เอาประกัน- ตำรวจกองปราบปราม จับกุมนางศิริพร พูลประเสริฐ อายุ 31 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาล พร้อมด้วยนายสุชาติ ธรรมนิตย์ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ข้อหาร่วมกันฆ่านายอัยการศึก มหาวรรณ อดีตสามีนางศิริพร เพื่อเอาเงินประกัน 14 ล้านบาทจับแล้วผู้ช่วยพยาบาลคดีฆ่าเอาประกัน กองปราบฯประสานตร.นครนายกบุกเข้าจับที่บ้านกลางดึก พร้อมตรวจยึดเอกสารกรมธรรม์ประกันชีวิตบริษัทต่างๆ ไว้ ก่อนคุมตัวส่งเข้ากองปราบฯทันที รักษาการผบก.ป.แถลงระบุมีหลักฐานยืนยันชัดว่าร่วมกับคนขับรถปิกอัพฆาตกรรมอำพรางสามี หวังเงินประกัน 13 ล้านบาทเศษ ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาขอต่อสู้คดีชั้นศาล
จากกรณีตำรวจกองปราบปราม รื้อคดีนายอัยการศึก มหาวรรณกิจ อายุ 30 ปี ซึ่งถูกนายสุชาติ ธรรมนิตย์ อายุ 56 ปี ขับรถปิกอัพชนเสียชีวิตบนถนนสายหมู่ 3 ต.สระกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2547 โดยบริษัทประกันหลายแห่งเข้าร้องทุกข์เพราะสงสัยว่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพราะนายอัยการศึก ทำประกันอุบัติเหตุไว้ถึง 16 กรมธรรม์ก่อนเสียชีวิตไม่นาน ทำให้นางศิริพร พูลประเสริฐ อายุ 31 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาล ภรรยาได้รับค่าสินไหมทดแทนมากถึง 14 ล้านบาท และก่อนหน้านี้นายอัยการศึก เคยเข้าร.พ.มาแล้วเพราะถูกสารพิษ จึงสงสัยว่านายอัยการศึกจะไม่ได้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจริง ต่อมากองปราบฯเข้าสืบสวนพบหลักฐานว่ากรมธรรม์ทั้ง 16 ฉบับนั้น มีลายมือชื่อนายอัยการศึกเพียง 2 ฉบับ ส่วนที่เหลือมีการปลอมแปลงลายเซ็น ด้านนางศิริพร ยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ และไม่รู้มาก่อนว่าสามีทำประกันฯไว้มากขนาดนี้ ขณะที่นายสุชาติ ที่ขับรถชนนายอัยการศึกเสียชีวิต อ้างว่าไม่เคยรู้จักกับนางศิริพร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ และคดีก็จบไปแล้วโดยศาลตัดสินให้ชดใช้เงิน 2 แสนบาทกับครอบครัวผู้ตาย และลงโทษจำคุก 2 ปี โดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน ล่าสุดตำรวจออกหมายจับทั้งนางศิริพรและนายสุชาติ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและอีกหลายข้อหาหนัก และเข้าควบคุมตัวนายสุชาติที่บ้านที่จ.นครนายก ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ รักษาการ ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี ผกก.4บก.ป. พ.ต.ท.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ สว.กก.4ป. ร.ต.อ.สุดเขต สมัครเขตรการ รองสว.กก.4ป. นำกำลังประสานงานกับ พ.ต.อ.ณรงค์ ไรปิ่น ผกก.สภ.อ.เมือง นครนายก พ.ต.ท.สวัสดิ์ ดวงแป้น สารวัตรเวรเจ้าของคดี นำหมายศาลเพื่อตรวจค้นบ้านเลขที่ 85 หมู่ 3 ต.วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งเป็นบ้านของนางศิริพร พร้อมหมายจับศาลอาญาที่ 1650,1680/2550 ลงวันที่ 30 พ.ค.50 ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ปลอมปนอาหารเพื่อให้บุคคลอื่นกินหรือเสพอันน่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ, ปลอมและใช้เอกสารปลอม, ฉ้อโกงผู้อื่นให้ทำเอกสารสิทธิและพยายามฉ้อโกง, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, รู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นร่วมกันแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำผิด และร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบกับนายสมพิศ พูลประเสริฐ อายุ 58 ปี กับนางเชิญ พูลประสริฐ อายุ 55 ปี บิดามารดานางศิริพร ออกมาเปิดประตูรับ พร้อมกับสีหน้าแสดงความตกใจ หลังจากเจ้าหน้าที่แสดงหมาย นางเชิญจึงได้เรียกนางศิริพรที่กำลังนอนหลับให้ออกมาพบตำรวจ โดยนางศิริพรมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ก็ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาต่างๆ ให้ทราบ แล้วตรวจค้นและขอดูเอกสารต่างๆ ที่ทำประกันชีวิตเอาไว้หลายบริษัท และรวบรวมเก็บเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน โดยระหว่างการตรวจค้นนางศิริพรกล่าวว่า ตนทราบว่าถูกออกหมายจับแล้ว แต่ไม่คิดจะหลบหนี เพราะต้องการแสดงความบริสุทธิ์ ต้องอยู่สู้ความจริง ต่อมานำตัวนางศิริพรพร้อมนายสมพิศมาที่สภ.อ.เมือง นครนายก เพื่อบันทึกประจำวันจากนั้นนำตัวนางศิริพรเดินทางไปกองปราบปรามทันที
ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ แถลงผลการจับกุมนางศิริพรและนายสุชาติ ผู้ต้องหาร่วมกันฆาตกรรมอำพรางนายอัยการศึกอดีตสามีนางศิริพรเพื่อหวังเงินประกัน ว่า สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามสอบสวนทราบว่า ระหว่างวันที่ 2 ก.พ.-19 พ.ย.47 นางศิริพร และนายอัยการศึกซึ่งในช่วงนั้นยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ ได้ทำประกันภัยไว้ 17 กรมธรรม์ ทุนประกันรวม 13,534,872 บาท แต่ต่อมาหลังจากนายอัยการศึกเสียชีวิต จากการสืบสวนสอบสวนพบพิรุธและเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมอำพราง เพื่อหวังเงินประกันภัยของนายอัยการศึก
ด้านนางศิริพรกล่าวว่า ขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเพราะไม่ได้กระทำผิด สำหรับนายอัยการศึกอดีตสามีนั้นรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนหนังสือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อต่างคนต่างเรียนจบได้ตกลงตัดสินใจแต่งงานและมีลูกด้วยกัน 1 คน ส่วนกรณีที่ตำรวจได้ตั้งข้อหากับตนหลายข้อหานั้นขอปฏิเสธ โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าตนร่วมกันกับนายสุชาติวางแผนฆาตกรรมอำพรางอดีตสามีเพื่อหวังเงินประกันนั้นไม่เป็นความจริงเลย เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้นายอัยการศึกเสียชีวิตนั้น ไม่เคยรู้จักกับนายสุชาติมาก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ส่วนความขัดแย้งในครอบครัว อยากให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สามีภรรยาจะทะเลาะกันและทุกครอบครัวก็เป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่สามีไปมีภรรยาน้อยนั้น ตนทราบมาตลอดและทราบด้วยว่าไม่ได้มีคนเดียว แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดเป็นความแค้น
นางศิริพรกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการทำประกันชีวิตนั้น นายอัยการศึกรับรู้มาตลอด มีทั้งที่นายอัยการศึกไปทำประกันชีวิตคนเดียว และที่เคยพาตนไปทำประกันด้วย ต่อมาภายหลังสามีและตนบอกยกเลิกกรมธรรม์ไปหลายฉบับเพราะไม่มีเงินส่งค่าเบี้ยประกัน แต่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามีได้ไปทำประกันเอาไว้หลายฉบับ จนกระทั่งเสียชีวิตจึงได้รู้เพราะเจ้าหน้าที่บริษัทประกันมาบอกที่งานศพ ซึ่งในสัญญาการทำประกันหลายฉบับไม่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์อีกด้วย
ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าดิฉันนเคยคิดจะวางยาอดีตสามีนั้น อยากจะชี้แจงว่าในวันนั้นดิฉันเป็นคนทำผัดกะเพรากุ้งให้คนในครอบครัวกินทุกคนกินร่วมกันหมด เมื่อกินเสร็จสามีก็ไม่ได้มีอาการอะไร เป็นปกติ และได้ออกจากบ้านไปทำธุระข้างนอก แต่พอกลับมาบ้านในช่วงบ่ายวันนั้นถึงเริ่มมีอาการ ไม่ทราบว่าเขาไปกินอะไรมาหรือเปล่าตอนที่อยู่นอกบ้าน หากดิฉันวางยาจริงทั้งลูกและตัวเองก็ต้องได้รับอันตรายไปด้วย ส่วนเรื่องการที่สามีเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น ไม่ขอพูดถึงแต่จะขอต่อสู้ในชั้นศาล นางศิริพรกล่าว
ด้านนายสุชาติกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นความจริงตามที่มีการกล่าวหา ตนพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริง และขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนางศิริพรมาก่อน ขอให้เจ้าหน้าที่ให้ความเป็นธรรมด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้พ.ต.ต.สมพงษ์ มั่นหมาย พงส.(สบ2) กลุ่มงานสอบสวนบก.ป. ได้เบิกตัวนางศิริพร และนายสุชาติ ธรรมนิตย์ สองผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-13 มิ.ย. โดยยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากการสอบปากคำยังไม่เสร็จสิ้นและเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานซึ่งศาลอนุญาตตามคำขอ พนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 กลับมาควบคุมตัวไว้ที่กองปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
