แฉแผนแผ่นดินมืด บึ้มเสาไฟแรงสูง!เศร้า- เด็กๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านตะโล๊ะซูแม อ.กรงปินัง จ.ยะลา นั่งหมดอาลัย กลางซากอาคารเรียนที่ถูกคนร้ายบุกเข้ามาเผาวอดวายทั้งหลัง เมื่อกลางดึกวันที่ 1 มิ.ย. ล่าสุดมีคำเตือนให้ระวังเหตุร้ายรุนแรงในช่วงกลางเดือนนี้ ตามข่าว
โจรใต้ปฏิบัติการป่วนต่อเนื่องวางบึ้มระเบิดทหารบาดเจ็บอีก 3 นาย บุกเผาโรงเรียนวอดที่กรงปินัง ด้านสนธิโอดทหารดับไฟใต้ลำบาก หน่วยข่าวความมั่นคงเผยโจรเตรียมก่อความวุ่นวายอีกระหว่าง 15-25 มิ.ย.นี้ ช่วงวันชาติมลายู เป้าหมาย 4 จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา เร่งให้รัฐบาลสลายการชุมนุมที่มัสยิดกลางโดยเร็ว บีอาร์เอ็นมีแผนปฏิบัติการ แผ่นดินมืด ก่อวินาศกรรมโรงงานไฟฟ้า เสาไฟแรงสูง สถานที่ราชการ วางบึ้มอีกที่น้ำตกบาเจาะ แต่ไม่มีคนเจ็บ
บึ้มทหารบาดเจ็บอีก3นาย
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.ท.สุกิจ ขำมาก หัวหน้าหน่วย นปพ.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่กองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่สืบสวนประจำสถานีตำรวจภูธร อ.เจาะไอร้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดระเบิดริมถนนหน้าโรงเรียนบ้านโต๊ะเล็ง หมู่ 3 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ขณะเจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.1512 หน่วย ฉก.31 จำนวน 6 นาย ใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะออกลาดตระเวนภายในหมู่บ้านมาถึงหน้าโรงเรียนบ้านบูกิต คนร้ายจุดชนวนระเบิดที่วางซุกซ่อนไว้ริมถนนด้วยแบตเตอรี่ ทำให้ทหารถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ 3 นาย คือ จ.ส.ท.อุดม มณีรงค์ พลทหารอิสแอ ดอเลาะ และพลทหารพิศาล เจริญโชค ทั้ง 3 นายถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เบื้องต้นพ้นขีดอันตรายแล้ว
ที่เกิดเหตุบริเวณใต้โคนเสาไฟฟ้าริมถนน เป็นหลุมลึก 30 ซ.ม. กว้าง 60 ซ.ม. มีเศษกล่องเหล็ก เศษเหล็กเส้นตัดชิ้นเล็กๆ เศษเชื้อปะทุกระจายเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่จึงคาดว่าคนร้ายจะใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 ก.ก.ในการก่อเหตุ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังพบสายไฟลากยาวเข้าป่าละเมาะข้างทางอีก 100 เมตร และพบแบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์ จึงเก็บเป็นหลักฐาน พร้อมจัดส่งชุดสายข่าวลงพื้นที่เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ด้วย เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่เพราะรู้เวลาการออกลาดตระเวนและเส้นทางการลาดตระเวนดี รวมถึงมีการซ่อนตัวอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุด้วยจึงสามารถลงมือได้ทันทีจนมีเจ้าหน้าที่ทหารเจ็บ 3 นาย
เผาโรงเรียนที่กรงปินังวอด
เวลา 09.00 น. ร.ต.ท.ชัยพร สีมาวุธ ร้อยเวร สภ.อ.กรงปินัง จ.ยะลา พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเขต 45 ยะลา เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ที่โรงเรียนบ้านตะโล๊ะซูแม หมู่ 4 ต.กรงปินัง หลังถูกคนร้ายลอบวางเพลิงได้รับความเสียหาย เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.58 น. วันที่ 1 มิ.ย. โดยเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเขต 45 ยะลา เข้าตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวซึ่งเป็นอาคารไม้แบบ ป1ก. 2 ห้องเรียน ของชั้นป.5/1 และป.1/1 ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยภายในห้องป.1/1 เจ้าหน้าที่พบเศษยางรถจักรยานยนต์ พร้อมเศษกระสอบป่าน
สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดอยู่เฝ้าโรงเรียน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานซึ่งเดิมตั้งฐานอยู่รักษาความปลอดภัยโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ย้ายฐานออกจากโรงเรียนเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายจึงฉวยโอกาสลอบตัดลวดหนามด้านหลังโรงเรียนนำยางรถจักรยานยนต์ พร้อมกระสอบป่าน ราดน้ำมัน จุดไฟเผา จนได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ยังงัดห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ของอาคารด้านข้าง เข้าไปขโมยเครื่องคอมพิวเตอร์ไปด้วยจำนวน 1 ชุด เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เตรียมก่อเหตุวันชาติมลายู
หน่วยข่าวความมั่นคงรายงานความเคลื่อนไหวของแนวร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า มีแผนเตรียมก่อความวุ่นวายอีกครั้งในระหว่างวันที่ 15-25 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันชาติมลายู โดยมีเป้าหมายในพื้นที่จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และจ.สงขลาบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอของจ.สงขลา ที่มีพื้นที่ติดต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ อ.จะนะ, อ.นาทวี, อ.เทพา, อ.สะบ้าย้อย บริเวณสถานีรถไฟย่านธุรกิจ ตลอดจนย่านชุมชนในพื้นที่
นอกจากนี้มีรายงานข่าวจากหน่วยข่าวกรองแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่อ.เทพา อ.จะนะ จ.สงขลา ให้เตรียมรับมือกลุ่มก่อความไม่สงบเครือข่ายของนายอับดุลอาซิส และนายแวอาแซ ดอนิ หรือ มะ หน้าดำ ที่จะเตรียมก่อเหตุ รวมทั้งการซุ่มโจมตีฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ในห้วงเวลาพร้อมกัน และการก่อการร้ายครั้งนี้จะมุ่งเอาชีวิตและอาวุธของเจ้าหน้าที่ โดยจะไม่เป็นการลอบวางระเบิดสถานที่ราชการเหมือนที่เกิดขึ้นเหมือนที่ผ่านมา แต่จะเป็นการลอบวางระเบิดตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน โดยหน่วยข่าวที่เกาะติดแนวร่วมรับรายงานอีกว่า การวางระเบิดสถานที่ราชการที่ผ่านมานั้น ทำให้แกนนำสามารถประเมินขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่รัฐได้ รวมทั้งทราบจุดอ่อน จุดแข็ง ของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวความมั่นคง ยังพบความผิดปกติอีกว่าจะมีการก่อความไม่สงบในพื้นที่อ.บันนังสตา ต.ตาเนาะปูเต๊ะ ต.บาเจาะ ต.และ อ.บันนังสตา อ.รามัน ที่ต.จ๊ะกว๊ะ ต.อาซ่อง เนื่องจากมีรายงานว่าที่ต.จ๊ะกว๊ะ มีการลักลอบผลิตและนำระเบิดแสวงเครื่องจากทางด้านอ.รือเสาะ มาซุกซ่อนไว้กว่า 40 ลูก เพื่อเตรียมที่จะก่อเหตุพร้อมกันหลายจุดซึ่งระเบิดบางส่วนลักลอบไปหาเครือข่ายของนายอับดุลอาซิสแล้ว
ส่วนในพื้นที่อ.บันนังสตา กลุ่มวัยรุ่นอาร์เคเค กว่า 20 คน ที่เป็นชายแปลกถิ่นมาปรากฏตัวตามสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนา พร้อมยุยงปลุกปั่นชาวบ้านให้กระด้างกระเดื่องต่อรูปแบบการปกครองของรัฐ ซึ่งจนท.หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ ต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า อ.บันนังสตา อาจจะเป็นเป้าหมายของการก่อความไม่สงบในห้วงเวลานี้ จึงแจ้งเตือนไปยังหน่วยกำลังต่างๆ ให้มีความเตรียมพร้อมตลอดเวลา
โปรยใบปลิว-ปลุกระดมชาวบ้าน
เวลา 11.00 น. ที่อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา กลุ่มแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบยังคงพยายามสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยโปรยใบปลิวไปทั่ว อ.สะบ้าย้อย เพื่อปลุกระดมชาวบ้าน และโจมตีเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงชาวบ้านเสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน ที่บ้านคอลอมุดอ ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย เมื่อคืนวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะทหารพราน เพื่อให้ชาวบ้านต่อต้านเจ้าหน้าที่ในขณะที่กองกำลังทุกหน่วยในพื้นที่อำเภอชายแดนของจ.สงขลา ยังคงเฝ้าระวังเหตุร้ายตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอ.สะบ้าย้อย อ.เทพา และอ.จะนะ โดยได้มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอด้วย
