อ๋อยโวย-ไม่ผิด ไม่รับนิรโทษฯ จี้เลิกคำสั่งที่27 สนช.ก็มีต่อต้าน แอ้ดปัดไม่เกี่ยวแอ้ดปัดนิรโทษกรรม รัฐบาลไม่ใช่คนริเริ่ม รอดูท่าทีสนช.ก่อน วอนทุกฝ่ายศึกษาคำวินิจฉัยให้ถ่องแท้แต่ตัวเองเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ บิ๊กบังอ้อมแอ้มไอเดียนิรโทษกรรม 111 ทรท. อ้างมีคนชงมาให้เลยเห็นด้วยเพราะช่วยสร้างสมานฉันท์ เผยคุยนายกฯ-สนช.แล้ว มั่นใจดูแลผลกระทบได้ ไม่หวั่นล้างแค้น จาตุรนต์โต้ไม่ได้ทำผิดจึงไม่รับนิรโทษกรรม เตรียมทำหนังสือเผยแพร่คำวินิจฉัยยุบพรรคฟ้ององค์กรต่างๆทั่วโลก ชี้เป็นเรื่องที่ควรศึกษา กลับลำไม่คิดถวายฎีกา แค่พูดเอาใจคนสนับสนุน มาร์คงงคำพูดอ๋อยจะไม่รับนิรโทษกรรมหรือไม่รับคำตัดสิน ชี้หากออกเป็นกฎหมายเมื่อไหร่ ทุกคนต้องปฏิบัติเสมอกัน สมัชชาภาคอีสานค้านแนวคิดนิรโทษกรรมพร้อมเสนอให้ถอดยศทักษิณ - ธรรมรักษ์ -เสธ.ไอซ์ ฐานมีเอี่ยวคดียุบพรรค ปชป.จี้รัฐบาล-คมช.ยกเลิกประกาศคปค.ฉบับ 15 และ 27 เปิดทางตั้งพรรคใหม่ นายกฯยันไม่เกิน 2 สัปดาห์ยกเลิกแน่ เปรยไม่คิดขัดขวางคำสั่งศาลหากให้แม้วกลับไทยมาขึ้นศาล เผย 2 แนวชุบชีวิต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย สนธิยันเดินหน้าออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านสนช.สายทหาร กับอีกแนวทางคือยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 27
แอ้ดแนะยึดคำวินิจฉัยเป็นบทเรียน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ เปิดบ้านพิษณุโลก ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ เป็นครั้งที่ 4 โดยมีนายอดิศักดิ์ ศรีสม เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยนายกฯ กล่าวถึงผลการตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทยว่า วันนั้นตนติดตามผลการตัดสินเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราได้ติดตามคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญแล้ว จะเป็นประโยชน์เป็นบทเรียนที่จะนำไปศึกษาได้ทั้งในด้านกฎหมายและด้านการเมือง ส่วนที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดความไม่สงบหลังจากการตัดสินคดีนี้ ตนไม่รู้สึกกังวลเพราะได้ติดตามสถานการณ์และทำความเข้าใจกับประชาชนมาล่วงหน้าพอสมควร จะเห็นได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจแล้วรับฟังคำวินิจฉัยอยู่ที่บ้านหรือไม่ก็อยู่ที่ทำงาน ไม่ได้ออกมาแสดงความเคลื่อนไหวในด้านการเมือง
ผมพูดไว้นานแล้วว่าเราต้องเคารพในคำวินิจฉัยของศาล เมื่อตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปแล้ว ถ้าศึกษาให้ดีก็จะเป็นบทเรียนซึ่งมีทั้ง 2 ด้านคือสิ่งที่นำไปเป็นแนวทางในอนาคต และสิ่งที่ควรแก้ไข ไม่ควรทำอีกนายกฯกล่าว
ผู้ดำเนินรายการถามว่าสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯบอกว่าคำตัดสินแรงเกินไป นายกฯ กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่ผู้ได้รับผลกระทบจะรู้สึกอย่างนั้น เราในฐานะประชาชนที่ฟังอยู่ คิดว่าต้องดูด้วยความยับยั้งและดูเหตุดูผลทั้ง 2 ด้าน คำว่าแรงเกินไป ก็เป็นส่วนที่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง คือพ.ต.ท.ทักษิณ จะรู้สึก ในทุกครั้งที่ศาลตัดสิน คนที่ได้รับผลกระทบเสียใจทุกคนไม่ว่าจะคดีใดๆก็ตาม ตนก็เคยถูกศาลตัดสิน แต่เมื่อเรามองย้อนว่าเราทำอะไรผิดหรือไม่ เราควรปรับปรุงตัวหรือไม่ เราต้องยอมรับว่าเราทำผิดจริง
ยันตุลาการเปล่าตั้งธงยุบพรรค
พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนถึงบอกว่าควรนำคำวินิจฉัยมาศึกษาให้ละเอียด อย่าไปบอกว่าแรงหรือไม่แรง เพราะถ้าเราศึกษาโดยละเอียดแล้ว จะเห็นว่าแต่ละประเด็นที่ตุลาการรัฐธรรมนูญวิเคราะห์และวินิจฉัยออกมา เป็นสิ่งที่น่าศึกษา เรามักจะมองว่าผลออกมาอย่างไร เอกฉันท์หรือไม่เอกฉันท์ ตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งแต่ส่วนที่สำคัญคือคำวินิจฉัย ตรงนี้จะบอกถึงที่มาที่ไปของความเป็นมาของเรื่องราวคือเหตุไปสู่ผล เรามักจะไปดูผล โดยไม่ดูเลยว่าเหตุที่มาเป็นอย่างไร ซึ่งคำวินิจฉัยของตุลาการฯเป็นการดูที่เหตุจริงๆแล้วนำไปสู่การยุบพรรค ไม่ใช่ตั้งธงยุบพรรคไว้ก่อนแล้วไปหาเหตุ
ต่อข้อถามว่าต้องติดตามอะไรเป็นพิเศษหรือไม่เพราะหลายคนมองว่าเรื่องยังไม่จบ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนแล้วว่าสาระในความขัดแย้งที่ว่านั้นคืออะไร ต้องมองถึงเหตุที่มาของความขัดแย้ง และศึกษาว่าถ้าเราจะอยู่กันอย่างนี้จะดีสำหรับบ้านเมืองหรือไม่ ถ้าไม่มีใครหาทางแก้ไขหาทางออมชอมกัน คิดว่าคงไม่ใช่สังคม จะบอกว่ารัฐบาลจะหาทางแก้ไขอย่างไร รัฐบาลก็พยายามอยู่แล้วที่จะให้มีการพูดคุยกัน แก้ไขปัญหากันโดยสันติวิธี รอมชอมกัน ยอมรับในคำวินิจฉัยของศาล
ถ้าเราไม่ยอมในสิ่งเหล่านี้ เราเอาแต่ใจตัวเอง เอาแต่ความคิดของตัวเราเองเป็นหลัก ก็ไม่มีทางออมชอมกันได้ แม้แต่ในบ้าน สามีภรรยาถ้าต่างคนต่างเอาแต่ใจของตัวเองก็คือหย่าร้าง ไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้เลย ในส่วนของกรรมการบริหารพรรคหรือผู้บริหารพรรคนั้น คงต้องให้เวลาอีกระยะหนึ่งที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพของความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคิดได้ล่วงหน้าว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นจะมากน้อยขนาดไหน แต่ที่จะรู้แน่ๆ คือต้องมีความเปลี่ยนแปลง นายกฯ กล่าว
ลั่นไม่เกิน2สัปดาห์ยกเลิกประกาศคปค.
