กองปราบ บุกจับตัวผู้ช่วยพยาบาลสาว ผู้ต้องหาฆ่าอดีตสามีเพื่อเอาเงินประกันเกือบ 14 ล้านบาท แต่ปฏิเสธทุกข้อหา(2มิย.)พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ดำรงสิทธิ์ โมราฤทธิ์ รอง ผกก.4 บก.ป. เข้าจับกุมนางศิริพร พูลประเสริฐ อายุ 31 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาลคลีนิคแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1650,1680/2550 ลงวันที่ 30 พ.ค.2550 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ปลอมปนอาหารเพื่อให้บุคคลอื่นกินหรือเสพอันน่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ, ปลอมและใช้เอกสารปลอม, ฉ้อโกงผู้อื่นให้ทำเอกสารสิทธิและพยายามฉ้อโกง, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, รู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นร่วมกันแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำผิด และร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย โดยจับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 58 ม.3 ต.วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก พร้อมกันนั้นได้ทำการตรวจยึดเอกสารจำนวน 18 แผ่น และภาพถ่ายของนายอัยการศึก มหาวรรณกิจ อดีตสามีของผู้ต้องหาที่อยู่ภายในบ้านพักดังกล่าวจำนวน 3 ภาพเอาไว้เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ดำรงสิทธิ์ โมราฤทธิ์ รอง ผกก.4 บก.ป. เข้าทำการจับกุม นางศิริพร พูลประเสริฐ อายุ 31 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาลคลีนิคแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1650,1680/2550 ลงวันที่ 30 พ.ค.2550 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ปลอมปนอาหารเพื่อให้บุคคลอื่นกินหรือเสพอันน่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ, ปลอมและใช้เอกสารปลอม, ฉ้อโกงผู้อื่นให้ทำเอกสารสิทธิและพยายามฉ้อโกง, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, รู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นร่วมกันแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำผิด และร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย โดยจับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 58 ม.3 ต.วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก พร้อมกันนั้นได้ทำการตรวจยึดเอกสารจำนวน 18 แผ่น และภาพถ่ายของนายอัยการศึก มหาวรรณกิจ อดีตสามีของผู้ต้องหาที่อยู่ภายในบ้านพักดังกล่าวจำนวน 3 ภาพเอาไว้เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน
จากนั้นเมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รักษาการ ผบก.ป. พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ดำรงสิทธิ์ โมราฤทธิ์ รอง ผกก.4 บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุมนางศิริพร และนายสุชาติ ธรรมนิตย์ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆาตกรรมอำพรางนายอัยการศึกอดีตสามีนางศิริพรเพื่อหวังเงินประกัน
นางศิริพร กล่าวว่า ขอให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาเพราะไม่ได้กระทำผิดนั้นและขอชี้แจงว่า นายอัยการศึกอดีตสามีนั้นรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนหนังสือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พอต่างคนต่างเรียนจบก็ได้ตกลงตัดสินใจแต่งงานและมีลูกด้วนกัน 1 คน ส่วนกรณีที่ตำรวจได้ตั้งข้อหากับตนหลายข้อหานั้นตนขอปฎิเสธทุกข้อกล่าว โดยเฉพาะเรื่องที่ตำรวจบอกว่าตนเองได้ร่วมกันกับนายสุชาติ วางแผนฆาตกรรมอำพรางอดีตสามีเพื่หวังเงินประกันนั้นไม่เป็นความจริงเลย เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้นายอัยการศึกเสียชีวิตนั้นตนขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนายสุชาติมาก่อน ส่วนความขัดแย้งในครอบครัวนั้นอยากให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สามีภรรยาจะทะเลาะกันและทุกครอบครัวก็เป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่สามีไปมีภรรยาน้อยนั้นตนก็ทราบมาตลอดและทราบด้วยว่าไม่ได้มีคนเดียวแต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดเป็นความแค้น
นางศิริพร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการทำประกันชีวิตนั้นอดีตสามีก็รับรู้มาตลอด มีทั้งที่นายอัยการศึกไปทำประกันชีวิตคนเดียวและที่เคยพาตนไปทำประกันชีวิตด้วย และต่อมาภายหลังสามีและตนเองก็บอกยกเลิกกรมธรรม์ไปหลายฉบับเพราะไม่มีเงินส่งค่าเบี้ยประกันแต่และก็ไม่เคยรู้มาก่อนมาว่าสามีได้ไปทำประกันเอาไว้หลายฉบับ จนกระทั่งสามีเสียชีวิตถึงได้รู้เพราะเจ้าหน้าที่บริษัทประกันมาบอกที่งานศพ ซึ่งในสัญญาการทำประกันหลายฉบับก็ไม่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์อีกด้วย สำหรับเรื่องที่มีข่าวว่าตนเคยคิดจะวางยาอดีตสามีนั้นก็อยากจะชี้แจงว่าในวันนั้นตนเป็นคนทำผัดกระเพรากุ้งให้คนในครอบครัวกินทุกคนกินร่วมกันหมด และตอนกินเสร็จนายอัยการศึกก็ไม่ได้มีการอาการปกติอะไรและได้ออกจากบ้านไปทำธุระข้างนอกแต่พอกลับมาบ้านในช่วงบ่ายวันนั้นถึงเริ่มมีอาการซึ่งตนไม่ทราบว่าเขาไปกินอะไรมาหรือเปล่าตอนที่อยู่นอกบ้าน หากว่าตนวางยาจริงทั้งลูกและตนก็ต้องได้รับอันตรายไปด้วย ส่วนเรื่องการที่อดีตสามีตนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้นตนไม่ขอพูดถึงแต่จะขอต่อสู้ในชั้นศาล
นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นความจริงตามที่มีการกล่าวหาซึ่งตนพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ และขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนางศิริพรมาก่อน จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย
ด้าน พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการในคดีนี้ไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งทางฝ่ายผู้ต้องหาทั้ง 2 จะให้การปฎิเสธอย่างไรก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ หลังจากนี้พนักงานสอบก็จะได้นำพยานหลักฐานที่ติดตามมาได้เพิ่มเติมพร้อมกับคำให้การของผู้ต้องหามารวมเข้ากับสำนวนการสอบสวนสืบสวนเดิมเพื่อเตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อไป
ก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.สมพงษ์ มั่นหมาย พงส.(สบ.2) กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. ได้เบิกตัวนางศิริพร และนายสุชาติ ธรรมนิตย์ สองผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 - 13 มิ.ย. โดยยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากการสอบปากคำยังไม่เสร็จสิ้นและเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งศาลอนุญาตตามคำขอ พนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 กลับมาควบคุมตัวไว้ที่กองปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป
สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามสอบสวนทราบว่า ระหว่างวันที่ 2 ก.พ.47 ถึง 19 พ.ย.47 นางศิริพร และนายอัยการศึกซึ่งในช่วงนั้นยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ได้ทำประกันภัยไว้ จำนวน 17 กรมธรรม์ ทุนประกันรวม 13,534,872 บาท แต่ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนพบพิรุธและเชื่อว่าการเสียชีวิตของนายอัยการศึกนั้นเป็นการฆาตกรรมอำพรางเพื่อหวังเงินประกันภัยของนายอัยการศึก
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
