ตร.บล็อก สกัดไม่ให้ เคลื่อนพลยังเดือด- กลุ่มผู้บริหารพีทีวี นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ ขึ้นเวทีสนามหลวงอีกครั้ง ไฮด์ปาร์กโจมตีคมช.อย่างเผ็ดร้อน และเรียกร้องให้ประชาชนออกมาขับไล่โค่นล้มเผด็จการ ท่ามกลางผู้ร่วมชุมนุมหลายพันคน เมื่อเย็นวันที่ 2 มิ.ย.
ม็อบพีทีวีกว่าหลายพันคนรวมตัวสนามหลวง ร่วมชุมนุมคัดค้านคมช.และคำตัดสินตุลาการรัฐธรรมนูญ วีระนำทีมแกนนำขึ้นเวทีปราศรัย ระบุการชุมนุมยกระดับเป็นเวทีเรียกร้องประชาธิปไตยขับไล่คมช.แล้ว พร้อมยืนยันพีทีวีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องความวุ่นวายคืนวันที่ 31 พ.ค. แอ้ดเตือนม็อบให้ทำตามข้อตกลงไม่เคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม ตร.ย้ำถ้าไม่เคลื่อนขบวนก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเคลื่อนขบวนยอมไม่ได้ ผบช.น.เชื่อควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ถ้าไม่ไหวหรือถึงขั้นจลาจลอาจต้องขอกำลังจากทหาร บิ๊กบังเผยรู้ดีม็อบต้องการอะไร แต่ไม่อยากพูด
แอ้ดย้ำม็อบห้ามเคลื่อนขบวน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 เพื่ออัดรายการ คิดนอกทำเนียบ ดำเนินรายการโดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา โดยนายกฯตอบข้อถามของผู้ดำเนินรายการกรณีการชุมนุมของกลุ่มพีทีวีว่า คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเรามาถึงจุดเปลี่ยนอย่างไร การชุมนุมในวันนี้ ข้อตกลงคือขอให้อยู่กับที่ คือที่ท้องสนามหลวง เขามีสิทธิ์ที่จะชุมนุมแต่อย่าเคลื่อนขบวนไปขัดขวางการจราจร หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะก่อให้เกิดการปะทะ เกิดความเดือดร้อนกับคนอื่น
เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ว่าผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทยจะมาสบทบการชุมนุมกับม็อบพีทีวีด้วย นายกฯกล่าวว่า คมช.และรัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับประชาชนมานานแล้วว่าทำอะไรในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และเราจะไปทางไหน ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจว่าบ้านเมืองไม่ควรที่จะเกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นมาอีกแล้ว ควรจะแก้ไขโดยการพูดคุยทำความเข้าใจกัน ไม่บีบบังคับกัน ก็จะเป็นทางออกที่ดี การใช้กำลังเข้ามาบีบบังคับไม่ว่าด้วยวิธีหนึ่งวิธีใดไม่ทำให้แก้ปัญหาได้ในระยะยาว มั่นใจว่าถ้าคนส่วนใหญ่เข้าใจก็จะควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่น่าจะเกิดความวุ่นวาย เพราะอย่างโพลที่ออกมาก็เห็นชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญว่าถูกต้อง และควรจะอยู่ในความสงบ ทำกิจกรรมทางการเมืองกันต่อไป
เน้นจนท.ตั้งจุดสกัด
ผู้ดำเนินรายการถามว่ากลัวมือที่ 3 เช่นกลุ่มฮาร์ดคอร์ยั่วยุเพื่อให้ปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว ง่ายที่สุดคือให้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่ที่ให้ชุมนุม ตามที่ได้ตกลงกันไว้ คือสนามหลวง มีการตรวจอาวุธ ถ้าทำได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ก็ต้องตั้งจุดสกัดรถยนต์และจักรยานยนต์ที่จะเข้ามา เพื่อป้องกันมือที่ 3 ถ้าประชาชนเข้ามาโดยไม่มีอาวุธก็ไม่น่ามีปัญหา ไม่เหมือนกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่ไม่ได้มีการตั้งจุดสกัด จุดตรวจต่างๆ และประชาชนที่มาชุมนุมก็ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลมากกว่าครั้งนี้ กระแสก็ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันทำให้สถานการณ์บ้านเมืองสงบ คงไม่ได้เป็นหน้าที่ของตนหรือรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว ทุกคนมีส่วนร่วมที่จะทำให้ประเทศสงบและพัฒนาต่อไป