นายกฯ กล่าวถึงการพิจารณายกเลิกประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)ฉบับที่ 15 และ 27 ว่า ตนหารือกันแล้วคิดว่าในเรื่องทางการเมืองไม่ได้เหมือนกาน้ำเดือด เป็นเรื่องของขั้นตอน และเป็นอย่างที่ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ให้สัมภาษณ์ไปแล้วคือภายในเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์คงจะได้ข้อยุติ เป็นส่วนหนึ่งของมติครม.ว่าเราจะดำเนินการรายละเอียดในเรื่องประกาศคปค.ทั้งสองฉบับนั้นอย่างไร
เมื่อถามว่าหมายความว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์จะยกเลิก พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกิน ซึ่งประธานคมช.ขอหารือในแง่กฎหมายก่อนว่าจะมีอะไรที่จะผ่อนคลาย ทำให้การทำงานทางการเมืองเป็นไปได้สะดวกขึ้น ก็มีหลายส่วนที่ทำได้ คงไม่ใช่ในลักษณะที่จะบอกว่า เยส หรือ โน หรือได้ทั้งหมด หรือไม่ทำอะไรเลย แต่จะต้องมีตรงกลางซึ่งเป็นทางออก หมายถึงความเหมาะสม ความสมดุล ความพอดี
ต่อข้อถามว่าหากเปิดให้จดทะเบียนตั้งพรรคได้ แล้วเกิดการรวมกลุ่มของกลุ่มเก่าๆที่วันนี้ต้องยุติบทบาททางการเมือง แต่อาจจะไม่ออกหน้าเอง เป็นนอมินีในการตั้งพรรค จะวางข้อจำกัดตรงนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงไม่เป็นข้อจำกัด จะไปบอกว่าใครจะเป็นนอมินีของใคร ตนคิดว่าคงไม่ได้เป็นปัญหาทางการเมือง ไม่ได้มีข้อจำกัดทางกฎหมายว่าห้ามนอมินีทางการเมือง แม้กระทั่งนอมินีทางเศรษฐกิจ กฎหมายก็ยังไม่สามารถออกมาได้ในขณะนี้ ฉะนั้นเป็นเรื่องยากที่จะไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะอย่างที่พูดกันว่าให้การสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง
อย่าโยนให้รัฐบาลแก้อย่างเดียว
ผมคิดว่าถ้าเรามองถึงเรื่องประโยชน์ของส่วนรวม ของชาติบ้านเมืองว่าเราจะไปทางไหนกัน ก็ต้องถามกันก่อนว่าเราจะไปทางไหน เราอยากเห็นบ้านเมืองเราอยู่อย่างนี้ หรืออยากเห็นสิ่งที่ดีกว่านี้ ถ้าเราอยากเห็นสิ่งที่ดีกว่านี้ก็ต้องช่วยกัน ช่วยกันผลักดัน ช่วยกันแก้ไข จะบอกว่ารัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว ผมคิดว่านั่นคงไม่ได้เป็นภาระที่รัฐบาลจะดำเนินการได้ทั้งหมด คำว่ารับผิดชอบในด้านการบริหาร เป็นเรื่องของกลไกในส่วนราชการ กลไกที่จะต้องประคับประคองสังคมของเรา ชาติบ้านเมืองของเราให้มีความก้าวหน้า ถ้าหากประชาชนไม่ได้ให้ความร่วมมือก็ลำบาก นายกฯ กล่าว
พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนหวังว่าการเมืองไทยน่าจะดีขึ้น เป็นความหวัง ตนคงไม่ไปบอกหรือไปมองภาพเหมือนอย่างนักพยากรณ์ คงมีความหวังเช่นเดียวกับคนทั่วไป หวังอยากจะเห็นชาติบ้านเมืองมีความก้าวหน้า การเมืองมีการพัฒนา แต่คงไม่สามารถไปบริหารจัดการให้มีการดำเนินการทางการเมืองไปในทิศทางนั้นได้ หากพวกเราไม่ได้ร่วมมือกันอย่างจริงจัง คือนักการเมืองต้องรับภาระเป็นส่วนใหญ่ รัฐบาลในฐานะที่เข้ามารับหน้าที่ในช่วงวิกฤตเพียงเวลาสั้นๆ อยากจะดำเนินการเพื่อให้ท่านเข้ามาสานต่อและรับไป เราจะส่งมอบงานในช่วงที่เกิดความสมดุล เกิดความพอดี ซึ่งหวังว่านักการเมืองที่มารับช่วงต่อจะทำให้ดีขึ้นกว่าที่เราเป็นอยู่
เปรยอยากเห็นคลื่นลูกใหม่
นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาต่างๆทุกคนพยายามหาทางแก้ไขกันอยู่ โดยส่วนหนึ่งจะมาจากการร่างรัฐธรรมนูญว่าจะมีกฎกติกาอย่างไร เหมือนการเล่นฟุตบอลก็มีส่วนประกอบหลายอย่างทั้งกติกา ผู้เล่น สนาม หากเป็นส่วนประกอบที่สมบูรณ์แล้ว ถือได้ว่าเป็นส่วนทำให้งานการเมืองเป็นไปได้อย่างดี อย่างคนดูก็เป็นส่วนหนึ่ง ถ้าเป็นผู้ชมที่ดีแล้วยอมรับว่าเมื่อเกมของเราไม่ดี เกมของเราพลาด ถูกเขายิงประตู เราก็ต้องยอมรับและหาทางปรับปรุง ถ้าผู้เล่นคนไหนไม่ดีก็ต้องเปลี่ยน อย่างอังกฤษเขาเรียกเบ๊กแฮมกลับมา เพราะเป็นส่วนหนึ่ง และเชื่อว่าต้องมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาแน่ อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ถ้าคลื่นลูกใหม่ๆ คิดว่าในระดับอายุ 40 ต้นๆก็เป็นคลื่นลูกใหม่แล้ว
พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า อยากฝากไว้ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ถือว่าเป็นหลักสำคัญคือ คำสอนที่ให้เรารู้จักทุกข์ ให้รู้ว่าเหตุที่มาของทุกข์เป็นอะไร สิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์เป็นอะไร ทางที่จะไปสู่ความดับทุกข์จะเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ตนคิดว่าในฐานะพุทธศาสนิกชน น่าจะได้ศึกษา ท่านต้องรู้วิธีบริหารจัดการกับความทุกข์ เรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วก็ปฏิบัติ
เมื่อถามว่าหลังจากพ้นตำแหน่งไปแล้วได้วางแผนชีวิตอย่างไรจะบวชอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ตนอยากใช้ชีวิตแบบธรรมดามากกว่า อายุมากแล้ว ได้อ่านในพระไตรปิฏก พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ท่านไม่อยากให้คนแก่ไปบวช เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก คือสังขารร่างกายไม่อำนวย ท่านอยากให้คนที่มีอายุน้อยๆได้บวชได้ศึกษาและปฏิบัติ แล้วนำไปสั่งสอนคนอื่น คิดว่าตัวเองแก่พอสมควรแล้ว เมื่อถามว่าแต่เขาก็เอาคนแก่มาเป็นนายกฯเหมือนกัน พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่อาจมองว่า ผมมีความเหมาะสม มีความพอดีในขณะนี้
