หมายเหตุ - ภายหลังนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กว่า 6 เดือน หลายฝ่ายจับตามองว่ามีแนวทางหรือกลยุทธ์การบริหารงานอย่างไร มติชน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ โดยนายชาญชัยเปิดใจ หลายประเด็นน่าสนใจติดตาม ตั้งแต่มุมมองภาพลักษณ์กระทรวงยุติธรรม จนถึงการปรับตัวจากประมุขตุลาการ สไลด์มาเป็นนักการเมืองเต็มตัวเมื่อก่อนเป็นผู้พิพากษาไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับใคร วันๆ ดูแต่สำนวน ทำด้วยความสบายใจไม่มีใครมาร้องเรียน แต่พอมารับตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการให้บริการประชาชน มีหนังสือมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมเข้ามาจำนวนมาก บางครั้งมีโทรศัพท์ไปที่บ้าน ชีวิตจึงเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ถึงกับลำบาก
- มุมมองต่อกระทรวงยุติธรรมก่อนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี
...ตอนแรกก่อนเข้ามาทำงานไม่ได้คิดว่ากระทรวงยุติธรรมจะมีงานหรือผลประโยชน์อะไรมากมาย ไม่มีข่าวคราวมาก หรืออาจเป็นเพราะผมไม่ค่อยให้ความสนใจมาก่อน แต่พอมารับตำแหน่งสักระยะ ก็มีเรื่องเข้ามามาก ทั้งหนังสือร้องเรียนของทุกหน่วยงาน และปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในหน่วยงาน ดังนั้น เป้าหมายแรกของการทำงานต้องการปราบปรามการคอร์รัปชั่น ต้องการปลูกจิตสำนึกข้าราชการกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยกันเสียสละ ให้เห็นแก่ประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผลประโยชน์ส่วนตัวให้เลิก
- แสดงว่าปัญหาทุจริตในกระทรวงมีมาก
อือ...ก็ไม่ถึงขนาดนั้น...ช่วงที่ผ่านมาก็พยายามแก้ไข แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องเรียนเข้ามาตลอดเฉพาะบางหน่วยงานในกระทรวงยังมีข่าวการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ยังติดขัดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันที
- ติดขัดตรงขั้นตอนไหน
...กระบวนการตรวจสอบการทุจริตต้องมีขั้นตอนหลายชั้น ต้องสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วถ้าคณะกรรมการชี้มูลจึงตั้งกรรมการสอบวินัย ที่ผ่านมามีหลายกรมพยายามสอบสวนให้แล้วเสร็จ เช่น กรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานที่มีการร้องเรียนจำนวนมาก เนื่องจากเป็นกรมใหญ่ ซึ่งกรมราชทัณฑ์เองก็จะเร่งสอบข้อเท็จจริงและส่งผลสอบวินัยเข้าคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงทุกเดือน มีทั้งไล่ออก ให้ออก และตัดเงินเดือน ทุกอย่างมันมีขั้นตอน ไม่สามารถทำอะไรปุ๊บปั๊บได้ทันที ต้องสอบสวนตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถ้าทำผิดขั้นตอนอาจถูกฟ้องร้องศาลปกครองได้ เป็นเหตุให้บางเรื่องล่าช้า
- จะเสนอแก้ไขระเบียบการลงโทษให้สั้นกระชับขึ้นหรือไม่
...ตอนนี้กำลังแก้ไขระเบียบขั้นตอนของกระทรวง และจำเป็นต้องแก้ระเบียบการสอบวินัยของ ก.พ.โดยระบุระยะเวลาในการสืบสวนข้อเท็จจริง หรือสอบสวนให้ชัดเจน บางคนถูกสอบวินัยเป็นปีเรื่องยังไม่เสร็จ บางเรื่องประธานสอบสวนลาออก กระทรวงก็ต้องตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาสอบอีก จึงทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งคนที่ถูกสอบและกรรมการสอบ กระทรวงยุติธรรมเตรียมเชิญหน่วยงานมาหารือร่วมกันเพื่อนำเสนอไปยังคณะรัฐมตรีเพื่อแก้ไขระเบียบ ก.พ.ต่อไป
