหนังสือต่างประเทศได้อย่างไม่ติดขัด พยาบาลระบุเข้ามารักษาตัวได้ 4 เดือนแล้ว ตอนแรกๆบ่นอยากกลับบ้านและปีนเตียงตลอดเวลา ครอบครัวมาเยี่ยมสัปดาห์ 1-2 ครั้ง เผยประวัติเป็นลูกคนจีนที่กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ก่อนบรรพชาเป็นสามเณรจาริกผ่านพม่าไปศึกษาเล่าเรียนในสำนักชื่อดังของอินเดีย จนสอบได้ที่ 1 ชีวิตผ่านการต่อสู้และผจญภัยอย่างโชกโชน เป็นทูตลับสมัยรัฐบาลจอมพลป.ไปเปิดสัมพันธ์กับจีนคอมมิวนิสต์ กลับมาถูกจอมพลสฤษดิ์จับเข้าคุกลาดยาว ได้อยู่ในคุกร่วมกับกุหลาบ สายประดิษฐ์ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้รับรางวัลศรีบูรพา และศิลปินแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสถานพยาบาลเดอะซีเนียร์ ซอยรัชดาภิเษก 44 สถานรับผู้ป่วยสูงอายุ ภายหลังได้รับแจ้งจากลูกศิษย์ใกล้ชิดของนายกรุณา กุศลาศัย อายุ 87 ปี ศิลปินแห่งชาติ ปี 2546 สาขาวรรณศิลป์ ว่า นายกรุณาเข้ารักษาอาการโรคพาร์คินสันและสมองเสื่อม
เมื่อไปถึงพบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวเป็นของน.พ.เฉลิมชาติ วรรณพฤกษ์ เป็นสถานที่รักษาและพักฟื้นผู้ป่วยสูงอายุที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เป็นระยะเวลานาน โดยนายกรุณานอนพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 2 ห้อง 2/1 มีสีหน้าและท่าทางเหมือนคนสูงอายุปกติทั่วไป แต่จะมีอาการหลงๆลืมๆ มือเท้าสั่นอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามยังสามารถพูดคุยตอบโต้ได้บ้าง แต่ไม่มากนัก ชอบอยู่เงียบๆ บนหัวเตียงมีรูปท่านพุทธทาสภิกขุและพระพุทธเจ้าตั้งอยู่
น.ส.นิธิมา ใจคุณ พยาบาลที่ดูแลศิลปินแห่งชาติท่านนี้เปิดเผยว่า แม้จะมีอาการป่วยแต่นายกรุณายังสามารถอ่านหรือแปลหนังสือภาษาต่างประเทศได้อย่างไม่ติดขัด
คุณตากรุณามารักษาตัวอยู่ที่สถานพยาบาลแห่งนี้ประมาณ 3-4 เดือนแล้ว โดยช่วงแรกๆคุณตามีอาการเป็นโรคพาร์คินสันและสมองเสื่อม หลงๆลืมๆ เช่น อาบน้ำแล้วก็บอกว่ายังไม่ได้อาบ จำไม่ค่อยได้ สับสน และมีภาวะด้านอารมณ์ ซึ่งอาจเป็นเพราะเปลี่ยนสถานที่จากเดิมที่เคยอยู่บ้านกับครอบครัวแล้วต้องมาอยู่สถานพยาบาล ส่วนผู้ที่พามารักษาคือหมอยุ้ย ลูกสาวของคุณตา โดยครอบครัวจะมาเยี่ยมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งพยาบาลผู้ดูแลกล่าว
พยาบาลผู้ดูแลกล่าวต่อว่า ก่อนจะมารักษาพักฟื้นในสถานพยาบาลแห่งนี้ คุณตาอยู่กับลูกชาย และเริ่มมีอาการหลงๆลืมๆ ขณะที่คุณยายเรืองอุไร ภรรยาของท่านมีปัญหาทางด้านสายตา และเริ่มมีภาวะด้านอารมณ์ที่หงุดงิดง่าย หากให้อยู่คนเดียวหรือตามลำพังอาจเกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุได้ ลูกๆจึงพามารักษาและพักฟื้นอยู่ที่นี่ เพื่อให้แพทย์ พยาบาลช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
น.ส.นิธิมากล่าวอีกว่า สำหรับโรคพาร์คินสันและโรคสมองเสื่อมนั้น เป็นไปตามวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุมากๆ อวัยวะโดยเฉพาะสมองจะเริ่มเสื่อมหรือฝ่อลง หลงลืมบางอย่าง แต่สามารถจำบุคคลรอบข้างได้ ยังทำกิจกรรมของสถานพยาบาลได้ด้วยตนเอง เช่น ตักข้าวรับประทานเองได้ อ่านหนังสือได้ ซึ่งแพทย์จะพาออกกำลังกายด้วยการเดินช้าๆบนตึกทุกวัน
น้ำหนักตัวคุณตาเพิ่มขึ้นจากเดิม รับประทานอาหารหมดเกือบทุกมื้อ โดยก่อนทานจะเสริมด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ แล้วให้ทานข้าว อาหารเช้าจะเป็นข้าวปั่น กลางวันจะเป็นอาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด ส่วนอาหารเย็น ข้าวต้ม โดยมีผู้ป่วยคนอื่นๆอยู่ด้วยประมาณ 12 คน มีทั้งที่ช่วยเหลือตัวเองได้และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ที่ผ่านมาคุณตาชอบอยู่เงียบๆ บางครั้งชอบหลับตาเหมือนทำสมาธิ ช่วงแรกๆประมาณ 1-2 สัปดาห์ที่เข้ารักษาตัวจะบ่นอยากกลับบ้าน และจะปีนเตียงลงอยู่ตลอดเวลา โดยที่เตียงนอนของคุณตา แพทย์จะติดแผ่นกระดาษเพื่อบอกถึงอาการว่าแต่ละวันเป็นอย่างไร มีการรักษาแบบไหนบ้างเพื่อให้ญาติหรือผู้ที่มาเยี่ยมได้รู้พยาบาลผู้ดูแลกล่าว