ยอมรับสนธิมาหารือแล้ว
ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ เดินทางมายังสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 เพื่ออัดรายการคิดนอกทำเนียบ ดำเนินรายการโดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งได้ถามกรณีพล.อ.สนธิ ระบุเตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยกับพล.อ.สนธิ โดยถามตนว่าจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ตนก็บอกไปว่าเป็นเรื่องความคิดเห็น เพราะยังไม่ได้ดำเนินการในรายละเอียด นอกจากนี้พล.อ.สนธิยังถามว่าจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ที่พูดออกไป ซึ่งตนก็บอกไปว่าไม่มีผลกระทบ เพราะขณะนี้เรายังไม่ได้ดำเนินการ เป็นความคิดของท่านคนเดียว
ผู้ดำเนินรายการถามว่าแสดงว่ารัฐบาลจะไม่เป็นผู้ริเริ่มกฎหมายนิรโทษกรรมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ติดตามคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ อยากให้เราศึกษาทำความเข้าใจคำวินิจฉัย เพื่อให้ตกผลึกว่าอะไรเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นและผลเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ทบทวน เพื่อถือเป็นบทเรียนที่ต้องศึกษาและหาทางว่าเราจะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไร หน้าที่ของรัฐบาลขณะนี้คือเราต้องรับฟัง แม้ตนจะถูกต่อว่าว่าไม่ได้ริเริ่มอะไร ทั้งที่ความจริงแล้วตนฟังทุกฝ่ายเพื่อสังเคราะห์และหาทางออกที่ดี เมื่อถามว่าเห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า มีอยู่ประเด็นเดียวที่ยังก้ำกึ่งอยู่คือ 111 คนนี้ ทำผิดทั้งหมดหรือไม่
ปัดรัฐบาลยังไม่ทำตอนนี้
เมื่อถามว่าพล.อ.สนธิ ระบุบ้านเมืองต้องการความสมานฉันท์ และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า ต้องถามว่าจะมีวิธีแยกแยะได้อย่างไรว่าใครผิดใครไม่ผิด ก่อนที่จะออกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งถือเป็นสิทธิของสนช. ดังนั้นต้องให้สนช.หรือสมาชิก สนช.จำนวนหนึ่ง เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมมาให้รัฐบาลเพื่อรับมาศึกษาว่าในหลักการถูกต้องเหมาะสมอย่างไร และหากมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมก็จะเสนอร่างของรัฐบาลควบคู่ไปด้วย ขณะนี้จึงยังเป็นเพียงการพูดกันไปเท่านั้นเอง
ถ้าถามรัฐบาล ผมจะยังไม่ทำในขณะนี้ จะรอดูก่อนเพราะมีข่าวว่าสนช.บางส่วนพูดกันแล้ว ซึ่งผมพูดกับนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกฯว่าเราควรหาข้อมูลมาประกอบ ศึกษาข้อมูลว่ารัฐบาลต้องเตรียมอะไรบ้าง เพราะเมื่อสนช.เสนอร่างเข้ามา รัฐบาลต้องมีจุดยืนของตัวเอง และเราต้องศึกษาคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญให้ละเอียด เพราะคำวินิจฉัยจะระบุชัดเจนและถือเป็นบทเรียนทั้งด้านการเมือง กฎหมาย และอย่างผมถือว่าเป็นชาวบ้านไม่ได้เป็นนักกฎหมาย ไม่ได้เป็นนักการเมือง ต้องติดตามและดูว่าอะไรเป็นประเด็นสำคัญ เช่น 111 คนเกี่ยวข้องทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งแต่ละคนมีวิจารณญาณของแต่ละคนที่แตกต่างกัน พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว
หนุนจาตุรนต์เผยแพร่คำวินิจฉัย
เมื่อถามว่าหากคมช.มาขอให้นายกฯออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะพิจารณาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนต้องดูว่ามีพื้นฐานอย่างไร มีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ ตนตัดสินใจทำอะไรก็ต้องมีเหตุผล ไม่ทำตามที่คนบอกทุกคน แม้แต่ภรรยาบอก ตนก็ไม่ได้ทำทุกครั้ง เมื่อถามว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จะไม่น้อมรับการนิรโทษกรรม แต่จะส่งคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญไปให้นักกฎหมายทั่วประเทศและทั่วโลกวิจารณ์ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า การที่นายจาตุรนต์ จะพิมพ์คำวินิจฉัยของตุลาการฯเผยแพร่เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งจะตรงกับสิ่งที่ตนคิดว่าทำอย่างไรให้คนศึกษาให้มากที่สุด ไม่เฉพาะฝ่ายกฎหมาย เพื่อจะได้รู้ว่าก่อนมีคำวินิจฉัยมีที่มาที่ไปอย่างไร
ต่อข้อถามว่ามั่นใจคำวินิจฉัยของตุลาการฯใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้จะฟังเพียง 6 ชั่วโมง แต่มั่นใจในสิ่งที่ตั้งใจฟัง ซึ่งเห็นชัดเจนว่าคำวินิจฉัยของตุลาการฯชัดมากในทุกประเด็น ถ้าเรานำมาศึกษาในรายละเอียดก็จะรู้ชัดเจนมากขึ้นและคิดว่าการดำเนินการของนายจาตุรนต์ ที่จะส่งคำวินิจฉัยไปทั่วโลก จะไม่ส่งผลกระทบกลับมา
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่พรรคไทยรักไทยระบุคมช.ยัดข้อหาล้มล้างประชาธิปไตยทั้งที่ทำรัฐประหารมา พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว่า คดียุบพรรคเกิดก่อนมีการยึดอำนาจ แต่เมื่อมีการยึดอำนาจแล้วจึงตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญมาพิจารณาต่อเนื่อง ไม่ใช่การตั้งธงว่าจะยุบพรรคไทยรักไทย แต่เราต้องดูว่าการทำงานทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถ้าบอกว่าทำได้ทุกอย่าง ตนคิดว่าไม่ถูกต้อง หากไม่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสสุจริต คงไม่ใช่ระบบการเมืองที่คนไทยจะยอมรับได้
ให้ครม.ตัดสินใจเลิกประกาศคปค.