- ผู้ที่เข้าข่ายกระทำผิดจะสั่งให้มาประจำกรมกองก่อนได้หรือไม่
...ผมจะโยกย้ายเข้ามาเก็บไว้เลยคงทำไม่ได้ ต้องสอบข้อเท็จจริง ถ้ามีมูลความผิด ถึงจะย้ายได้ เพราะไม่สามารถฟังความเพียงข้างเดียวได้
- บทบาทกระทรวงยุติธรรมกับการแก้ปัญหาพื้นที่ภาคใต้
...ที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมจะให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาชาวบ้านเป็นส่วนใหญ่ ที่เดิมมีความคิดที่ไม่ดีกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมานานหลาย 10 ปี กลุ่มคนแต่ละรุ่นก็รับอุดมการณ์ต่างกัน ประชาชนคนไหนที่ได้รับความเดือดร้อนกระทรวงยุติธรรมพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยวิธีการสมานฉันท์ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่ง โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะเห็นผลประมาณ 6 เดือน แต่ช่วงหลังมีปัญหาการแบ่งแยกดินแดนเหตุการณ์จึงไม่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่จากระทรวงยุติธรรม เพราะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แก้ไขจริงๆ ช่วยเหลือเค้าได้จริง ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านธรรมดา เข้าใจดี แต่ชาวบ้านที่อยู่ในป่า ภูเขายังไม่เข้าใจ ตอนนี้เราพยายามดึงเค้าเข้ามาเป็นแนวร่วมกับรัฐ แต่ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ไม่ได้อยู่กับเขาตลอดปี
- แตกต่างกันอย่างไรจากประมุขตุลาการกับตำแหน่งการเมือง
...แตกต่างกันมาก เมื่อก่อนเป็นผู้พิพากษาไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับใคร วันๆ ดูแต่สำนวน ทำด้วยความสบายใจไม่มีใครมาร้องเรียน แต่พอมารับตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการให้บริการประชาชน มีหนังสือมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมเข้ามาจำนวนมาก บางครั้งมีโทรศัพท์ไปที่บ้าน ชีวิตจึงเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ถึงกับลำบาก
งานของกระทรวงยุติธรรม เป็นงานเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายส่วนใหญ่ แต่ก็มีงานให้บริการและแก้ปัญหาสังคมด้วย เช่น การแก้ปัญหาเด็กในสถานพินิจฯที่ยกพวกตีกัน หรือหลบหนี ดังนั้น หลายครั้งที่ต้องโทรศัพท์กำชับอธิบดีให้ไปแก้ไขปัญหา บางครั้งผมต้องลงไปดูด้วยตนเอง
- ต้องทำงานเชิงบริหารคนมีปัญหาหรือไม่
...ก่อนหน้านี้ก็ทำงานบริหารแต่มีความต่าง เพราะอยู่ที่ศาลต้องบริหารงานคดี คัดแยกคดีจ่ายให้ผู้พิพากษาเขียนคำพิพากษา ซึ่งจะทำให้คดีมีการพิจารณารวดเร็วขึ้น ลดปริมาณคดีที่คั่งค้างลงได้ แต่การบริหารที่กระทรวงยุติธรรมเป็นงานบริหารงานบุคคล เป็นสิ่งแปลกใหม่ ไม่คุ้นเคย ยากเหมือนกัน เพราะผมมาจากข้าราชการประจำ
- รู้สึกหนักใจหรือไม่
...ยอมรับว่าเหนื่อย เพราะไม่ได้ลงมือทำเอง อีกทั้งเข้ามารับตำแหน่งโดยไม่มีมือ มีไม้ทำงานแทนเรา มีแต่นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรมเพียงคนเดียว
- เป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาความไม่ไว้วางใจ
...คงไม่ใช่ เพราะช่วงหลังก็คุ้นเคย เริ่มสั่งงานรองปลัดกระทรวง และอธิบดีแต่ละกรมมากขึ้น โทรศัพท์พูดคุยปัญหาตลอด บางครั้งเชิญมาพูดคุยที่ห้องทำงาน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ผมไม่เคยคิดว่ามีพวกเขา พวกเรา ไม่เคยแบ่ง เพราะก่อนเข้ามารับตำแหน่งก็คิดว่าไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากข้าราชการประจำ จากระดับล่างจนถึงระดับสูง งานบริหารทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว
