เข้าสู่ระบบ
Username ::
Password ::
ลืมรหัสผ่าน สมัครสมาชิก
ข่าว บันเทิง
ข่าว สังคม
ข่าว การเมือง
ข่าว อาชญากรรม
ข่าว เศรษฐกิจ
ข่าว อสังหาริมทรัพย์
ข่าว การศึกษา
ข่าว เทคโนโลยี
ข่าว ท่องเที่ยว
ข่าว กีฬา
ข่าว ไลฟ์สไตล์
ข่าว ต่างประเทศ




ตายแล้วฟื้น คมช.ชุบชีพ 111 กก.ทรท.นิรโทษกรรม


สนธิงัดสมานฉันท์ยันไม่ใช่ปฏิวัติฟรี ยังมีกม.อื่นฟันแม้วกกต.ข้องใจคดียุบ

สนธิแจงเข้าพบอักขราทรไม่เกี่ยวล็อบบี้คดียุบพรรค แต่เป็นการชักชวนกันไปทำบุญที่อยุธยา โต้คมช.ไม่เคยเกี่ยวข้องกับคดี ด้านสุรยุทธ์ถกประธานคมช.เตรียมยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 คาดภายใน 2 อาทิตย์ได้ความชัดเจน เตือนคิดให้ดีถ้าจะถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ขณะที่โฆษกศาลยุติธรรมย้ำคำวินิจฉัยยุบพรรค-ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคการเมืองถึงที่สุดแล้วอุทธรณ์-ฎีกาไม่ได้ สมชัย จึงประเสริฐ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ห่วงศักดิ์ศรีศาลรธน.หวั่นต่อไปจะเป็นแค่ศาลการเมือง ติงคำวินิจฉัยยุบพรรคถูกวิจารณ์หลักนิติธรรม พร้อมเปิดช่องให้ใช้ชื่อไทยรักไทยอีกครั้ง กกต.เตรียมฟันดาบ 2 เล่นงานอาญาเสี่ยเพ้ง-ธรรมรักษ์-เสธ.ไอซ์คดีว่าจ้างพรรคเล็ก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองย้ำถ้าอัยการจะยื่นฟ้องทักษิณคดีที่ดินรัชดาฯ จะต้องพาผู้ต้องหามาแสดงตัวด้วย เตือนคมช.ถ้าไม่ให้เข้าประเทศจะถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดอำนาจศาล ซินแสชี้มาร์คมีสิทธิ์คั่วนายกฯคนต่อไปแต่อยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น มัชฌิมาเตรียมหาทางออกเสนอกม.นิรโทษกรรมกก.บห.พรรคการเมือง ด้านไทยรักไทยโว 300 ส.ส.จะเกาะกลุ่มทำงานการเมืองด้วยกัน เล็งทาบปุระชัย-หมอเลี้ยบกอบกู้พรรค

สนธิโต้เข้าหารือล็อบบี้อักขราทร

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์การยุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งคมช.ถูกกล่าวหาว่าเป็นส่วนหนึ่งให้มีการยุบพรรค ว่า คมช.ไปเกี่ยวข้องไม่ได้อยู่แล้ว กระบวนการการตัดสินและคำวินิจฉัยอยู่ที่ตุลาการรัฐ ธรรมนูญ คมช.ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อยนิด ส่วนที่ไปพบกับนายอักขราทร จุฬารัตน ประ ธานศาลปกครองสูงสุด และรองประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ก่อนวันวินิจฉัยตัดสินยุบพรรคมีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ที่ตนไปพบเพราะจะไปคุยเรื่องการไปทำบุญเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนัดไปทำบุญที่จ.อยุธยาด้วยกัน

เมื่อถามว่าการยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 จะมีขึ้นเมื่อไหร่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าเรื่องนี้ต้องหารือกับทางรัฐบาลถึงความเหมาะสมจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน เราต้องหารือกับทางรัฐบาลตนไม่สามารถจะกำหนดเวลาได้ เมื่อถามว่าพรรคไทยรักไทยที่แปรสภาพเป็นกลุ่มการเมืองสามารถดำเนินการเคลื่อนไหวทางการเมืองเลยได้หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าถ้ากลุ่มที่เขาตั้งขึ้นมาไม่ขัดต่อกฎหมายก็ไม่เป็นไร

เมื่อถามว่าวันที่ 31 พ.ค. ที่เข้าพบนายกรัฐมนตรีได้หารือเรื่องอะไร พล.อ.สนธิกล่าวว่าได้ไปทานข้าวกัน และเล่าถึงแผนพิทักษ์ 1 ในการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมว่าไม่มีปัญหาอะไร แผนที่วางไว้เป็นไปตามขั้นตอน เมื่อถามว่าในฐานะที่มีอำนาจจะเรียกนายจาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย มาหารือเพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ. สนธิกล่าวว่าปกติเราก็คุยกันอยู่แล้ว

จรัญย้ำมาตรา 96 ยังจำเป็นอยู่

ที่รัฐสภา นายจรัญ ภักดีธนากุล รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เคยแปรญัตติให้เพิ่มข้อความในมาตรา 96 เพื่อกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามส.ส.ว่า จะต้องไม่เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใน 5 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า การเพิ่มข้อความในมาตรานี้ยังจำเป็นสำหรับหลักการที่จะเดินไปข้างหน้า แต่ต้องดูให้เหมาะสม หากมีการทุจริตหรือไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งแล้วไม่สามารถยับยั้งได้ ต้องมีมาตรการเพื่อลบล้างผลที่เกิดจากพฤติกรรมนั้นเป็นการแก้ไขภายหลัง