บิ๊กบังเผยรู้ดีเจตนาม็อบ
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพีทีวีที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดแกนนำยืนยันจะชุมนุมยืดเยื้อบานปลายว่า กรณีของพีทีวีก็คงมีอะไรบางอย่าง มีเจตนาบางอย่าง ต้องเตรียมความพร้อมเต็มที่เพื่อดูแลสถานการณ์ เมื่อถามว่าเจตนาของกลุ่มพีทีวีที่ระบุคืออะไร ประธานคมช.กล่าวว่า มันมีอยู่ แต่ผมขอไม่พูดในเรื่องนี้
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคมช. กล่าวว่า แม้จะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่คมช.ยังยืนยันจะรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ โดยจะให้ตำรวจและทางกทม.ดูแลเป็นหลัก ส่วนกำลังทหารแม้จะมีการเตรียมพร้อมในที่ตั้ง แต่จะไม่ออกมาถ้าไม่จำเป็น เพราะไม่ต้องการให้เห็นภาพของความรุนแรง ยืนยันว่าทหารจะใช้ความอดทนและระวังอย่างที่สุด แต่ก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกฝ่าย เพราะเมื่อมีการยั่วยุอย่างนี้ เจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติงานลำบาก อยากวิงวอนประชาชนว่าอย่าไปร่วมการชุมนุมกันเลย เพราะถ้ามากันมากๆ ก็ดูแลควบคุมได้ยาก
ไล่คมช.- ประชาชนหลายพันคนร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้บริหารพีทีวี นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่เวทีสนามหลวง เมื่อเย็นวันที่ 2 มิ.ย. โดยปราศรัยโจมตีคมช.อย่างดุเดือด และประกาศจะจัดชุมนุมปราศรัยต่อเนื่องแบบรายวัน
ถ้าดูการชุมนุมของพีทีวีในช่วงหลัง อาจเห็นว่ารุนแรง อย่างเมื่อวันที่ 31 พ.ค. แต่จากการสังเกตการณ์พบว่าแม้จะมีพวกหัวรุนแรง คืออยู่แถวหน้าการชุมนุม คอยยั่วยุ ดึงแผงเหล็กกั้น พยายามให้มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในกลุ่มผู้ชุมนุมกันเองยังมีบางส่วนที่คอยห้ามปราม สรุปได้ว่าในกลุ่มที่มีความรุนแรงนั้นไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้นในการปลุกระดมมวลชนต่างๆ ต้องอาศัยการทำความเข้าใจ มั่นใจว่าประชาชนในขณะนี้รู้สถานการณ์บ้านเมืองดี เราได้กำหนดวันเลือกตั้งกันแล้ว ขอให้ทุกคนรอไปให้ถึงจุดนั้น พ.อ.สรรเสริญกล่าว
มาร์คเชื่อไม่นองเลือด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงม็อบพีทีวีว่า ที่ผ่านมาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะมีส่วนเล็กๆ ที่สร้างปัญหา จงใจยั่วยุแต่เจ้าหน้าที่ก็จัดการได้ ฉะนั้น การรักษาระดับการดูแลความปลอดภัยตนคิดว่าไม่น่ามีปัญหา
เมื่อถามว่าคิดว่าจะเกิดการนองเลือดเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ว่านักการเมืองหรือใครก็ตาม ยึดมั่นในสันติวิธีทำอย่างที่พูด และเจ้าหน้าที่ระวังไม่ตกเป็นเหยื่อยั่วยุก็ไม่ต้องวิตกจนเกินไป ทางออกที่ดีคืออะไรก็แล้วแต่ ต้องยึดกฎหมายและประชาธิปไตย ขอให้ทำโดยเร็วที่สุดก็จะนำไปสู่ทางออกได้ แต่ต้องทำตามกฎหมาย ยึดหลักสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว เหตุที่พูดก็เพราะความไม่ชัดเจนจะเป็นการบั่นทอนบ้านเมือง เห็นชัดเจนอยู่ว่าบ้านเมืองยังวุ่นวายอยู่กับปัญหาต่างๆ ทำให้ทรุดลงไปอีกยิ่งกว่าเดิม
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน กล่าวว่า เชื่อว่าการชุมนุมจะเกิดความวุ่นวายได้ยาก เพราะการรวมตัวของกลุ่มพีทีวี ต่างจากเหตุการณ์เดือนพฤษภา 2535 เพราะจุดยืนต่างกัน ส่วนที่มีการทำนายว่าจะมีการนองเลือด พล.ต.สนั่นกล่าวว่า ผู้รักษาความสงบต้องดูแลให้ดีโดยเฉพาะรัฐบาลและคมช.