เมื่อถามถึงการประกาศยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 และ27 นายกฯ กล่าวว่า ในวันที่ 3 มิ.ย. ตนจะได้รับข้อมูลด้านกฎหมายที่จะทำให้ตัดสินใจได้ว่าจะยกเลิกเมื่อไหร่ ต้องพิจารณาว่าจะยกเลิกทั้งหมดหรือจะยกเลิกเฉพาะบางส่วน ตนต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจ แต่ในหลักการตนเห็นด้วยที่จะให้พรรคทำงานทางการเมือง เพราะจะทำให้การเตรียมการในทุกด้านมีความพร้อมมากขึ้น ขณะนี้ภาพทางการเมืองต่อไปก็ชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป ถ้าดูข้อกฎหมายแล้วไม่มีปัญหาก็ยกเลิกได้เลย และไม่ต้องถามคมช.อีกแล้ว เพราะอำนาจอยู่ที่ ครม. ไม่ได้อยู่ที่ตน
ต่อข้อถามว่าพรรคไทยรักไทยเตรียมถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษหลังจากถูกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี ถือเป็นเรื่องที่บังควรหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่าถือเป็นดุลพินิจของแต่ละคน แต่คดีเช่นนี้ก็มีตัวอย่าง คือกรณีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และการที่บอกว่าเหมือนถูกลงโทษประหารชีวิตนั้น คิดว่ามันแรงเกินไป เพราะเรื่องนี้เป็นการลงโทษที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางการเมือง จะมาเทียบกันไม่ได้ เวลา 5 ปีก็ไม่ได้นานและไม่ถึงกับติดคุกทางการเมือง เป็นเพียงถูกจำกัดสิทธิ ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเปิดเผย แต่มีโอกาสพบปะพูดคุยกันคนอื่นได้ และกฎหมายการเมืองก็ไม่ได้ห้ามมีนอมินี ไม่ถึงกับคอขาดบาดตาย ยังดีกว่าตอนที่ตนจบออกมาเป็น ร้อยตรี กองทัพบกมีคำสั่งไม่ให้ตนไปราชการชายแดน ตนรู้สึกว่าอนาคตทางทหารเกือบไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกัน ซึ่งทั้ง 111 คนของไทยรักไทย เข้าใจว่ามีความทุกข์ ก็ควรจัดการกับความทุกข์นั้นได้
มั่นใจไม่เกิดกรณีปล่อยเสือเข้าป่า
เมื่อถามถึงหลายฝ่ายห่วงว่าอาจมีการคว่ำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ นายกฯ กล่าวว่า อยู่ที่การทำความเข้าใจกับประชาชน หากร่างรัฐธรรมนูญมีการแปรญัตติไปถึงร่างที่ 2 โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาอย่างดีแล้วและมีการแก้ไขจุดบกพร่องจนเป็นที่ยอมรับ เมื่อคนส่วนใหญ่เข้าใจ คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านไปได้ ส่วนที่มองภาพนักการเมืองในทางลบนั้น ก็ว่าไม่ถูกนักเพราะเป็นเรื่องของบุคคล ต้องแยกแยะได้ว่าใครทำไม่ดี
เมื่อถามว่าถ้าไม่จัดการกับนักการเมืองก็อาจเกิดปัญหา เหมือนปล่อยเสือออกจากป่าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเรามีวิธีการทำให้เกิดความสมดุลใน 3 อำนาจ ต้องเขียนให้ดีแล้วไปออกกฎหมายลูก ทำให้การเลือกตั้งบริสิทธิ์ยุติธรรม ซึ่งไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พูดกับตนว่า มีเครื่องมือใหม่ที่ลงคะแนนโดยไม่ต้องไปกากบาทแล้ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้การทุจริตการนับคะแนน การส่งหีบบัตรหมดไป โดยนำเทคโนโลยีมาช่วย
เมื่อถามว่าในฐานะประชาชนคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีมาตราอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของครม.พิจารณาแล้วเห็นว่าในเรื่องของแนวนโยบายที่เขียนละเอียดเกินไปน่าจะปรับแก้ และไม่ควรเขียนอะไรที่จะไปจำกัดแนวคิดในการทำงานของฝ่ายบริหารมากเกินไป แม้กระทั่งเรื่องการบรรจุหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลงไปในรัฐธรรมนูญ ตนเห็นว่าไม่ควรเพราะเรื่องนี้เป็นปรัชญา คนที่ต้องการนำไปปฏิบัติไม่ควรไปบังคับ น่าจะเป็นเรื่องของความเข้าใจแล้วนำไปปฏิบัติมากกว่า ต่อข้อถามถึงการบรรจุการตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีลงในรัฐธรรมนูญ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า คิดว่าในรัฐธรรมนูญไม่ควรมีอะไรเข้าไปมากนัก ควรมีกฎหมายลูกมารองรับ เพราะถ้ามีอะไรแล้วเขียนลงในรัฐธรรมนูญ ผลสุดท้ายเราจะทำความเข้าใจยาก
ลั่นไม่เกี่ยวหากรุ่นน้องสืบทอดอำนาจ
เมื่อถามว่าเวลาที่เหลือจะมีการปรับครม.อีกหรือไม่พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่มีการปรับ จี้คนที่อยู่ดีกว่า ตนเข้ามาทำงานในยามที่ประเทศชาติมีปัญหา แต่เต็มใจจะรับภาระตรงนี้เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาตรงนี้ไป ยอมรับว่าทำงานกับต่างประเทศยากที่สุด ตนถึงบอกว่างานของกระทรวงการต่างประเทศวันนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จ รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเหนื่อยมาก ต่างประเทศก็ไม่อยากพูดด้วย ดังนั้น เราต้องรีบไปสู่การเลือกตั้งมีรัฐบาลที่มาตามครรลองตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อประเทศเดินหน้าต่อไปได้
เมื่อถามว่านายกฯอยากให้การเลือกตั้งเร็วขึ้นกว่ากำหนดใช่หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้อยาก เพียงแต่เสนอว่าถ้าเราดำเนินกรรมวิธีต่างๆสั้นลง ก็น่าขยับวันเลือกตั้งเข้ามาได้ ซึ่งยังไม่ได้หารือกัน เป็นเพียงแนวความคิดเท่านั้น ถ้าทำได้ก็ดี แต่ถ้าฐานรากไม่พร้อมอย่าไปทำ ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญไปได้ ไม่เละเทะ
เมื่อถามว่าเข้ามาเป็นนายกฯได้ขออนุญาตภรรยาและลูกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้ขอ เพราะภรรยาไม่อยู่บ้าน แต่มีข้อสัญญากันว่าภรรยาของตนจะไม่พูดเรื่องการเมือง จะคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน จะไม่ทำความหนักใจให้ตน แต่ในใจภรรยาไม่ชอบและไม่ได้บอกให้ตนเลิก
เมื่อถามว่ามีการมองว่าท่านเริ่มเหมือนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ไม่ค่อยรับฟังใคร นายกฯ กล่าวว่า ไม่เหมือนกัน คนละแบบ ตนรับฟังคำวิจารณ์ ทั้งนี้หลังออกจากตำแหน่ง ตนจะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง เพราะไม่คิดจะมาทำงานการเมือง ส่วนรุ่นน้องๆ จะทำงานการเมืองก็เป็นเรื่องของเขา จะสืบทอดอำนาจหรือไม่ก็เป็นเรื่องเขา เพราะแต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน เขาเลือกทางเดินของเขาเอง ถ้าสืบทอดอำนาจการเมืองด้วยวิธีทางการเลือกตั้งก็ทำได้ แต่หากสืบทอดอำนาจการเมืองด้วยวิธีอื่น คิดว่าผลกระทบจะถึงคนที่ทำเอง ถ้าทำกรรมดีก็ได้ผลดี ถ้าทำกรรมชั่วก็ได้รับผลชั่ว