นายจรัญกล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวหากศาลรัฐ ธรรมนูญมีพยานหลักฐานแสดงให้เห็นว่า พรรคใดมีพฤติการณ์สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจ หรือปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ดูแล ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งยุบพรรคนั้นได้ และเฉพาะผลกรณีอย่างนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคแล้ว จึงจะให้เกิดผลว่ากรรมการบริหารพรรคนั้นหมดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งแนวคิดนี้จะเป็นอย่างนี้ต่อไปข้างหน้า แต่ไม่เอามาเกี่ยวข้องกับคดียุบพรรค ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคดียุบพรรคในกรณีอื่น เพราะอยากแก้ปัญหาทุจริตเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองกับใคร และไม่ต้องการให้เรื่องนี้ไปเจาะจงกับคนใดคนหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นหลักการสำหรับโครง สร้างใหม่ มาตรฐานการเมืองใหม่ ซึ่งหากคิดในหลักการนี้ก็ควรเพิ่มมาตรานี้

กกต.เตรียมฟันคดีตัดต่อข้อมูล

ที่รัฐสภา นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่ายบริหารงานเลือกตั้ง และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการดำเนินคดีอาญากับอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย หลังพรรคถูกตัดสินให้ยุบพรรคว่า เจ้าหน้าที่กกต.ที่ตัดต่อข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคนั้น ทางกกต.ชุดก่อนได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนผู้สนับสนุนการกระทำดังกล่าวก็ถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดเช่นกัน ซึ่งกกต.จะส่งคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญไปให้พนักงานสอบสวนพิจารณา หลังจากอัยการสูงสุดส่งมาให้กกต. เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะเรื่องนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่อาจยอมความได้

เนื่องจากคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญถือเป็นข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่ง ซึ่งได้เอ่ยชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน โดยมีรายละเอียดมากเมื่ออัยการสูงสุดส่งคำวินิจฉัยมาที่กกต. เราจะนำมาพิจารณาว่ามีใครที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่และจะส่งคำวินิจฉัยของตุลาการฯ ไปให้พนักงานสอบสวนพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานสอบสวนเมื่อสอบสวนแล้วพบว่ามีการกระทำผิดอาญาก็ดำเนินการได้เลย นายประพันธ์กล่าว

เตรียมฟันอาญาคดีค้างเก่าด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าคำวินิจฉัยของตุลาการที่ชี้ว่ากรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยมีความผิด ต้องถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองจะเอาผิดอาญากับผู้ที่ถูกเอ่ยชื่อทั้งหมดหรือไม่ นายประพันธ์กล่าวว่า การถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองกับความผิดอาญาเป็นคนละประเด็น เพราะความผิดอาญาต้องดูเจตนาเป็นรายกรณีไป คำชี้แจงของตุลาการรัฐธรรมนูญก็ระบุชื่อบุคคลบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องชัดเจน ควรพิจารณาในส่วนนั้น ที่ผ่านมาเชื่อกันว่าเมื่อรัฐธรรมนูญล้มไปแล้วกฎหมายเลือกตั้งส.ส. และส.ว.จะเลิกไปด้วย แต่คำวินิจฉัยของตุลาการบอกว่าไม่เลิก ดังนั้นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.และส.ว. ค้างอยู่ประมาณ 200-300 เรื่อง ในส่วนนั้นอาจมีบางส่วนที่เกี่ยวกับความผิดอาญาที่ยังไม่ขาดอายุความต้องนำมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามถึงการจัดการเลือกตั้งว่า หากจะเลื่อนเข้ามาเร็วขึ้นจะได้หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญจะไม่ส่งผลถึงการเลือกตั้ง ถึงแม้สภาร่างรัฐธรรมนูญจะจัดทำประชามติให้เร็วขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค. แต่การเลือกตั้งยังคงเป็นไปตามเดิมคือในเดือนธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับรายชื่อแกนนำพรรคไทยรักไทย ที่อยู่ในคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ได้แก่ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไศาล นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อของพล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัตหรือเสธ.ไอซ์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ลำตะคอง-จับมือวังพญานาค

เมื่อเวลา 13.00 น. นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ เดินทางเข้าพบนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หัวหน้ากลุ่มลำตะคอง ที่บ้านพักย่านราชวัตร ประมาณ 10 นาที จากนั้นนายสุวัจน์ ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับนายพินิจ จารุสมบัติและนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แกนนำกลุ่มวังพญานาค ถึงทิศทางการเมืองของกลุ่ม ซึ่งมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รวมอยู่ด้วยว่า อีก 1-2 วันนี้จะมีความชัดเจนเพราะมีการหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรทางการเมืองต่อไป ซึ่งตน นายปรีชาและนายพินิจ โดนตัดสิทธิ์ 5 ปี ดังนั้นคนที่เหลือจะต้องมาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามว่าจะรื้อฟื้นพรรคชาติพัฒนาขึ้นมาหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ต้องหารือกันก่อน ซึ่งเรามีสมาชิกเก่า 30 คนว่าจะดำเนินการอย่างไร และชาวโคราชต้องการให้กลับมาหรือไม่ แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมรับคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศก็จะมาร่วมกัน ตนจะยึดหลักความเป็นปึกแผ่นและสามัคคี ไม่แตกแยกซึ่งถือเป็นแนวทางของกลุ่ม

เมื่อถามว่าสมาชิกพรรคไทยรักไทยเตรียมถวายฎีกาเรื่องการถูกเว้นวรรค 5 ปี นายสุวัจน์ กล่าวว่า ไม่ขอออกความคิดเห็นในเรื่องนี้ ถ้ามีการตั้งพรรคใหม่ก็ต้องเน้นเรื่องไม่แตกแยกเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ทุกคนต้องเสียสละ เมื่อถามว่าการยกเลิกประกาศคปค.จะทำให้การเมืองเดินต่อไปหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้เรียกร้องว่าจะให้ยกเลิกเมื่อไหร่ แต่ถ้ามีการยกเลิกประกาศคปค.ไปแล้ว ทิศทางการ เมืองจะกลับเข้าสู่ระบบ ตนไม่สนใจว่าหลังเลือกตั้งแล้วใครจะกลับมามีอำนาจ เพราะก่อนมีการเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