บช.น.ยันถ้าม็อบเคลื่อน-ยอมไม่ได้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมรอง ผบช.น. ผบก.ที่เกี่ยวข้อง เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 พร้อมกล่าวว่า ศปก.น.เปิดในเวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยบช.น.มีภารกิจรักษาความสงบของกลุ่มผู้ชุมนุมพีทีวี และอาจมีกลุ่มอื่นๆ เข้ามาด้วย และต้องเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษ
ผบช.น.กล่าวว่า ช่วงเย็นนี้มีแนวโน้มว่าจะมีการเคลื่อนจากที่ชุมนุมที่ท้องสนามหลวงไปยังที่ต่างๆ โดยเฉพาะการไปกดดันคมช. ทราบว่าอาจเคลื่อนขบวนช่วงเวลา 20.00-21.00 น. ในส่วนนี้บช.น.ได้มีการซักซ้อมแผนการปฏิบัติกับทางกองทัพและกทม.แล้ว สรุปว่าการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงนั้นไม่ขัดข้อง หากเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่หากมีการเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมไปยังที่ต่างๆ ในลักษณะคนจำนวนมาก เชื่อว่าอาจเกิดความวุ่นวาย ความเสียหายทรัพย์สินผู้อื่น หรือสร้างความเดือดร้อนด้านการจราจรกับผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม บช.น.ก็คงยอมไม่ได้ คำว่ายอมไม่ได้ก็คือการจะเข้าเจรจากับแกนนำต่างๆ หากยังดื้อดึงจะเดินไปตามที่ต่างๆ ก็จะมีการสกัดกั้น ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัติทางบช.น.ก็ได้มีการเตรียมการในส่วนนี้แล้ว และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าสังเกตนำวิดีโอมาให้ดูเพื่อประมวลสถานการณ์
เมื่อถามว่ากรณีม็อบพีทีวีบุกเข้าไปยังบ้านพระอาทิตย์ ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ มีการวางแผนรับมืออย่างไรบ้าง พล.ต.ท.อดิศรกล่าวว่า คิดว่าคงไม่กล้าเข้าไปแล้ว เพราะตอนนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีที่สน.ชนะสงครามอยู่แล้ว บริเวณนั้นก็สั่งให้ดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งก็มีหลายจุดไม่ใช่แค่จุดนั้น ที่ผ่านมาก็ไม่มีการเคลื่อนคนไปยังที่ต่างๆ เหตุการณ์วันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงเป็นบทเรียนที่ดีว่า ไม่มีใครสามารถควบคุมฝูงชนได้ขนาด 4-5 พันคนยังวุ่นวายขนาดนี้ หากมามากกว่านี้จะยิ่งควบคุมลำบาก จึงจำเป็นต้องปรับแผนว่า ห้ามมีการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมโดยเด็ดขาด
เอเอสทีวีก็ชุมนุมด้วย
ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร.เดินทางมาตรวจความพร้อม และซักซ้อมการปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของพีทีวีที่บช.น. มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยพล.ต.ท.อดิศร รองผบช.น. ผบก.น.1 ตัวแทนกองทัพภาคที่ 1 กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกทม.ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ท.อดิศรกล่าวอีกครั้ง ว่า รองผบ.ตร.มาตรวจดูความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับฝ่ายทหารและ กทม. สำหรับตำรวจใช้แผนเดิม ใช้กำลังจำนวน 3 กองร้อย เน้นเรื่องความปลอดภัย สุภาพ ไม่มีอาวุธในการปฏิบัติหน้าที่ เชื่อว่าแนวโน้มทางผู้ชุมนุมไม่น่าจะทำการเคลื่อนย้าย เพราะมีคนมากพอสมควรคือหลักพันคน และยังได้ข่าวมาเพิ่มเติมว่าอาจจะมีกลุ่มของเอเอสทีวีเข้ามาชุมนุมที่ท้องสนามหลวงด้วย แต่เป็นคนละฝั่ง ซึ่งตำรวจจะจัดกำลังตรงถนนผ่ากลางสนามหลวงคั่นกลาง พร้อมวางแผนรั้วเหล็ก 2 ชั้นกั้นไว้ไม่ให้เกิดปะทะกันได้