ไม่ขวางศาลสั่งแม้วกลับไทย
เมื่อถามถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่าเมื่อสั่งฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องกลับมาขึ้นศาล ถ้าใครขวางก็ถือว่าละเมิดอำนาจศาล พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ในอำนาจศาลอยู่แล้ว ที่ต้องมาปรากฏตัวต่อศาล รัฐบาลก็คงไปขัดขวางไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามอำนาจศาล
เมื่อถามว่าจะทำให้รัฐบาลทำงานยากขึ้นหรือไม่ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา นายกฯ กล่าวว่าไม่ยาก คิดว่าเราสามารถบอกได้ว่า เรายืนอยู่บนกระบวนการนิติธรรม กระบวนการของกฎหมาย ซึ่งคงมีประชาชนมาให้การต้อนรับ แต่เราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าไปสร้างสถานการณ์อะไรขึ้นมา อย่างเรื่องของกฎแห่งกรรม ถ้าท่านกระทำความดี ผลกรรมก็จะตอบแทนท่าน แต่ถ้าทำกรรมไม่ดี ผลกรรมจะถึงท่านเช่นกัน นี่คือวิถีชีวิตของเราที่จะต้องวนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราไม่ทำให้เลยจุดออกไปจนทำให้เกิดความวุ่นวาย บ้านเมืองเราก็อยู่ในความสงบ ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว บ้านเมืองต่อจากนี้ไปก็ทำมาหากิน เศรษฐกิจหลังจากมีคำวินิจฉัยเรื่องยุบพรรคก็ดีขึ้น เพราะสิ่งที่เราห่วงคือเรื่องปากท้อง และเศรษฐกิจ ถ้าพอไปได้ก็ชัดเจน นักลงทุนก็มาลงทุน แต่ถ้าไปทุบให้ทุกอย่างทรุดลงไปอีกแล้วจะไปโทษใคร
บิ๊กบังเผยมีคนขอให้นิรโทษกรรม
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธานคมช. ให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของแนวความคิดให้มีการนิรโทษกรรมคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนว่า เรื่องการนิรโทษกรรม มีที่มาที่ไปจากการที่มีคนเสนอแนวคิดนี้มายังตน โดยเขาเสนอว่าหากมีการนิรโทษกรรม จะช่วยสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น คือ ในกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คน มีบางส่วนที่ไม่มีส่วนร่วมรู้เห็น และมีเจตนารมณ์มีความมุ่งมั่นที่ดีต่อชาติบ้านเมือง ดังนั้น เมื่อมีคนเสนอแนวคิดนี้มายังตน ตนก็เห็นด้วยและพอดีที่ออกรายการกรองสถานการณ์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอดิศักดิ์ ศรีสม ผู้ดำเนินรายการ ถามตนในเรื่องนี้ ตนก็บอกว่าเห็นด้วย เพราะจะช่วยสร้างความสมานฉันท์ แต่การดำเนินการเรื่องนี้คมช.จะไม่เกี่ยวข้องด้วย เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้หารือแนวคิดดังกล่าวกับพล.อ.สุรยุทธ์ และสนช.แล้วหรือไม่ ประธานคมช.กล่าวว่า ได้คุยกัน เรื่องการสร้างความสมานฉันท์ ซึ่งถือเป็นนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว และยืนยันว่าเราจะยังเดินไปสู่จุดนั้น เพราะเรามองว่าการสร้างความสมานฉันท์เป็นสิ่งสำคัญที่จะพาประเทศให้รอดไปได้ เมื่อถามว่าหากให้มีการนิรโทษกรรมทั้ง 111 คน คำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ และการดำเนินการต่างๆที่ผ่านมาจะถือว่าสูญเปล่าไปหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ในแง่ของความมั่นคง แม้จะไม่มีการดำเนินการในแง่ของกฎหมาย แต่เราก็มีวิธีแก้ มั่นใจว่าเราจะดูแลผลกระทบต่างๆได้
ไม่ขัดข้องเลิกกฎเหล็กพรรคการเมือง
ผมเชื่อว่าการดำเนินการในแนวคิดของการนิรโทษกรรมนี้ จะไม่มีปัญหา และจะเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะความสมานฉันท์ ประธานคมช.กล่าว
เมื่อถามว่าวิธีการด้านความมั่นคงที่จะนำมาใช้ดูแลมีลักษณะอย่างไร พล.อ.สนธิกล่าวว่า มีวิธีก็แล้วกัน
แต่ไม่สามารถบอกได้ คิดว่าเราจะแก้ได้ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าหากทั้ง 111 คนได้รับอิสรภาพ และมีศักยภาพ คนเหล่านี้จะกลับมาล้างแค้นและสร้างปัญหาเพราะถูกกระทำไว้มาก ประธานคมช.กล่าวว่า เรื่องนี้เขาต้องดูตัวเขาเองว่าเขาถูกหรือผิด เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินและมีการตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ว่าให้ใครไปตัดสิน มันเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินการในเรื่องนี้
พล.อ.สนธิ กล่าวถึงความคืบหน้าในการหารือกับฝ่ายกฎหมายของคมช.เพื่อเตรียมยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล เมื่อถามว่าจะดำเนินการได้เร็วกว่า 2 สัปดาห์ตามที่เคยระบุไว้หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า เรื่องนี้เราได้หารือกันกับรัฐบาลแล้ว เป็นเรื่องที่นายกฯจะตัดสินใจ ซึ่งตนบอกไปว่าไม่ขัดข้องในเรื่องนี้
คมช.ชี้สนธิอยากเห็นการให้อภัย
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคมช. กล่าวถึงการยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ว่า พล.อ.สนธิ มีแนวคิดยกเลิกแน่นอน แต่การดำเนินการเป็นเรื่องของรัฐบาลและสนช. เพราะต้องออกเป็นพ.ร.บ.ยกเลิก เนื่องจากประกาศคปค.เป็นกฎหมาย และเชื่อว่าจะใช้เวลาดำเนินการไม่นาน เพราะเราต้องการเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้เสนอแนวความคิดต่อประชาชน ส่วนแนวคิดของประธานคมช.ที่ต้องการให้มีการนิรโทษกรรมคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนนั้น ก็เพื่อสร้างความสมานฉันท์ เพราะขณะนี้บ้านเมืองมีความแตกแยกของฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกัน ดังนั้น การให้อภัยซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่คงต้องหารือกับรัฐบาลและสนช.อีกครั้ง เพราะถือว่ามีอำนาจโดยตรง ซึ่งคมช.จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เราทำหน้าที่ดูแลแค่ความมั่นคงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถดำเนินการได้ในระยะกระชั้นนี้ คงต้องอาศัยเวลา โดยเฉพาะการประเมินสถานการณ์ต่างๆ