ตุลาการรธน.เผยเบื้องหลังคดี

ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรม อดีตประธานศาลฎีกา ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีมีการล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พรรคไทยรักไทยว่า การถวายฎีกาถือเป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนสามารถกระทำได้ ในทางกฎหมายไม่ได้ห้ามอะไร เพราะถือเป็นพระราชอำนาจ

วันเดียวกัน นายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการวินิจฉัยคดียุบพรรคของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าหากจะชื่นชมตุลาการรัฐธรรม นูญทั้ง 9 คน ขอให้ทราบด้วยว่าเบื้องหลังการทำงานของเราทั้ง 9 คนมีกลุ่มผู้ที่ปิดทองหลังพระ คือผู้เชี่ยวชาญที่ถูกส่งมาจากศาลยุติธรรมมาช่วยทำคำวินิจฉัย 2 คนต่อตุลาการ 1 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ พิพากษา ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ช่วยพิพากษา ศาลฎีกา ซึ่งช่วงทำคำวินิจฉัยในชั้นความลับที่ไม่มีทางหลุดรั่วไปได้ ในคำวินิจฉัยจำนวนมากนี้ทางคณะตุลาการและผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเร่งจัดทำกันตั้งแต่คืนวันที่ 29 พ.ค. โดยไม่ได้หลับได้นอนจนถึงวินาทีสุดท้ายที่อ่านคำวินิจฉัย ส่วนที่ทำไว้ก่อนแล้วก็คือส่วนของคำฟ้องและการแก้ข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องของคำวินิจฉัยก็เริ่มเขียนหลังจากการลงมติเสร็จสิ้น ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดในที่ประชุมไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการลงมติหรือรายละเอียดต่างๆ

ย้ำมติให้ยุบ-ไม่ยุบเป็นเอกฉันท์

นายนุรักษ์ กล่าวว่า การเขียนคำวินิจฉัยส่วนบุคคลนั้นตุลาการทุกคนเขียนเสร็จหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. แต่อาจปรับถ้อยคำเล็กน้อย และวันอังคารที่ 4 มิ.ย. จะออกเผยแพร่สู่สาธารณะ ขอให้ไปดูในวันนั้น แต่ท่านประธานศาลฎีกาเปิดเผยมาแล้วว่ามีเสียง 6 ต่อ 3 ในเรื่องของการย้อนหลังประกาศคปค. ก็เป็นไปตามนั้น แต่เสียงให้ยุบและไม่ยุบพรรคนั้นเป็นไปตามเอกฉันท์

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศคปค. ฉบับที่ 15 และ 27 หากมีการยกเลิกจริงจะมีผลกับการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีของกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ นายนุรักษ์ กล่าวว่า ต้องดูว่ายกเลิกประกาศ คปค.ฉบับ 27 แล้วข้อ 3 ซึ่งเป็นข้อที่ตัดสิทธิจะหายไปด้วยหรือไม่ เพราะหลักกฎหมายทั่วไปหากผลการเขียนกฎหมายออกมาเป็นคุณก็ต้องมีผลทันที ไม่จำเป็นต้องเป็นกฎหมายอาญาแต่เป็นหลักทั่วไป เช่น หากใครถูกพิพากษาจำคุกด้วยความผิดในกฎหมายมาตราใดหากมาตรานั้นยกเลิก ก็ต้องพ้นสภาพจากการถูกจำคุก หรือแม้แต่หากถูกโทษประหารชีวิตก็ต้องมีการไปเยียวยาแก้ปัญหา จริงๆ แล้วการแก้กฎหมายจะแก้ตรงจุดไหนเป็นการเฉพาะก็ได้ ไม่ต้องแก้ทั้งฉบับก็ได้ แต่ก็เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายตุลาการ

มองต่าง111กก.พรรค-เป็นรมต.

ที่รัฐสภา นายศรีราชา เจริญพานิช กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงข้อสังเกตถึงนายพินิจ จารุสมบัติ สมาชิกสนช. ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อาจมีผลต่อตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า ต้องไปดูคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2549 ว่ามีการกำหนดข้อห้ามหรือไม่ ซึ่งเข้าใจว่าไม่มี ดังนั้น นายพินิจย่อมดำรงตำแหน่งสนช.ได้อยู่ แต่ทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึก หากลาออกไปอาจมีภาพที่ดีขึ้น

นายธงทอง จันทรางศุ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงผลของการวินิจฉัยยุบพรรคว่า ตนเข้าใจว่าการตัดสิทธิเลือกตั้งตามประกาศของคปค.ฉบับที่ 27 มีผลแค่ให้ผู้ถูกตัดสิทธิต้องหมดสิทธิที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งรวมถึงการดำรงตำแหน่งอื่นๆ ที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ในเรื่องการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี คิดว่าสามารถดำรงตำแหน่งได้ เพราะเป็นหน้าที่การบริหาร ไม่เกี่ยวกับสิทธิเลือกตั้ง

นายนุรักษ์ มาประณีต กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า เรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องไปดูในร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งกำหนดคุณลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง ในมาตรา 170 ซึ่งจะเข้าไปถึงมาตรา 96 และมาตรา 94 ในเรื่องคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงชัดเจนว่าเมื่อถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ที่กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามนี้ได้