ยืดเยื้อ- นายอภินัน จันทรังษี นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ รองผวจ.ปัตตานี พร้อมฝ่ายทหาร ร่วมถกกับตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาและประชาชน เพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับการชุมนุมที่มัสยิดกลางปัตตานีซึ่งยืดเยื้อมาหลายวัน แต่ผลเจรจายังไม่เป็นที่ยุติ
พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ ผกก.สภ.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิด 7 จุด กลางเมืองหาดใหญ่ว่า ได้ระดมกำลังจากทุกส่วนพยายามสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ล่าสุดสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 6 คน พร้อมกับภาพสเกตช์ของคนร้ายอีก 1 คน จึงขอความร่วมมือจากผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ หรือทราบเบาะแสข้อมูลของบุคคลต้องสงสัย ช่วยแจ้งผ่านทางโทรศัพท์หมายเลข 08-9655-4755 ซึ่งเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่เปิดขึ้นใหม่ เพื่อรับแจ้งเบาะแสคดีระเบิดเพียงอย่างเดียว
บึ้มฆ่าทหารพรานฝีมืออาร์เคเค
จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดและยิงซ้ำรวมทั้งปาดคอ เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดเฉพาะกิจที่ 4105 เหตุเกิดที่บนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง บ้านทำนบ ม.5 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 คน พร้อมยึดอาวุธปืนจำนวน 8 กระบอกไปด้วยนั้น
ล่าสุด รายงานข่าวจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า คนร้ายน่าจะเป็นฝีมือนายมะแอ อภิบาลแบ หัวหน้ากลุ่มอาร์เคเค กับพวก นายอาแซ นิเซ็ง นายอิลีเอีย ดอเลาะ นายมารกี ยูโซ๊ะ นายมะลาไว มะลาเซ็ง และนายอิดือเร๊ะ ซอรี กำลังประมาณ 15-20 คน อาวุธปืนประจำกายทั้งอาก้า เอ็ม-16 และอาวุธปืนพกสั้น เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ตลิ่งชัน ต.บาเจาะ ต.บันนังกูแว ต.บันนังสตา ต.บางลาง ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และพื้นที่รอยต่อกับต.ปุโรง ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา การปฏิบัติการอยู่ภายใต้การสั่งของนายยาการียา หะยีสาเมาะ ซึ่งเป็นแกนนำในระดับ อาเยาะ หรือหัวหน้าเขตงานของกลุ่ม แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุ
มีรายงานข่าวระบุอีกว่า คนร้ายกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่หลายครั้งแล้ว อาทิ วางระเบิดและลอบยิงรถยนต์ พ.อ.สุทธิศักดิ์ ประเสริฐศรี ผบ.กรมพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากรที่ 2 กองพลพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากร เสียชีวิต ที่บ้านบันนังกูแว ม.4 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2549 และซุ่มลอบโจมตีและลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสันติสุข ชุดหน่วยรบพิเศษ บนถนนสาย 410 เขตพื้นที่รอยต่ออ.เมือง ยะลา กับอ.กรงปินัง จ.ยะลา จนทหารเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 3 นาย เมื่อวันที่ 5 พ.ย.49
ปิดถนนเข้าปัตตานีหนุนม็อบมัสยิด
สำหรับสถานการณ์ที่จ.ปัตตานี ยังคงมีการเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เวลา 10.00 น. มีประชาชนจำนวนพันคนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก รวมตัวปิดถนนเส้นทางสายหลักที่จะเข้าสู่ตัวอ.เมืองปัตตานี จำนวน 3 สาย คือ 1.เส้นทางระหว่าง จ.ปัตตานี กับจ.ยะลา ถนนสาย 410 บริเวณ ม.4 บ้านต้นมะขาม อ.ยะรัง 2.เส้นทางปัตตานี-หาดใหญ่ จ.สงขลา บริเวณบ้านดอนยาง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก และ 3. เส้นทางปัตตานี-จ.นราธิวาส ม.6 บ้านบาโงมูลง ต.เตราะบอน อ.สายบุรี โดยกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวบอกว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนการชุมนุมกลุ่มม็อบที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้สกัดตั้งจุดตรวจไม่ให้กลุ่มประชาชนเดินทางมาสมทบ เจ้าหน้าจึงต้องปิดถนนทั้ง 3 สายชั่วคราว ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องเลี่ยงเส้นทางการเดินทางอ้อมไปใช้เส้นทางสายชนบท กระทั่งเมื่อเวลา 13.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับและสลายการชุมนุม
ส่วนการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนที่มัสยิดกลาง จ.ปัตตานี ยังคงปักหลักชุมนุมอย่างสงบเป็นวันที่สาม แม้ว่าจะเป็นการชุมนุมอย่างสงบแต่สร้างความเดือดร้อนแก่กิจการร้านค้าที่มีเป็นจำนวนมากที่ตั้งอยู่บนถนนสายยะรัง ถนนสายกะลาพอ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดถนนรอบมัสยิดกลางเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันมือที่สามที่อาจฉวยโอกาสก่อเหตุ นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวันที่สามแล้วด้วย ทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อนกันมาก
รายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคง แจ้งเตือนให้กองทัพเร่งสลายการชุมนุมที่มัสยิดกลางโดยเร็ว เนื่องจากพบว่าขบวนการบีอาร์เอ็นมีแผนที่จะใช้มวลชนจำนวนมาก ประท้วงปิดล้อมมัสยิดกลางปัตตานี เพื่อตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่เอาไว้ และจะมีแผนปฏิบัติการ แผ่นดินมืด โดยส่งกำลังเข้าก่อวินาศกรรมโรงงานไฟฟ้า และเสาไฟฟ้าแรงสูง เพื่อโจมตีสถานที่ราชการใน 3 จังหวัด 4 อำเภอของจ.สงขลา พร้อมๆ กัน เพื่อให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น นอกจากนี้ทางหน่วยสันติบาลแจ้งว่าการเคลื่อนไหวของมวลชนครั้งนี้ มีนักการเมืองบางกลุ่มอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศพร้อมๆ กันอีกด้วย
ตัวแทนทางการหลายหน่วยงานร่วมรับฟังข้อเรียกร้องจากตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนในการชุมนุมอย่างสันติ ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานี ได้ข้อสรุป 5 ข้อคือ 1.ให้ถอนกำลังทหารและอาสาสมัครทหารพรานออกจากพื้นที่ให้หมด 2.ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวและยกเลิกพ.ร.ก.ในพท.ทั้งหมด 3.รัฐบาลต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดอย่างเด็ดขาดและเที่ยงธรรม 4.รัฐบาลต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและเที่ยงตรง ไม่ครอบงำสื่อทุกชนิด และสื่อต้องรายงานความเป็นจริงที่ปรากฏอย่างตรงไปตรงมา และ 5.รัฐบาลต้องปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์โดยเร็วอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่จับตัวผู้บริสุทธิ์และต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย โดยทางการรับประกันความปลอดภัยและจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ แก่ผู้ร่วมชุมนุม
อย่าให้เขารู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้น2
เวลา 14.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี บันทึกเทปรายการ คิดนอกทำเนียบ โดยนายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ ถามถึงกรณีความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า เราจะต้องใช้ความอดทน เพราะเป็นปัญหาเกิดขึ้นมานาน มีความลึกซึ่งและมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมาก ซึ่งรัฐบาลพยายามขจัดปัจจัยที่เป็นปัญหาออกไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเฉพาะเรื่องความไม่เป็นธรรม รู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้น 2 รัฐบาลก็พยายามเต็มที่ ซึ่งการสร้างความเชื่อมั่น ต้องเริ่มจากความเข้าใจก่อน จึงจะได้รับความไว้วางใจทำงานด้วยกันได้ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็พยายามขัดขวางอยู่