ต่อข้อถามถึงการสนับสนุนของฝ่ายทหารในเรื่องกำลังพล ผบช.น.กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่ส่งกำลังมา จะเตรียมพร้อมในที่ตั้ง จนกว่าตำรวจจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ หรือเกิดความวุ่นวายขั้นจลาจลก็จะร้องขอ แต่เชื่อแนวโน้มน่าจะดีขึ้น จากสถานการณ์การเมืองมีแนวโน้มว่าจะผ่อนผัน มีการนิรโทษกรรม เมื่อประธานคมช.ออกโทรทัศน์ลักษณะเห็นอกเห็นใจกรณีของพรรคไทยรักไทย ช่วยทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายลงไปได้เยอะ
ม็อบพีทีวี2พันคนเข้าสนามหลวง
เมื่อเวลา 16.30 น. กลุ่มพีทีวีนำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานสถานีโทรทัศน์พีทีวี เปิดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง โดยมีประชาชนสนใจเข้าร่วมรับฟังประมาณ 2,000 คน โดยเนื้อหาในการปราศรัยยังคงโจมตีคมช.และแก้ต่างข้อกล่าวหาให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งนี้มีอดีตส.ส.และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมด้วย เช่นนายเอกพร รักความสุข นางพิมพา จันทรประสงค์ น.พ.วัลลภ ยังตรง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ขึ้นร่วมบนเวทีด้วย
นายวีระ ปราศรัยว่า แถลงว่า การชุมนุมของพีทีวีในวันนี้ได้แปรสภาพเป็นเวทีประชาธิปไตยขับไล่คมช. เป็นเวทีที่แนวร่วมของผู้เรียกร้องประชาธิปไตยสามารถเข้ามาร่วมเพื่อแสดงความคิดเห็นขับไล่เผด็จการ วันนี้ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าหรือแหล่งชุมชนต่างๆ มีทหารและตำรวจจำนวนมาก คุมเข้มเปรียบเสมือนกรุงเทพฯ อยู่ในภาวะสงคราม นอกจากนั้นยังทราบมาว่ากทม.ได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่จากเขตต่างๆ เขตละประมาณ 1,000 คน ให้งบสนับสนุนเขตละ 40,000 บาท เพื่อจัดคนมาร่วมชุมนุมสู้กับม็อบพีทีวี และบางส่วนก็ให้กระจายไปชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อแสดงบทบาทว่าเป็นการชุมนุมที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับผู้ชุมนุมที่สนามหลวง
วีระโต้นำป่วนแยกมิสกวัน
นายวีระ กล่าวว่า การชุมนุมในวันนี้การตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชามติ ไม่ว่าจะประกาศชุมนุมยืดเยื้อต่อเนื่อง หรือจะเคลื่อนขบวนไปยังกองทัพบก หรือชุมนุมเพียงแค่เวลา 24.00 น. แล้วนัดชุมนุมใหม่ในวันรุ่งขึ้น จะมีการคุยกันในช่วงค่ำวันนี้ สำหรับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่แยกมิสกวันในการชุมนุมวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเอเอสทีวีพยายามที่จะบิดเบือนว่าเป็นการกระทำของกลุ่มพีทีวี ขอยืนยันว่าหากการกระทำใดที่เป็นการกระทำของพีทีวีจะต้องนำโดยตน นอกเหนือจากนั้นไม่ถือเป็นการกระทำของพีทีวี ผู้ที่กระทำต้องไปรับผิดชอบกันเอง ยืนยันว่าผู้สร้างความวุ่นวายเป็นคนละกลุ่มกับพีทีวี
ต่อมานายวีระลงจากเวที ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการพูดถึงนิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จะทำให้บรรยากาศทางการเมืองลดความรุนแรงหรือไม่ นายวีระกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเหมือนการตบหัวแล้วลูบหลัง คมช.แสดงตัวมาตลอดว่ามีอำนาจบาตรใหญ่ จะทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะสั่งลงโทษใครหรือสั่งให้นิรโทษกรรม แต่จนถึงวันนี้ประชาชนไม่ขอรอความเมตตาแล้ว ถึงเวลาที่ประชาชนจะต้องออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ดำเนินการจัดการนิรโทษกรรมกันเอง
อ้างมีแผนก่อกวนม็อบพีทีวี