ปชป.ได้ที-จี้เลิกประกาศคปค.2ฉบับ

เมื่อเวลา 11.30 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช. ระบุว่าอาจเลื่อนประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ออกไปก่อนว่า ควรยกเลิกประกาศคปค.ทั้ง 2 ฉบับให้เร็วที่สุด เพราะจะเกิดประโยชน์กับสังคมโดยรวม ถ้าดูประกาศคปค.ทั้ง 2 ฉบับ จะเห็นได้ชัดเจนว่าถึงแม้ว่าจะยังมีอยู่ก็ไม่น่าจะช่วยให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงมากกว่าที่ผ่านมา ในทางตรงกันข้ามการยกเลิกจะช่วยให้บรรยากาศคลี่คลายไปมากกว่านี้ นายกฯควรเร่งนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม. เพื่อหารือกันว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่จะประกาศยกเลิกได้แล้ว พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนในเรื่องนี้ชัดเจนว่าควรยกเลิกประกาศเหล่านี้ เพื่อให้บรรยากาศทางการเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ

เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรกับกรณีที่พรรค ไทยรักไทยเตรียมถวายฎีกาเพื่อขอนิรโทษกรรมโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี นายองอาจกล่าวว่า ในฐานะนักการเมืองด้วยกันคิดว่าพวกเรามีความเห็นใจอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยหลายคน รวมทั้งสมาชิกพรรคไทยรักไทยที่ต้องพบกับคำตัดสินคดียุบพรรค ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คนว่าจะพิจารณาอย่างไร เพราะหลายคนเป็นผู้มีความอาวุโสในการบริหารบ้านเมือง และมีความเชี่ยวชาญทางการเมือง ตนคงไม่สามารถไปให้ความคิดเห็นหรือชี้แนะอะไร

ปัดทาบฉลองภพ-ปิยสวัสดิ์

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มพีทีวีระบุว่าคมช.มีธงยุบพรรคไทยรักไทย โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทุกคนก็มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์และถ้าเราฟังคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญก็เห็นว่าชัดเจน เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น สามารถอธิบายได้ครบถ้วนรอบด้าน ดังนั้น ไม่ว่าจะวิจารณ์อย่างไรก็คงไม่มีผลที่จะทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง ตนคิดว่ามาถึงวันนี้ประชาชนคงไม่มีใครเชื่อว่าจะมีใครไปสั่งตุลาการรัฐธรรมนูญได้

นายองอาจ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ทาบทามกลุ่มนักธุรกิจ และรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ เช่น นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน ว่าอาจจะเป็นการพูดคุยส่วนตัวกับบุคลบางคนภายในพรรค ขณะนี้อาจเร็วเกินไปที่พรรคจะพิจารณา

ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวการทาบทามนายฉลองภพ และนายปิยสวัสดิ์ ว่า ส่วนตัวไม่เคยได้ยินข่าวนี้คิดว่าคงไม่ใช่ เพราะเห็นรายชื่อที่ออกมาก็ยังมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ในครม.ชุดนี้ แต่ทุกคนก็รู้จักกันทั้งนั้น ส่วนจะมีใครไปพูดคุยทาบทามหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ

มาร์คยันไม่หวั่นซ้ำรอยทรท.

เมื่อเวลา 17.20 น. ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกลุ่มมัชฌิมา เสนอออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หากมี คนในกลุ่มได้รับเลือกเป็นส.ส.ในสภา โดยอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนว่า คงต้องดูอีกที เพราะยังไม่ทราบข้อเสนอของกลุ่มมัชฌิมา แต่ในส่วนที่กลุ่มไทยรักไทยพูดถึงเรื่องการอุทธรณ์ คิดว่าคงต้องมีความกระจ่างชัดในเรื่องข้อกฎหมายก่อน และโดยหลักแล้วพรรคอยากเห็นการแข่งขันทางการเมืองมากที่สุด แต่ต้องใช้วิธีให้อยู่ในกรอบกติกา

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายบุญคลี ปลั่งศิริ อดีตผู้บริหารบริษัทในเครือชินคอร์ปฯ จะมาเป็นแกนนำของกลุ่มไทยรักไทย หากจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ถ้าจะตั้งพรรค ซึ่งตนก็สนับสนุนถ้าหากใช้สันติวิธีต่อสู้ในระบบรัฐสภา ถือว่าดีสำหรับบ้านเมือง จึงอยากให้ฝ่ายผู้ที่มีอำนาจควรผ่อนคลายให้มีทางออกสำหรับผู้ที่สนับสนุนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ควรเร่งผ่อนคลายประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 และ27 เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เพราะขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้

เมื่อถามว่ามีการมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบเพราะเป็นพรรคขนาดใหญ่ เกรงหรือไม่ว่าในอนาคตจะซ้ำรอยพรรคไทยรักไทย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาไม่ใช่ว่ามีเสียงมากน้อยแค่ไหน แต่เป็นเรื่องการใช้อำนาจมากกว่า ถ้าใช้ให้อยู่ในขอบเขตกฎหมายก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นเราต้องช่วยกันประคับประคองบ้านเมือง ให้นำไปสู่การเลือกตั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างจริงจัง ส่วนที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องขับไล่คมช. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าใช้สิทธิ์อยู่ในขอบเขตก็ไม่มีปัญหา ตนไม่อยากให้ฝ่ายใดใช้ความรุนแรง ที่สำคัญประชาชนต้องระวังอย่าตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด

มัชฌิมาเตรียมขอนิรโทษกรรม

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานกลุ่มมัชฌิมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่ม ได้เรียกสมาชิกในกลุ่ม 80 กว่าคนมาหารือเพื่อกำหนดทิศทางกลุ่ม โดยมีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน เข้าร่วมด้วย