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามนายกรุณาว่าสบายดีหรือไม่ นายกรุณาพยักหน้าและตอบสั้นๆว่า จ๊ะ เมื่อถามถึงเรื่องที่ไปประเทศอินเดีย นายกรุณาพูดว่า เดินเท้าไป ตอนนี้สบายดี มาอยู่ 4-5 เดือนแล้ว ลูกก็มาเยี่ยมบ้าง
สำหรับประวัติของนายกรุณา กุศลาศัย เกิดวันที่ 10 พ.ค. 2463 ที่ต.แควใหญ่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ บิดาเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว อพยพจากแผ่นดินใหญ่มาทำอาชีพเดินเรือ ตั้งแต่รุ่นปู่ จนมีฐานะร่ำรวย ต่อมาบิดาถูกจับกุมคดีใช้ธนบัตรปลอม ซึ่งได้มาจากเจ้าของโรงสี และเสียชีวิตในคุก จากนั้นมารดาก็ป่วยเป็นวัณโรคเสียชีวิต ต้องกลายเป็นลูกกำพร้าตั้งแต่อายุ 7-8 ปี
ชีวิตต้องต่อสู้ดิ้นรนสารพัดกระทั่งช่วงอายุ 11-12 ปี ได้พบกับพระสงฆ์ชาวอิตาเลี่ยน มีโครงการนำภิกษุสามเณรจากประเทศไทย พม่า ศรีลังกา ไปศึกษาอบรมที่ประเทศอินเดีย นายกรุณาจึงบรรพชาเป็นสามเณร ร่วมเดินทางไปกับโครงการดังกล่าว ด้วยการจาริกเข้าพม่าผ่านไปยังอินเดียเมื่อพ.ศ. 2476 ศึกษาเล่าเรียนภาษาอินเดียจนเชี่ยวชาญ สามารถสอบได้ที่ 1 ของทั้งประเทศอินเดีย ได้รับทุนจากองค์กรเผยแพร่ภาษาฮินดีเดือนละ 15 รูปี เข้าเรียนที่สมาคมมหาโพธิ เมืองสารนาถ โดยอาศัยอยู่กับอาจารย์ที่เป็นพราหมณ์ กินนอนใช้ชีวิตแบบคนอินเดีย
จากนั้นไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยวิศวภารติ ศานตินิเกตัน ของรพินทรนารถ ฐากูร ชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล ได้รับทุนการศึกษาภารตวิทยา และได้รับกำลังใจจากท่านพุทธทาสภิกขุ ในฐานะสหายธรรม ซึ่งเขียนจดหมายติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ
ขณะศึกษาเล่าเรียนอยู่นั้น เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งเวลานั้นอังกฤษ ประเทศผู้นำของฝ่ายสัมพันธมิตรปกครองอินเดียอยู่ สามเณรกรุณาจึงถูกจับและส่งตัวเข้าค่ายกักกัน ต้องสึกจากสามเณร ก่อนกลับประเทศไทยหลังสงครามโลกสงบลงเมื่อปี 2489
นายกรุณารับหน้าที่อาจารย์สอนภาษาอินเดียและสันสกฤตแก่ครูอาจารย์ตามสถาบันต่างๆ รวมทั้งสอนภาษาไทยแก่ชาวต่างประเทศที่อาศรมวัฒนธรรมไทย-ภารตะ ในปี 2490 เข้าทำงานสถานกงสุลอินเดีย ซึ่งต่อมากลายเป็นสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ในตำแหน่งล่าม พนักงานแปลและประชาสัมพันธ์
จากนั้นลาออกมาทำงานหนังสือพิมพ์ เป็นบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ รายวันเสถียรภาพ ที่มีสังข์ พัธโนทัย เป็นบรรณาธิการ
ชีวิตในวัยหนุ่มเป็นนักต่อสู้และผจญภัย เคยเดินทางไปปฏิบัติภารกิจพิเศษ เป็นทูตลับของรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม ไปบุกเบิกความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์ เมื่อกลับประเทศไทย ปี 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติยึดอำนาจจากจอมพลป. จึงถูกจับกุมส่งไปขังในคุกลาดยาว ข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ และกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ติดคุกอยู่ 8 ปีเศษ ร่วมกับนักหนังสือพิมพ์และนักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพคนสำคัญ อาทิ กุหลาบ สายประดิษฐ์ จิตร ภูมิศักดิ์ อิศรา อมันตกุล
ระหว่างที่ถูกจำกัดอิสรภาพ นายกรุณาแปลหนังสือไว้จำนวนมาก ผลงานด้านหนังสือส่วนใหญ่ทำร่วมกับเรืองอุไร ผู้เป็นภรรยา ในชื่อ กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย มาจนทุกวันนี้ ผลงานสำคัญๆ ได้แก่ คีตาญชลี, มหาภารตยุทธ, ภารตวิทยา : ความรู้เรื่องอินเดียทางวัฒนธรรม, เมฆทูต, พบถิ่นอินเดีย, ชีวิตที่เลือกไม่ได้ ฯลฯ
เกียรติประวัติได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข็มและใบประกาศเกียรติคุณจากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้รับรางวัลศรีบูรพา ปี 2538 และได้รับประกาศยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2546
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