แนวคิดนิรโทษกรรม ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี ที่คนไทยต้องรู้จักการให้อภัยต่อกันและอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวาย เพราะตอนนี้มันก็แตกแยกกันเป็นฝักฝ่าย ประธานคมช.จึงไม่อยากให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป โฆษกคมช.กล่าว
ไม่หวั่นถูกเช็กบิลย้อนหลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะบริหารความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นอีกอย่างไร เพราะอาจมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมออกมาเคลื่อนไหว พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า เรื่องนี้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายอยากเห็นความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่เกิดจากการให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะสิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสงบเรียบร้อย แม้หลังจากนี้นักการเมืองทั้ง 111 คนจะได้กลับสู่วงการเมืองอีกครั้ง มีสิทธิเสนอนโยบายต่อประชาชน แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประชาชนว่าจะตัดสินใจอย่างไร
เมื่อถามว่ากลัวทั้ง 111 คน จะผูกใจเจ็บแล้วกลับมาแก้แค้นอีกครั้งหรือไม่ โฆษกคมช.กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า การตัดสินคดีของตุลาการฯนั้น ได้พิจารณาชัดเจนจากเหตุปัจจัยหลายอย่าง และเท่าที่ดูคนไทยรักไทยก็ยอมรับในเหตุปัจจัยเหล่านั้น คิดว่าคนเหล่านี้คงไม่คิดผูกใจเจ็บ เพราะรู้กันดี ใครผิดใครถูกอย่างไร เมื่อถามว่าสรุปแล้วคือคมช.กลัวจะเกิดการลุกฮือ จึงยอมถอยเปิดให้มีการนิรโทษกรรมใช่หรือไม่ โฆษกคมช.กล่าวว่า ไม่ใช่ คมช.ไม่เคยกลัวในเรื่องอะไรทั้งสิ้น แต่เราคิดว่าจะทำกันอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย
รายงานข่าวจากคมช.แจ้งว่า ในการออกพ.ร.บ.นิร โทษกรรมนั้น พล.อ.สนธิ เตรียมดำเนินการใน 2 แนวทางคือ1.ให้สนช.สายทหารเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าว และ 2.จะยกเลิกประกาศคปค. ฉบับที่ 27 ซึ่งกำหนดโทษเว้นวรรค 5 ปีสำหรับกรรมการบริหารพรรคที่ถูกสั่งยุบพรรค เพราะหากยกเลิกจะทำให้ไม่ต้องออกกฏหมายนิรโทษกรรมและไม่มีผลบังคับให้กรรมการบริหารพรรคค้องเว้นวรรคตามคำสั่งตุลาการรัฐธรรมนูญ
อ๋อยเมินนิรโทษกรรมอ้างไม่ได้ทำผิด
เมื่อเวลา 11.05 น.ที่อาคารนวสร นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำกลุ่มไทยรักไทย แถลงถึงกรณีประธานคมช.ระบุจะออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้กับอดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรคว่า การที่คมช.จะพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมนั้นเป็นความคิดที่ดี แต่ไม่เห็นด้วยเพราะหากตนยอมรับก็เท่ากับยอมรับว่ากระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริงและไม่เคยขอร้องขอให้ดำเนินการ ซึ่งทางที่ดีที่สุด คือการออกพ.ร.บ.แก้ประกาศคปค. ฉบับที่ 15 และ 27 โดยระบุให้คงเนื้อหาการเพิกถอนสิทธิ์ไว้แต่เพิ่มเติมว่าไม่มีผลย้อนหลัง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากประธาน คมช. เพื่อพูดคุยแต่อย่างใด
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า จากคำตัดสินยุบพรรคทำให้พวกตนเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศ มีสิทธิ์ใกล้เคียงกับคนต่างด้าวโดยมีเสรีภาพในทุกด้าน ยกเว้นสิทธิ์ในการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่สามารถยอมรับได้ว่ามีส่วนล้มล้างประชาธิปไตย ทั้งที่พยายามประคับประคองสถานการณ์ในพรรคมาตลอด แต่กลับถูกตัดสิทธิ์โดยผู้ที่ยึดอำนาจ ซึ่งยอมรับว่าพรรคถูกยุบ ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ จึงขอให้ทุกฝ่ายใช้สติ ต่อสู้ด้วยระบบรัฐสภา
เตรียมเผยแพร่คำวินิจฉัยฟ้องชาวโลก
แกนนำกลุ่มไทยรักไทย กล่าวว่า การที่กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนถูกตัดสิทธิ์ด้วยนั้นเกิดจากความอยุติธรรม เกิดจากผู้ยึดอำนาจตั้งธงไว้ล่วงหน้าว่าจะทำลายล้างพรรคที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นการกระทำที่ขัดกับหลักนิติรัฐและนิติธรรม สิ่งที่กลุ่มจะดำเนินการต่อไปคือเรียกร้องให้มีการศึกษาคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ทั้งคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีตามกฎหมายบ้านเมือง
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ทางกลุ่มจะรวบรวมคำวินิจฉัยให้เป็นรูปเล่มเพื่อส่งต่อให้กับคณะนิติศาสตร์ของแต่ละมหาวิทยาลัยในและต่างประเทศ รวมถึงฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อส่งให้กับศาลสูงของประเทศที่พัฒนาแล้ว ตลอดจนองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญทั่วโลก ได้รับทราบและเกิดการศึกษาอย่างจริงจัง เพราะเห็นว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังเป็นสังคมที่มีปัญหา จำเป็นต้องเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้ตรงกันในเรื่องของหลักความเป็นนิติรัฐ หลักกฎหมายทั่วไป ความหมายของสิทธิเสรีภาพของประชาชน ความสำคัญของพรรคการเมือง เหตุผลความจำเป็นในการยุบพรรค รวมถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังมีการยุบพรรค
แฉมท.สั่งเกณฑ์กำนัน-ผญบ.ภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าของการยื่นฎีกาเพื่อขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยนั้น นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคลของสมาชิกกลุ่ม ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ส่วนตัวไม่คิดจะแก้ปัญหาด้วยการถวายฎีกาหรือการยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของตุลาการฯ เพราะเห็นว่าคงยากที่จะเป็นไปได้ แต่ที่พูดกับผู้มาให้กำลังใจในวันตัดสินนั้นเพื่อให้คลายความกังวลใจเท่านั้น ทั้งนี้ ในวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 11.00 น. จะแถลงถึงมติของกลุ่มไทยรักไทย และสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ทีมกฎหมายกลุ่มไทยรักไทย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากอดีตส.ส.ทางภาคเหนือของพรรคไทยรักไทยในหลายจังหวัดว่า นายอำเภอในหลายพื้นที่ได้สั่งการให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จัดชาวบ้านไปชุมนุมที่สวนตุง จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 2 มิ.ย. เวลา 17.00 น. เพื่อสนับสนุนคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ ทำให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านหลายคนอึดอัด และหลายคนจำใจต้องเกณฑ์ชาวบ้านไปร่วมชุมนุม