ต่อมาเวลา 13.15 น. นายสมศักดิ์แถลงการประชุมร่วมกับนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ว่ากลุ่มมัชฌิมายืนยันที่จะยืนหยัดต่อสู้ในแนวทางของมัชฌิมา และแกนนำในกลุ่มทุกคนยังพร้อมที่จะสนับสนุนสมาชิกและกลุ่มให้ดำเนินการในแนวทางสมานฉันท์และก่อตั้งพรรคการเมืองสายกลางขึ้นมา ซึ่งกลุ่มมัชฌิมาเคารพในคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญและเห็นว่าการออกมายืนด้านนอกเพื่อดูภาพรวมและเป็นฝ่ายกำหนดนโยบาย และหากเรามีโอกาสเข้าไปเป็นฝ่ายบริหารก็อาจจะมีการก่อตั้งสภานโยบายขึ้นมาเพื่อช่วยในการบริหารงานในการแก้ปัญหาของประชาชน ตามที่เราได้มีการหารือกันไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญออกมาก็ไม่ได้ผิดคาดอะไร พวกเราจึงได้เตรียมการเพื่อดำเนินการต่อไปได้อย่างทันท่วงที

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้สมาชิกในกลุ่มที่มาประชุมร่วมกันกว่า 80 คนยังเห็นว่าอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยในกลุ่มที่มีอยู่ 15 คนที่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 5 ปีนั้น ที่ประชุมมีมติให้หาแนวทางในการเสนอกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และหากไม่ดำเนินการก็อาจจะเป็นช่องทางให้กลุ่มอื่นเอาไปโจมตีได้ว่าเราไม่มีตัวแทนในการนำนโยบายของพรรคเข้าไปกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาตามที่ได้มีนโยบายหาเสียงไป ส่วนกลุ่มการเมืองอื่นที่จะเข้ามาร่วมนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่มีการพูดคุยกันแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะกำลังพิจารณาแนวทางอยู่ โดยจะมีการเปิดเผยในภายหลัง เนื่องจากสมาชิกของกลุ่มมีหนาแน่นเกินกว่าที่จะคาดหมายได้ในแนวทางการเมือง ส่วนกระแสข่าวความผิดหวังในคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นตนไม่เคยผิดหวัง คงมีการเข้าใจกันผิดไป และตนก็ไม่เคยพูดคุยกับคมช.มาก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้ขั้วอำนาจเก่าจะมีการกลับเข้าไปรวมกลุ่มกัน นายสมศักดิ์กล่าวว่าเคยบอกและคิดไว้ก่อนหน้านี้แต่ทางกลุ่มมัชฌิมาพยายามสร้างความสมานฉันท์ และเมื่อถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปออกทางไหน

เกาะกลุ่มแน่น-ผลักดันออกกม.

นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยานายสมศักดิ์กล่าวถึงแนวทางการเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยว่ากลุ่มมัชฌิมามีมติทวงคืนความยุติธรรมให้พี่น้องที่ถูกตัดสิทธิ์ โดยมีอดีตกรรมการบริหารของกลุ่มคอยเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินการให้ และจะอยู่ช่วยในการก่อตั้งพรรคการ เมืองโดยจะเป็นผู้ร่วมกำหนดนโยบายในการหาเสียงให้กับพรรคการเมือง เพื่อให้ได้มีตัวแทนของกลุ่มมัชฌิมาเข้าไปในสภาจากนั้นก็จะให้ตัวแทนของกลุ่มเข้าไปเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเป็นวาระแรก ซึ่งกลุ่มมัชฌิมาคาดว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่คาดหมายว่าตัวเองจะได้เป็นหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเคยเสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิป ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.) ฉบับที่ 15 และ 27 จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้

รายงานข่าวจากแกนนำกลุ่มมัชฌิมาเปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ได้กล่าวกับสมาชิกกลุ่มมัชฌิมาในการประชุมว่าให้รวมกลุ่มกันไว้ให้แน่น เพื่อทำงานการเมืองต่อไป และให้รวบรวมคนไปทำความเข้าใจกับสมาชิก จากนี้ก็จะเริ่มหารือกับกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ เพื่อผลักดันให้มีการนิรโทษกรรม เช่นเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายหรือให้สนช.เป็นคนเสนอร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรม

เตือนคมช.อย่ากีดกันการตั้งพรรค

ด้านนายโสภณ เพชรสว่าง ประธานคณะทำงานฝ่ายการเมืองกลุ่มมัชฌิมากล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พล.อ.สุรยุทธ์และคมช.เร่งรัดให้ยกเลิกประกาศคปค. ฉบับที่ 15 เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะการจดทะเบียนตั้งพรรคการ เมืองใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการทำกิจกรรมการเมือง ส่วนประกาศคปค.ที่ห้ามการชุมนุมจะคงไว้ก็ไม่ขัดข้อง มิฉะนั้นอาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเหลือพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แล้วไปกีดกันการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ตรงนี้อาจทำให้มีกระแสการเคลื่อนไหวมากขึ้น จึงควรเปิดกว้างให้จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้เพื่อไปดำเนินการกำหนด นำเสนอนโยบายและหาสมาชิกพรรคการเมือง จะเป็นผลดีทำให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ต้องมาประท้วงให้เกิดปัญหาวุ่นวาย