- อยากให้ข้าราชการกระทรวงยุติธรรม มองภาพท่านอย่างไรเมื่อต้องพ้นจากตำแหน่ง
...ต้องการให้ข้าราชการคิดว่าทำงานด้วยความสบายใจ ผมไม่ได้รังแกใคร ให้มองว่าเป็นคนตรงไปตรงมากับการแก้ปัญหา และเวลาเกิดปัญหาในกระทรวงก็จะเชิญคนโน้น คนนี้ มาถามว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร เพราะบางที่ไม่รู้จักทุกคนก็ พยายามหาข้อมูลหลายๆ ทาง ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง
- การแต่งตั้งโยกย้ายมีการหารือกับปลัดกระทรวงหรือไม่
...โดยตำแหน่งของผมแล้ว สามารถแต่งตั้งโยกย้ายได้เพียงข้าราชการระดับ 10 เท่านั้น ส่วนระดับต่ำกว่านั้น นายจรัญจะมาหารือถึงตำแหน่งที่ว่างบ้างเป็นบางครั้ง เพราะที่ผ่านมาก็เกิดกระแสวิพากษ์ถึงความผิดฝาผิดตัว แต่ผมไม่เคยก้าวก่าย เพียงให้คำแนะนำว่าบุคลนั้นเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาผมก็ต้องร่วมรับผิดชอบคงให้ปลัดรับผิดชอบคนเดียวไม่ได้
- จะอยู่ในตำแหน่งจนหมดอายุรัฐบาลหรือไม่
คงตอบไม่ได้ ไม่แน่ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต เปลี่ยนได้เสมอ ถ้ามีแรง มีกำลังใจ คงต้องทำ ต้องสู้ต่อไป บางครั้งสนุกกับงาน แต่บางครั้งก็รู้สึกว่างานไม่เดิน ถ้างานไม่เดินบ่อยๆ ก็ปวดหัวเหมือนกัน ต้องเรียกประชุมบ่อยขึ้น ช่วยกันแก้ปัญหา
- ปัญหาของกรมสอบสวบคดีพิเศษจะแก้ไขอย่างไร
...ตอนนี้คุยกับนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เกือบทุกวัน ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความหลากหลายของคนในหน่วยงาน ระบบบริหารจัดการ การบังคับบัญชายังมีปัญหา และปัญหาการเบิกจ่ายเงินงบประมาณเวลาไปปฏิบัติราชการไม่ถูกต้องตามระเบียบ เนื่องจากบางคนมาจากหน่วยงานอื่นไม่จำเป็นต้องเบิกงบประมาณลงพื้นที่ จึงไม่เข้าใจระเบียบดังกล่าว อธิบดีพยายามหาทางป้องกันปัญหาต่างๆ อยู่
- บทบาทกระทรวงยุติธรรมในอนาคต
...กระทรวงยุติธรรมจะใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ถ้านำมาใช้สำเร็จการบริหารงานกระบวนการยุติธรรมจะไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีโครงการหาข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดจากผู้ต้องขังในเรือนจำ นำมาต่อยอดขยายผลการป้องกันอาชญากรรม และปราบปรามยาเสพติด และอาจเข้าถึงผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยอยู่ระหว่างการหาวิธีการให้ได้มาซึ่งข้อมูล
- ช่วงนี้จะมีการโยกย้ายระดับ 10 อีกหรือไม่
...ช่วงนี้ไม่มี ...ยังไม่คิด คงประมาณเดือนตุลาคม จะบอกว่าไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงไม่ได้ ผมเป็นผู้บริหารย้ายใครต้องมีเหตุผล และเหตุผลต้องเป็นเรื่องราชการไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
- แต่แต่งตั้งมักจะอ้างความเหมาะสม
...ที่ใช้คำว่าเพื่อความเหมาะสม เพราะบอกเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้ ถ้าบอกความจริงอาจถูกข้อหาหมิ่นประมาท ...คำว่า เหมาะสม จึงเป็นคำกลางๆ...ไปบอกว่าใครโกงคงไม่ได้ อยากบอกข้าราชการทุกคนว่าให้ตั้งใจทำงานเต็มที่ ถ้าทำดีต้องได้ดี ไม่ต้องห่วง ไม่เคยแกล้งใคร... สบายใจได้...
หน้า 12
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