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำม็อบพีทีวี กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีความพยายามส่งคนเข้ามาก่อกวนการชุมนุม การชุมนุมของพีทีวีในแต่ละครั้งสังเกตได้ว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยตรวจบัตร ตรวจอาวุธของผู้ที่มาร่วม หรือนำกรวยจราจรมาตั้งขวางกั้นไว้ แต่ในวันนี้ไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นพิรุธที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้บุคคลต่างๆ เข้ามาร่วมชุมนุมเพื่อสร้างสถานการณ์ก่อกวน พีทีวีได้พยายามวางแนวทางสกัดไว้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ ขึ้นคมช.จะต้องรับผิดชอบ
นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวว่า เวลานี้นอกจากคมช.จะเกรงกลัวคลื่นมหาชนที่ออกมาต่อต้าน ยังกลัวความขัดแย้งกันเองในหมู่ตุลาการ เพราะตนทราบมาว่าภายหลังจากที่ตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน มีมติยุบพรรคไทยรักไทยและเพิกถอนสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คน ปรากฏว่าได้มีการเคลื่อนไหวในสถาบันตุลาการ ล่ารายชื่อตุลาการที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เพราะเห็นว่าการพิจารณาดังกล่าวขัดกับหลักกฎหมาย ทำให้หลักนิติศาสตร์ถูกทำลาย ดังนั้นจึงต้องการล่ารายชื่อเพื่อสื่อสารให้กับสังคมได้เข้าใจว่าสถาบันตุลาการยังมีความเป็นกลาง ไม่ได้มีความเห็นเช่นเดียวกับตุลาการทั้ง 9
คมช.ยังพยายามที่จะดิ้นรนทุกทางเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกระแสการปฏิวัติซ้ำหรือการตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ที่สำคัญยังพยายามที่จะตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการพยายามทุกทางที่จะขัดขวางไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้ามาขึ้นศาลคดีซื้อที่ดินรัชดาฯ แม้ว่าศาลฎีกาจะแสดงความเห็นว่าต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้ามาให้การสู้คดีก็ตาม นายจักรภพ กล่าว
ขณะเดียวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 300 คนมาชุมนุม ถือป้ายเรียกร้องความสมานฉันท์ เช่น รักในหลวงห่วงลูกหลาน ร่วมสมานฉันท์ สร้างสรรค์สันติสุข เมื่อสอบถามทราบว่าเป็นกลุ่มลูกจ้างหน่วยราชการแห่งหนึ่ง ที่ได้รับคำสั่งให้มาถือป้าย และยังไม่มีคำสั่งว่าจะให้สลายการชุมนุมเวลาใด
ชวนโนโหวตร่างรธน.
ต่อมาเวลา 19.30 น. นายจตุพรปราศรัยท่ามกลางประชาชนที่เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 4,000 คนว่า อยากให้ประชาชนที่มาชุมนุมเลือกว่าต้องการแบบไหนคือ 1.จะชุมนุมทุกเย็นจนกว่าคมช.จะออกไป 2.จะชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง และ 3.จะเดินทางไปกองทัพบก ทั้งนี้ไม่เข้าใจว่านายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. นำพนักงานรักษาความสะอาดมาชุมนุมทำไม คิดว่าน่าจะตั้งเป้าให้ได้ 3 พันคนเพื่อสกัดม็อบพีทีวี จึงอยากให้มาดูที่สนามหลวงว่ามีคนมาชุมนุมเท่าไหร่ ให้คูณด้วย 2 จะเท่ากับจำนวนเท้าที่จะไปใช้งาน
นายจตุพรกล่าวว่า ตอนนี้เรากำลังต่อสู้กับความไม่ชอบธรรม ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยและพรรคมหาชนโนโหวตได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ถ้าอยากรู้ให้ไปดูตอนรับร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ที่เราต้องการคือนักประชาธิปไตย ถ้าได้นายกฯแล้วต้องไปรายงานตัวต่อคมช.จะมีความสง่างามได้อย่างไร เราจะไม่เลือกตั้งจนกว่าคมช.จะออกไป ขอเรียกร้องนายทหารว่าขอให้ทุกเหล่าทัพแสดงตัวยืนหยัดข้างประชาชน ถ้าประชาชนต้องการพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ ต้องทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