หากไม่สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองได้คิดหรือว่าเหตุการณ์จะสงบเรียบร้อย มีความสมานฉันท์หรือ หากย้อนไปดูเหตุการณ์การเลือกตั้งที่ผ่านมา แค่ 3 พรรคไม่ส่งลงสมัครก็ยังวุ่น อย่าลืมว่าอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย 377 คนจะมีฐานเสียงเท่าไหร่ ประชาชนเขามองออก ถ้าไปกีดกั้นอย่างนั้นจดทะเบียนพรรคไม่ทันเลือกตั้งบ้านเมืองพังแน่ๆ ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่เชื่อว่าคมช.กำลังพิจารณาดูสถานการณ์อยู่ เรื่องแรกควรผ่อนผันให้ตั้งพรรคการเมืองได้ แสดงถึงความสุจริตทุกอย่างจะนิ่ง

ประธานสสร.ห่วงกระทบประชามติ

ที่รัฐสภา นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นห่วงจะเกิดความวุ่นวายในช่วงการลงประชามติจากกรณียุบพรรคไทยรักไทยและอดีตกรรมการบริหารพรรคถูกสิทธิทางการเมือง 5 ปีว่า การตัดสินคดีทางการเมืองเป็นเรื่องใหญ่และมีผลกระทบทั้งสิ้น แต่ส.ส.ร.มีหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อยตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้มีการลงประชามติ แต่ถ้าเกิดเหตุ การณ์ที่ไม่ดีต่อบ้านเมืองก็จะมีผลกระทบต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งอยู่ที่ประชาชนจะพิจารณาว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นประชาธิปไตยมีความเหมาะสมจะลงประชามติรับหรือไม่ ส่วนเรื่องอื่นตนคาดเดาไม่ได้ อย่างไรก็ตามทราบว่ากรรมาธิ การยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังเร่งพิจารณา โดยจะเร่งพิจารณาประเด็นแปรญัตติของส.ส.ร.ให้เสร็จก่อนในวันที่ 10 มิ.ย. เพื่อส่งให้สภาร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 มิ.ย.นี้

ส.ส.ร.ไม่มีหน้าที่ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง มีหน้าที่เพียงร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จตามกำหนด ส่วนคดียุบพรรคและตัดสิทธิการเมือง ผมไม่ห่วงกรณีที่ส.ส.ถูกตัดสิทธิ แต่ห่วงประชาชนถ้าประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดแล้วโยงมาถึงการร่างรัฐธรรมนูญด้วยก็ส่งผลกระทบต่อร่างรัฐธรรมนูญด้วย นายนรนิติกล่าว

ปูดอดีตส.ส.ทรท.เรียกหาปุระชัย

วันเดียวกัน นายนพดล อินนา อดีตเลขานุการ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองทาบทามร.ต.อ.ปุระชัยเพื่อร่วมทำงานทางการเมืองว่า ที่ผ่านมาได้คุยกับ ร.ต.อ.ปุระชัยอยู่ตลอด ทราบว่ามีพรรคการเมืองมาทาบทามมากมาย แต่ท่านยังไม่เคยตอบรับกับใครเลย โดยร.ต.อ.ปุระชัยระบุว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้หลายเรื่องยังไม่มีความชัดเจน หลังจากนี้จะมีเรื่องของรัฐธรรมนูญตามมาอีก แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่งท่านยืนยันว่าไม่ทิ้งบ้านเมืองแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับไปร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยที่กำลังตกอยู่ในสภาวะไร้ผู้นำ นายนพดล กล่าวว่า ส่วนตัวก็ได้ยินข่าวจากอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยที่พูดคุยกันในกลุ่มโดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ และในกทม. ที่อยากได้ร.ต.อ. ปุระชัยไปเป็นผู้นำ เนื่องจากท่านเคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค และเป็นอดีตเลขาธิการพรรค และมีผลงานในอดีตเป็นที่ยอมรับ แต่ยังไม่มีการทาบทามไปถึงท่านโดยตรงหรือผ่านมาทางตน

ร.ต.อ.ปุระชัยเคยพูดไว้ว่าการทำงานการเมืองไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งอะไร และท่านอยากเห็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันเกิดขึ้น อยากเห็นการบริหารจัดการของพรรคการเมืองที่มีรูปแบบองค์คณะอำนาจไม่ตกอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่สุดท้ายจะลงเอยกับพรรคไทยรักไทยหรือไม่นั้น คงยังพูดอะไรไม่ได้ ยังไม่ก้าวไปไกลถึงขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าในอดีต ร.ต.อ.ปุระชัยมีผลงานมากมาย เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีภาวะผู้นำกล้าตัดสินใจ ซึ่งบ้านเมืองกำลังต้องการคนที่มีคุณสมบัติอย่างนี้และในยามที่บ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะที่ทางเลือกมีจำกัด ท่านถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีของให้บ้านเมือง นายนพดลกล่าว

เผย 300 อดีตส.ส.ปักหลักทรท.

วันเดียวกัน นายสุธา ชันแสง อดีตส.ส.กทม. กลุ่มไทยรักไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ย้ายไปพรรคอื่นแน่นอน โดยการประชุมกลุ่มเมื่อวันที่ 31 พ.ค. เพื่อเช็กจำนวนอดีตส.ส.ในกลุ่ม ทั้งที่อยู่พรรคไทยรักไทยเดิมและที่ย้ายกลับมาทั้งสิ้น 300 คน ไม่ใช่ 177 คน เบื้องต้นที่ได้หารือกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ก็ไม่ใช่หัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย แต่เป็นหัวขบวนที่ขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มไทยรักไทยต่อไป หากมีการตั้งพรรคการเมืองในอนาคต ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องหัวหน้าพรรค ส่วนที่สมาชิกบางคนเสนอร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้น ถือเป็นสิทธิของสมาชิกในกลุ่มที่จะทาบทาม ตอนนี้ความเห็นยังหลากหลายอยู่ แต่ร.ต.อ.ปุระชัยถือเป็นตัวเลือกที่ดีในเวลานี้ เพราะเป็นคนมีอุดมการณ์ทางการเมือง และเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มีภาพลักษณ์ที่ซื่อสัตย์ ได้รับความน่าเชื่อถือจากสังคม ขณะเดียวกันมีความผูกพันกับอดีตส.ส.ของพรรคอย่างมาก เพราะเคยทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน แต่ต้องรอฟังมติของกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของร.ต.อ.ปุระชัยด้วย