มาร์คงงจาตุรนต์ไม่สนนิรโทษกรรม
เวลา 15.00 น. ที่โรงเรียนร่วมฤดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคมช.เห็นด้วยกับกลุ่มมัชฌิมาที่จะให้ออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยว่า เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะพิจารณา แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและสันติวิธีและเป็นประชาธิปไตย ก็สามารถทำได้ อะไรที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนตัวไม่ขอแสดงความเห็น เพราะมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ หากจะมีการเสนอ คงต้องทำข้อเสนอที่ชัดเจน เมื่อถามว่าจะให้สนช.ชุดนี้พิจารณาหรือรอรัฐบาลหน้าดำเนินการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องรอข้อเสนอที่ชัดเจนก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้มีการเสนอแก้ประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 หรือจะยกเลิก แต่จะต้องเร่งยกเลิกฉบับที่ 15 เพื่อให้มีการจดทะเบียนพรรคใหม่ แต่ต้องเปิดโอกาสให้สนช.พิจารณาก่อน
เมื่อถามว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง ระบุไม่ขอรับนิรโทษกรรมเพราะไม่ได้ทำผิด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร จะไม่ยอมรับสิ่งที่มีการตัดสินไปแล้วใช่หรือไม่ ตนไม่ทราบความหมายของนายจาตุรนต์ว่าไม่รับคำตัดสินหรือไม่รับการนิรโทษกรรม เพราะเมื่อเป็นคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยหรือเป็นกฎหมายก็ต้องบังคับใช้ทุกคนเสมอกัน
หนุนเผยแพร่คำวินิจฉัยทั่วโลก
เมื่อถามว่านายจาตุรนต์ ยืนยันจะไม่อุทธรณ์แต่จะส่งคำวินิจฉัยให้ศาลทั่วโลกพิจารณา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในใจคิดว่าน่าจะมีการเผยแพร่ แต่ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยควรมีการเผยแพร่จะได้ทราบสาเหตุที่มาที่ไป เพราะเท่าที่ตนติดตามสื่อต่างประเทศซึ่งบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน คิดว่าคดียุบพรรคมาจากการปฏิวัติแต่ความจริงมันไม่ใช่ และบางคนยังเข้าใจว่าคณะปฏิวัติเป็นคนแต่งตั้งผู้พิพากษาหรือคดีนี้ไม่ได้ร้องขอให้ยุบพรรคแต่เป็นเรื่องการทำความผิดของคนเพียง 2 คนแต่ตัดสินกันจนเกินเหตุ หากแปลแล้วลำดับให้ถูกต้องจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะเสนอคำวินิจฉัยเพื่อคนอื่นรวมทั้งต่างชาติจะได้เข้าใจ
เมื่อถามว่าความหมายของนายจาตุรนต์คือไม่ยอมรับคำตัดสินของตุลาการฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คำตัดสินมาจากผู้มีอำนาจทำให้ต่างชาติมองไทยในแง่ลบ ขึ้นอยู่กับการเผยแพร่นี้ ถ้าแปลให้ถูกก็จะเป็นผลดี และควรลำดับให้เห็นเหตุการณ์ด้วยว่าอะไรเป็นอะไรจะได้เห็นปัญหา เพราะความจริงก็คือความจริงแต่ต้องนำเสนอให้เที่ยงตรงกับข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่านายกฯระบุ 2 สัปดาห์นี้จะเสนอยกเลิกประกาศคปค. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีกรอบเวลาที่ชัดเจนก็ดีเพราะมี 2 ส่วนคือเรื่องการจดทะเบียนพรรคใหม่ซึ่งคิดว่าน่าจะเร่งเสนอไปและต้องดำเนินการโดยสนช. ดังนั้น รัฐบาลต้องเร็วพอสมควรเพราะถึงสนช.แล้วต้องมีขั้นตอนอื่นอีก ส่วนฉบับที่ 17 เรื่องห้ามพรรคการเมืองจัดกิจกรรมทางการเมืองนั้น มติครม.ก็แก้ไขได้ ส่วนการขอนิรโทษกรรมเป็นเรื่องของสนช.จะต้องพิจารณา เมื่อถามว่าคิดว่าจะทำให้การเลือกตั้งเร็วขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คิดว่ากรอบที่กำหนดไว้นั้นเหมาะสม แต่ถึงอย่างไรต้องเปิดโอกาสให้จดทะเบียนพรรคการเมือง ให้มีการแข่งขันทางการเมือง มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ถ้ามีครบแล้วประชาชนเห็นทางเลือก มีโอกาสรับรู้ข้อมูล การเลือกตั้งเร็วก็ดี
สนช.จวกประธานคมช.เลอะเทอะ
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช. จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนว่า เป็นเรื่องที่เลอะเทอะมาก ต้องถามว่าคมช.ต้องการอะไร ถ้าไม่ต้องการลงโทษผู้ที่กระทำความผิด แล้วจะออกประกาศคปค.ฉบับที่ 27 ทำไม เรื่องของประเทศชาติจะมาสนุกไม่ได้ เพราะเราต้องสูญเสียต้นทุนของชาติมากมายเพื่อไต่สวนนักการเมืองที่กระทำความผิด มีการตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญมาทำหน้าที่ ต้องเขียนคำวินิจฉัย จนพบว่ามีกรรมการบริหารพรรคไปทำความผิดร้ายแรง ตัดต่อพันธุกรรมข้อมูลในกกต. ถือว่าร้ายแรงยิ่งกว่าคดีวอเตอร์เกต ที่ประธานาธิบดีนิกสันของสหรัฐไปดักฟังข้อมูลของพรรคฝ่ายตรงข้าม เขายังต้องลาออกจากตำแหน่ง หรือนักการเมืองญี่ปุ่นแม้ศาลยังไม่ตัดสินกลับฆ่าตัวตายไปก่อน แต่เมืองไทยพบความผิดชัดเจนแต่จะยกโทษให้เฉยๆ โดยที่คนเหล่านี้ไม่เคยออกมาสารภาพผิดกับประชาชน และสิ่งที่ตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ คมช.ทุกประการ ถ้ายกเลิกกันง่ายๆ อย่างนี้แสดงว่าไม่รับผิดชอบ และคมช.ต้องตอบให้ได้ว่าตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญมาไต่สวนทำไม
ส่วนตัวผมจะไม่ร่วมมือ หรือสนับสนุนในการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมอย่างเด็ดขาด และไม่เชื่อว่าจะมีสนช.คนไหนเสนอกฎหมายแบบนี้ ที่ผ่านมาตอนที่รัฐบาลยกเลิกประกาศห้ามชุมนุมเกิน 5 คน สนช.ก็เคยเสนอให้แก้ไขประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 แล้วแต่ปรากฏว่า คมช.ยังยืนยันในเจตนารมณ์เดิม แต่วันนี้กลับจะเปลี่ยนใจ คมช.ไม่ควรทำอะไรเหมือนเด็กๆ ไม่ควรเอาประโยชน์ของประเทศชาติมาเป็นของเล่น ทำเหมือนเด็กเล่นขายของ นายสมบัติ กล่าว
ครูหยุยยันไม่เสนอออกพ.ร.บ.