เมื่อถามว่า สถานการณ์ล่าสุดที่มีการฆ่าทหารและประชาชน รวมถึงการยึดมัสยิดกลางปัตตานี นายกฯ กล่าวว่า ผู้ก่อความไม่สงบแสดงออกอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะ เนื่องจากเรายังมีความสับสนทางการเมือง ยังไม่รู้จะไปทางไหน ปัญหาการเมืองในขณะนี้ส่งผลต่อปัญหาภาคใต้ เขาก็ฉวยโอกาส เมื่อเป็นจังหวะที่เหมาะที่ควรเคลื่อนไหวเพื่อให้ไปสู่จุดที่ต้องการ คือให้รัฐใช้อำนาจในการปราบปรามรุนแรง ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะเข้าทางเขา อย่างไรก็ตาม เรายังเดินตามวิถีทางกฎหมาย และเป็นธรรม ถ้ามีหลักฐานก็จับกุมตัวสอบสวนดำเนินคดี และไม่ได้ยอมปล่อยตัวผู้ต้องหาตามที่มีการเรียกร้องชุมนุม
พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น เราสลายการชุมนุมโดยใช้วิธีการเจรจาทำความเข้าใจ เพราะผู้ชุมนุมไม่ได้มีจำนวนมาก ปัจจุบันมีผู้นำทางศาสนาให้ความร่วมมือกับเรามากกว่าเมื่อก่อน อย่างกรณีมัสยิดกลางที่ปัตตานี ผู้นำศาสนาดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อแก้ปัญหา
ต่อข้อถามว่า มองว่ารัฐบาลอดทนเกินไปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า หากเราใช้ความรุนแรงจะเกิดปัญหา เราต้องช่วยกันดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไว้ให้ดีที่สุด ตนก็รู้สึกเสียใจสำหรับข้าราชการที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ในฐานะที่เป็นทหารมาก่อน เราพูดกันว่า ถ้าไปตายในการทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติ ก็ดีกว่าขี่มอเตอร์ไซค์แล้วประสบอุบัติเหตุตาย เราคิดอย่างนั้นเพราะเรารู้สึกว่าเราได้ทำตามหน้าที่ ซึ่งทหารเขาอยากทำอะไรเพื่อประเทศชาติ อยากเสียสละ แม้มารู้ว่าชีวิตจะจบสิ้นเมื่อไหร่ รู้ว่ามีอันตรายก็พร้อมที่จะทำ
ระบุทหารมียุทธวิธีเชิงรุก
เมื่อถามว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษากอ.รมน. เสนอว่า ขณะนี้ทหารควรใช้วิธีดักซุ่มยิงโจรที่ลงมาจากเขา เหมือนกับที่เขาทำกับเรา นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องยุทธวิธี คงไม่สามารถไปแนะนำทหารรุ่นน้องๆ ได้ ต้องไปดูในรายละเอียดและดูว่ามีข้อมูลพื้นฐานอะไรบ้าง รัฐบาลคงไม่ได้ลงไปดูการปฏิบัติเพราะไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล เราดูเรื่องนโยบายการสนับสนุนด้านงบประมาณ ตนคงไม่ไปก้าวล่วงหน้าที่รุ่นน้องๆ ที่ทำอยู่ในพื้นที่ ซึ่งตนรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร เขามียุทธวิธีของเขา และยืนยันว่า ทหารไม่ได้เป็นฝ่ายรับฝ่ายเดียว เขามียุทธวิธีเชิงรุกอยู่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามมองว่าเรากำลังทำอะไร แล้วพยายามแสวงหาจุดอ่อน เหมือนกับการชุมนุมที่มัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งมีคนจากกทม.ไปร่วมชุมนุม 2 คันรถบัส เป็นปัญหาที่ต้องทำความเข้าใจ ทั้งนี้ยอมรับว่าเครือข่ายเขาค่อนข้างกว้างขวางและใช้จิตวิทยามวลชนค่อนข้างสูง จึงต้องแก้ไขเพราะเขาทำมานานแล้ว การแก้ปัญหาจึงต้องใช้เวลา
พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลทำในด้านยุทธศาสตร์ขณะนี้คือไปเจรจากับประเทศที่เป็นมุสลิมให้เขาเข้าใจว่า เราแก้ปัญหาโดยสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรงใช้หลักกฎหมาย ถือว่าคนเหล่านี้เป็นคนไทย และขอให้เขาสนับสนุนช่วยเหลือด้านการศึกษา ซึ่งทุกประเทศก็ยินดี ทั้งนี้ประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง บอกว่าน่าแปลกใจที่ความคิดของคนมุสลิมในประเทศไทยย้อนหลังไป ทั้งที่เขาปรับเปลี่ยนความคิดกันไปหมดแล้ว คนที่ไปเรียนหนังสือในประเทศเหล่านี้กลับมานานแล้ว เพราะฉะนั้นจึงอยากส่งคนรุ่นใหม่ไปเรียนเพื่อนำความคิดใหม่ๆ กลับมาพูดคุยกัน
เราต้องอดทนเพราะเป็นเรื่องของความคิด ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะแม้แต่แค่สร้างความเข้าใจง่ายๆ ก็ต้องใช้เวลาไม่มีทางอื่น ต้องยอมรับและอดทนที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหา นายกฯ กล่าว