นายสถาพร มณีรัตน์ อดีตส.ส.ลำพูน กล่าวว่า ตนและส.ส.ภาคเหนือเกือบทุกคนพร้อมจะอยู่กับกลุ่มไทยรักไทยต่อไป ส่วนเรื่องผู้นำคนใหม่หากมีการตั้งพรรคใหม่นั้น น่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสานงานกับคนในพรรคได้ และประสานกับพรรคอื่นๆ รวมถึงคมช.ได้ ซึ่งขณะนี้เห็นว่าน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตโฆษกรัฐบาล เนื่องจากมีความเหมาะสม กับสถานการณ์ช่วงนี้ที่พรรคกำลังประสบกับภาวะวิกฤต และถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในด้านการทำงานบริหารในด้านนโยบายด้านสังคม สาธารณสุขของพรรค อีกทั้งน.พ.สุรพงษ์ ยังไม่มีบาดแผลเรื่องคดียุบพรรค ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยบางกลุ่มไปทาบทามร.ต.อ.ปุระชัยนั้น เห็นว่าหากสามารถประสานได้ก็เป็นเรื่องดีตนไม่ขัดข้อง ซึ่งเชื่อว่าร.ต.อ. ปุระชัยมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ก็จะได้ภาพความยุติธรรม ซื่อสัตย์ และเป็นที่ยอมรับในสังคม

อีโต้ย้ำอยู่กู้พรรค-แช่ง3พรรคร่วม

นายธีระชัย แสนแก้ว อดีตส.ส.อุดรธานี กลุ่มไทยรักไทย กล่าวว่า ตนไม่ไปไหนทั้งสิ้น จะอยู่กอบกู้ไทยรักไทยให้เป็นพรรคเหมือนเดิม เท่าที่ตรวจสอบยังมีอีกหลายคนที่ร่วมอุดมการณ์ ไม่ใช่แค่ 177 คน ตอนนี้ประชาชนโดยเฉพาะภาคอีสาน เรียกหาแต่พรรคไทยรักไทย เขาบอกว่าจะไม่เลือกพรรคที่เคยประกาศบอยคอตการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย.49 โดยเด็ดขาด มั่นใจว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง พวกเราก็ทำดีให้บ้านเมืองมาเยอะ คงไม่เจออะไรเลวร้ายไปมากกว่านี้ ดังนั้น ตนจะอยู่เคียงข้างประชาชน ต่อสู้กับเผด็จการที่ต่อไปอาจจะอยู่ในรูปของอีแอบให้กับพรรคที่เคยเป็นบันไดให้เผด็จการ สำหรับหัวหน้าพรรคคนต่อไปนั้น เรายังไม่ได้มองถึงขั้นนั้น ต้องรอดูรัฐธรรมนูญก่อน วันนี้คิดเรื่องเดียวคือ กอบกู้พรรค และต่อสู้อำนาจความอยุติธรรมได้อย่างไร

นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตส.ส.นครพนม กลุ่มไทยรักไทย กล่าวว่า อดีตส.ส.นครพนมทั้ง 6 คน จะยืนหยัดกับกลุ่มไทยรักไทยต่อไป เพราะในช่วงที่ปฏิวัติใหม่ๆ เราไม่ได้ลาออกตามกลุ่มก๊วนอื่นๆ เนื่องจากตอบคำถามตัวเองไม่ได้ว่าทำไมจึงต้องทิ้งพรรคตอนที่เกิดวิกฤตด้วย ตอนนี้เช่นกันเมื่อพรรคถูกยุบ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่สามารถไปไหนได้ มิเช่นนั้นจะตอบคำถามชาวบ้านไม่ได้ด้วย เพราะกระแสของประชาชนในภาคเหนือและอีสาน ชัดเจนว่ารับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เขายังรักพรรคไทยรักไทยและพ.ต.ท. ทักษิณ จนถึงวันนี้ตนรับโทรศัพท์แทบหูไหม้จากชาวบ้าน ที่โทร.แสดงความเสียใจและขอให้สู้ต่อในนามไทยรักไทย ตอนนี้ตนไม่หวังอะไรจากการเลือกตั้งที่จัดโดยฝ่ายเผด็จการแล้ว ดังนั้นแนวทางต่อไปคือจะต้องโค่นล้มเผด็จการให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม

แอ้ด-สนธิหารือเลิกประกาศคปค.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังบ้านพิษณุโลกโดยปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ว่าไปพบกับใคร และใช้เวลาอยู่ในบ้านพิษณุโลกนาน 30 นาที ก่อนเดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาล

จากนั้นเวลา 11.40 น. พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าพบและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกฯ และเวลา 12.10 น. พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เดินทางมาสมทบ ใช้เวลาหารือกันนาน 1 ชั่วโมง 15 นาที

เวลา 13.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับพล.อ.สนธิและพล.อ.บุญรอด ว่า ตนมาตามสัญญาที่ได้รับปากกับสื่อไว้ ยอมรับว่าการหารือกันวันนี้ได้มีการพูดถึงเรื่องการจะยกเลิกประกาศคปค. ฉบับที่ 15 และ 27 จริง รายละเอียดคงจะรอทางฝ่ายกฎหมายจะได้ปรึกษารายละเอียดอีกนิดหนึ่ง และถ้าเป็นไปได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมครม.