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า การนิรโทษกรรมมี 2 ทางคือ การลงชื่อถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะสามารถออกได้หรือไม่ เพราะคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดผูกพันทุกองค์กร แต่หากออกได้ก็มี 2 ทาง คือ การออกโดยรัฐบาล และสนช. หากให้สนช.เสนอออกกฎหมายดังกล่าวจะใช้เวลานาน คาดว่าจะไม่สามารถประกาศใช้ได้ทันก่อนการเลือกตั้ง แต่หากให้รัฐบาลออกเองก็จะทันการเลือกตั้ง โดยรัฐบาลออกกฎหมายภายใน 1 เดือนจากนั้นส่งให้สนช.พิจารณา สนช.ก็รับหลักการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาจะใช้เวลาพิจารณา 2 เดือน ก็จะเสร็จประมาณเดือนส.ค. แล้วเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสนช.อีกครั้งคาดว่าเดือนก.ย. จะเสร็จเรียบร้อยประกาศใช้ได้ทันการเลือกตั้ง
นายวัลลภ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวหากจะให้ตนเป็นผู้เสนอ ตนก็คงไม่เสนอ เพราะตนเคารพคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ตนจะไม่ไปร่วมเสนอกฎหมายดังกล่าว ถ้ามีสนช.เสนอ ตนก็ไม่ขวาง แต่ไม่แน่ใจว่าจะเสนอได้หรือไม่ เพราะคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุด เราต้องเคารพและหากมีการทำเช่นนี้ต่อไปก็จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับคดีอื่นๆ หากตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วมีบางกลุ่มเคลื่อนไหวให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมอีก
สมัชชาภาคอีสานจี้ปลดยศแม้ว-แอ๊ด
ที่จ.ร้อยเอ็ด นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ประธานเครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคอีสาน แถลงว่า เครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคอีสาน มีมติคัดค้านแนวคิดของประธานคมช. ที่จะนิรโทษกรรมให้ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในคดียุบพรรคไทยรักไทย เพราะไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ได้วางแนวทางยกระดับมาตรฐานทางการเมืองไทยขึ้นมาใหม่ เพราะพรรคที่ถูกยุบได้กระทำการอันขัดต่อความมั่นคงของชาติ กระทำการบ่อนทำลายประชาธิปไตย หากไม่ตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเหล่านี้ มาตรการทางกฎหมายก็ไร้ผลในทางปฏิบัติ
จึงขอฝากถึงรัฐบาลและคมช.ว่าไม่ควรที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะภายหลังวันตัดสินคดียุบพรรคการเมือง การเมืองไทยมีความชัดเจนขึ้น ตลาดหุ้นก็ตอบรับในทางดีขึ้น ดังนั้น ควรไปสนใจการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีกว่า นายไชยวัฒน์กล่าว
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า ขอเสนอเพิ่มเติมว่าให้ถอดยศของนักการเมืองที่เกี่ยวโยงกับคดียุบพรรคเหล่านี้ด้วย อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือเสธ.ไอซ์ และขอให้ถอดนายวิษณุ เครืองาม, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และนายพินิจ จารุสมบัติ พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย
มหาชนเดินเกมทาบศุภชัยนั่งหัวหน้า
ที่บ้านพักสนามบินน้ำ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน แถลงกรณีตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนว่า ในฐานะที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง รู้สึกเห็นใจ แต่กรณีที่จะขอนิรโทษกรรมนั้น เห็นว่าตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินมาก็ควรเคารพในคำสั่งศาล ส่วนใครจะเสนอนิรโทษกรรมก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ เพราะคงต้องพิจารณาดูความเหมาะสมเอาเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยติดต่อขอย้ายพรรคมาบ้างหรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า มีมาบ้าง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใคร แต่ยอมรับว่ามีการพูดคุยและทาบทามนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาอยู่กับพรรคมหาชน เพราะเคยทำงานด้วยกันมาก่อนในสมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และมีความรักใคร่ต่อกัน
ผมกำลังหาบุคคลมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการทาบทาม ก็มีทั้งอดีตส.ส.รวมถึงคนนอก 2-3 คน ซึ่งถ้าเขารับ ก็คงจะบอกได้ การจะนำใครมาเป็นหัวหน้าพรรคจะต้องวิเคราะห์การเมืองก่อน เพราะผมไม่ต้องเอาเพื่อนมาฆ่า และมั่นใจว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะต้องเป็นที่ยอมรับของสังคม และรู้จักกันทางการเมือง และถ้าหาหัวหน้าพรรคได้แล้ว ผมจะไปนั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาพรรค ส่วนจะใช่นายศุภชัย หรือไม่ ยังไม่ขอตอบ เดี๋ยวคงทราบเอง ทั้งนี้ พรรคไม่ต้องการเป็นพรรคใหญ่ เพื่อเป็นนายกฯ แต่ต้องการมีส.ส.เข้าไปช่วยเหลือประชาชน พล.ต.สนั่นกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาราชเตรียมชูร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค พล.ต.สนั่นกล่าวว่า ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว รวมถึงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มีข่าวว่าจะกลับมาฟื้นพรรคไทยรักไทย ซึ่งเชื่อว่าพล.อ.ชวลิตวางมือทางการเมืองลำบาก เมื่อเสียงปี่เสียงกลองดัง คงจะต้องออกมา จึงเป็นไปได้สูงที่พล.อ.ชวลิต จะรวบรวมส.ส.และมาตั้งเป็นพรรคการเมือง
พล.ต.สนั่นกล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของอดีตพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้นจะหารือกันในเร็วๆ นี้ เพราะเราได้ร่วมต่อสู้มาก่อนหน้านี้และยังเป็นพันธมิตรอยู่ เพราะเท่าที่คณะตุลาการฯมีคำวินิจฉัยออกมา ก็เหมือนยืนยันว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ส่วนจะมีโอกาสได้ร่วมรัฐบาลกันหรือไม่นั้น ต้องพิจารณากันอีกครั้ง แต่เราไม่ได้ปิดตายที่จะร่วมงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ยังก้ำกึ่งอยู่
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