เสนอตั้งตัวแทนขึ้นมาพิจารณา
เวลา 15.00 น. มีการล้อมวงรับฟังข้อเรียกร้องจากตัวแทนผู้ชุมนุมเพื่อหาข้อสรุปโดยมีนายอภินัน จันทรังษี และนายวินัย ครุวรรณพัฒน์ รองผู้ว่าฯ ปัตตานี ฝ่ายทหารมี พ.อ.รัฐพล ศิริรักษ์ ผบ.ฉก.23 และฝ่ายตำรวจมีรองผู้บังคับการทั้ง 3 จังหวัด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มาร่วมพูดคุยกับตัวแทนนักศึกษานำโดย นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ประธานเครือข่ายนักศึกษาและประชาชน นายมูฮัมหมัดอาลาดี เด็งนิ เลขาฯ และนายบาซิ นาแว รองประธานฯ ซึ่งทางหน่วยราชการได้รับฟังและพิจารณาข้อเรียกร้องของฝ่ายนักศึกษาแล้วจะนำเสนอข้อสรุปทั้งหมดไปยังนายภานุ อุทัยรัตน์ ผวจ.ปัตตานี และรัฐบาลโดยด่วนที่สุด โดยทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องกันว่า ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องมีตัวแทนจากทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง นักศึกษา ตัวแทนของคณะกรรมการเยียวยาฯ และตัวแทนจากยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบในทุกกรณีที่มีการสงสัยว่าจะเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
ทั้งนี้ หากกลุ่มผู้ชุมนุมจะยอมสลายการชุมนุม ทางผู้ว่าฯ ปัตตานี ขอรับรองว่าจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับผู้ที่มาชุมนุมเนื่องจากเป็นการชุมนุมอย่างสงบ และจะไม่มีการติดตามมาดำเนินคดีในภายหลัง พร้อมยินดีออกค่าใช้จ่ายและบริการยานพาหนะในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและกลับกทม. ซึ่งทางตัวแทนนักศึกษารับปากว่าจะมีการพูดคุยกับชาวบ้านถึงข้อสรุปที่ตกลงกันกับทางหน่วยราชการว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน โดยในคืนวันที่ 2 มิ.ย. จะยังคงปักหลักรวมตัวภายในมัสยิดกลางฯ ต่อไป
สนธิโอดทหารดับไฟใต้ลำบาก
เวลา 19.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณปากทางเข้าน้ำตกปาโจ ม.2 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ พบว่าคนร้ายมีการซุกระเบิดไว้ข้างทาง คาดว่าระเบิดได้ทำงานก่อนจึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่มักออกลาดตระเวนบริเวณดังกล่าวแต่โชคดีขณะเกิดเหตุยังไม่ได้ออกลาดตระเวนในบริเวณดังกล่าว ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
เวลา 19.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรอ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ออกลาดตระเวนบริเวณด้านหลังมัสยิดบ้านไอบาตู ม.4 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี พบคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่ ทำให้มีการยิงต่อสู้กันขึ้น จากนั้นเกิดเหตุระเบิดบริเวณดังกล่าวตามมา ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดเป็นแผนการของคนร้ายที่ล่อให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจนเกิดการปะทะบริเวณดังกล่าวเพื่อให้อยู่ในจุดเป้าหมายที่คนร้ายวางระเบิดไว้ และเมื่อมีจังหวะจึงกดระเบิดขึ้นเพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง มีประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตครั้งละจำนวนมาก ว่า ปัญหาของเราคือต้องทำงานหลายอย่าง คือ ทั้งงานการเมือง และงานยุทธการ เราก็ต้องทำไปพร้อมๆ กัน มันก็ยาก เพราะเราเหมือนคนๆ เดียว แต่ต้องทำทั้งสองอย่าง ขณะที่ตอนนี้เราต้องต่อสู้กับโจร พอเราไปทำทั้งการเมืองและยุทธการ แต่โจรทำแค่ยุทธการ เราก็มีปัญหา
งานการเมืองของเราในตอนนี้ เราก็ยังเน้นการเมืองกับคนดี ไม่ใช่การเมืองกับโจร อยากขอให้ประชาชนช่วยกันด้วย ช่วยกันดูแล เพราะทหารทำอย่างเดียวไม่ไหว ความรุนแรงในวันนี้นั้น ถือเป็นโชคร้ายของกองทัพ เพราะตอนนี้เราเจอปัญหาหมด ทั้งในกทม.และต่างจังหวัดก็วุ่นวาย ดังนั้น ฝ่ายก่อความไม่สงบก็ถือโอกาสสร้างความวุ่นวายเข้าไปอีก อยากขอประชาชนว่า เรามาลดความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เพื่อให้รัฐบาลได้สามารถแก้ปัญหาภาคใต้ได้เต็มที่ ส่วนการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของผมนั้น คงต้องรอให้ผ่าน 1-2 วันนี้ไปก่อน พล.อ.สนธิกล่าว
ม็อบน.ศ.ยื่น5ข้อเสนอรัฐ
ตัวแทนทางการหลายหน่วยงานร่วมรับฟังข้อเรียกร้องจากตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนในการชุมนุมอย่างสันติ ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานี ได้ข้อสรุป 5 ข้อคือ 1)ให้ถอนกำลังทหารและอาสาสมัครทหารพรานออกจากพื้นที่ให้หมด 2)ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวและยกเลิกพ.ร.ก.ในพท.ทั้งหมด 3)รัฐบาลต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดอย่างเด็ดขาดและเที่ยงธรรม 4)รัฐบาลต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและเที่ยงตรง ไม่ครอบงำสื่อทุกชนิด และสื่อต้องรายงานความเป็นจริงที่ปรากฏอย่างตรงไปตรงมา และ 5)รัฐบาลต้องปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์โดยเร็วอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่จับตัวผู้บริสุทธิ์และต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย โดยทางการรับประกันความปลอดภัยและจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ แก่ผู้ร่วมชุมนุม
เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. (2 มิ.ย. 50) ได้มีการล้อมวงรับฟังข้อเรียกร้องจากตัวแทนผู้ชุมนุมเพื่อหาข้อสรุปโดยมีนายอภินัน จันทรังษี และนายวินัย ครุวรรณพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ฝ่ายทหารมี พ.อ.รัฐพล ศิริรักษ์ ผบ.ฉก.23 และฝ่ายตำรวจมีรองผู้บังคับการทั้ง 3 จังหวัด (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) มาร่วมพูดคุยกับตัวแทนนักศึกษานำโดย นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ประธานเครือข่ายนักศึกษาและประชาชน นายมูฮัมหมัดอาลาดี เด็งนิ เลขาฯ และนายบาซิ นาแว รองประธาน ซึ่งทางหน่วยราชการได้รับฟังและพิจารณาข้อเรียกร้องของฝ่ายนักศึกษาแล้วจะนำเสนอข้อสรุปทั้งหมดไปยังนายภานุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการ จ.ปัตตานี และรัฐบาลโดยด่วนที่สุด
ไม่เอาผิดม็อบ-แถมค่ารถกลับ
สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ตัวแทนนักศึกษาให้ทางการประสานและทำงานอย่างเอาจริงเอาจังคือ ให้ติดตามคดีของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยด่วนและรวดเร็วทุกคดี เวลามีเหตุเกิดขึ้น อย่าได้ด่วนสรุปว่าทุกเรื่องเป็นการสร้างสถานการณ์ของผู้ก่อความไม่สงบ ให้สืบสวนหาสาเหตุ สืบสวนพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนสรุป
ทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องกันว่า ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องมีตัวแทนจากทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง นักศึกษา ตัวแทนของคณะกรรมการเยียวยาฯ และตัวแทนจากยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบในทุกกรณีที่มีการสงสัยว่าจะเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ทั้งนี้ หากกลุ่มผู้ชุมนุมจะยอมสลายการชุมนุม ทางผู้ว่าราชการ จ. ปัตตานี ขอรับรองว่าจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับผู้ที่มาชุมนุมเนื่องจากเป็นการชุมนุมอย่างสงบ และจะไม่มีการติดตามมาดำเนินคดีในภายหลัง พร้อมยินดีออกค่าใช้จ่ายและบริการยานพาหนะในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและกลับกทม. ซึ่งทางตัวแทนนักศึกษารับปากว่าจะมีการพูดคุยกับชาวบ้านถึงข้อสรุปที่ตกลงกันกับทางหน่วยราชการว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน โดยในคืนนี้ (2 มิ.ย.50) จะยังคงปักหลักรวมตัวภายในมัสยิดกลางฯ ต่อไป
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