เมื่อถามว่าระยะเวลาจะเป็นเมื่อไหร่เพราะทางฝ่ายการเมืองต้องการความชัดเจน นายกฯ กล่าวว่า คงไม่นาน ระยะเวลาคงเป็น 1-2 สัปดาห์นี้ ไม่ได้เป็นเดือนแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประธานคมช.ขอดูในรายละเอียดโดยขอปรึกษาฝ่ายกฎหมายของคมช.ก่อน ในส่วนของรัฐบาลก็ได้พูดว่าน่าจะมีการผ่อนคลายและถ้าหากไม่มีความจำเป็นอะไรแล้วก็ควรประกาศยกเลิก

เตือนคิดให้ดี-ถ้าจะถวายฎีกา

เมื่อถามว่าในฐานะที่เคยเป็นองคมนตรี คิดอย่างไรกับกรณีสมาชิกพรรคไทยรักไทยจะยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ในฐานะองคมนตรีเราไม่ได้เป็นผู้รับฎีกา เราพิจารณา ส่วนคนที่รับฎีกา คือราชเลขาธิการ เมื่อถามว่าการยื่นถวายฎีกากรณีดังกล่าวถือเป็นการไม่บังควรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าการดำเนินการหากไม่รับฟัง ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลก็จะเป็นปัญหา ไม่มีวันจบสิ้น ทุกคนที่เป็นตุลาการเป็นผู้ที่ได้ผ่านการคัดเลือกกลั่นกรองมาในฐานะที่เป็นผู้พิพากษาในทุกส่วนอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งมาโดยที่ไม่มีพื้นฐาน แต่ทุกคนเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ เป็นที่เคารพนับถือ ประธานตุลาการเป็นประธานศาลฎีกา ส่วนรองประธาน เป็นถึงประธานศาลปกครองสูงสุด คิดว่าสิ่งเหล่านี้พวกเราทุกคนในฐานะคนไทยควรจะยอมฟังคำวินิจฉัยแล้วยอมรับในคำวินิจฉัยนั้น

เมื่อถามถึงกรณีการสรรหาบุคคลมาแทนนายประสิทธิ์ โฆวิไลกูล ที่ลาออก นายกฯ กล่าวว่า ตนหาคนทำงานแทนได้แล้วไม่ต้องแต่งตั้งใหม่ เมื่อถามว่าเป็นใคร นายกฯ กล่าวว่า คงเดาไม่ถูก ส่วนนายบัญญัติ จันทน์เสนะ รมช.มหาดไทย ที่แต่งตั้งเป็นวิปรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีที่ประสานงานระหว่างรัฐมน ตรีกับสนช. ส่วนคนที่จะมาดูแลเรื่องกฎหมายและประสานงานด้านกฎหมายกับสนช. คือ คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นสนช.อยู่แล้ว ตนขอให้มาช่วยงานนี้เพราะเป็นงานที่ต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งเลขาฯ กฤษฎีกา ไม่ขัดข้อง

เมื่อถามว่าไม่ตั้งเป็นรัฐมนตรีเลยหรือ นายกฯ กล่าวว่า ท่านไม่อยากเป็นรัฐมนตรี และยังทำหน้าที่อยู่ที่เดิม เพียงแต่มอบหน้าที่เพิ่มเติมให้ เมื่อถามว่าช่วงเวลาที่เหลือมีความพยายามจะปรับครม. เพิ่มอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าความพยายามนี้ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใคร เพราะคนที่จะปรับยืนอยู่ตรงนี้

บิ๊กสงค์ได้ที-เป็นไปตามกรรม

ที่รัฐสภา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกรรมาธิ การยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงผลวินิจฉัยของตุลา การรัฐธรรมนูญที่ให้ยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองอดีตกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คน 5 ปี ส่วนพรรคประชาธิปัตย์พ้นผิดทุกข้อกล่าวหาว่า คำตัดสินของศาลทุกอย่างชัดเจน เป็นบทเรียนสำคัญของพรรคการเมืองทุกพรรคในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง อย่าให้ซ้ำรอยกับอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่าไปหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ และยังต้องถือคำพิพากษาเป็นเครื่องมือประกอบในการดำเนินกิจกรรม สำหรับพรรคที่ถูกยุบและตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค ตนขอแสดงความเห็นใจด้วย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมที่ได้กระทำไว้ สำหรับพรรคที่ไม่ถูกยุบอย่าไปคิดว่าเป็นชัยชนะ เพราะการเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ทางพรรคไทยรักไทยออกมาพูดในลักษณะไม่ยอมรับคำตัดสิน น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า จะเป็นการเสียหายแก่ผู้พูดเอง ก่อนนั้นพูดอย่างไรแล้วหลังพูดอย่างไร ถ้าใครคิดจะดำเนินงานทางการเมืองต่อไปอย่าไปทำอย่างนี้ เพราะนักการเมืองที่ดีต้องมีคุณสมบัติ 2 อย่าง คือ 1.อย่าหน้าด้าน 2.ความจำต้องไม่เสื่อม พูดอะไรต้องจำได้ จึงจะเป็นตัวอย่างที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีคำตัดสินของตุลาการฯ ออกมาเช่นนี้แล้ว มาตรา 96 ในเรื่องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 5 ปี กรรมาธิการยกร่างฯ จะบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ประธานกรรมาธิ การยกร่างฯ กล่าวว่า ยังไม่เป็นข้อยุติ อะไรที่เป็นประโยชน์กรรมาธิการจะนำไปใส่ไว้ โดยพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

เหนาะเย้ยซ้ำ-ทรท.อัปมงคล

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่บ้านพักเมืองทองธานี นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวถึงคำตัดสินคดียุบพรรคของตุลาการรัฐธรรมนูญว่า ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ตนก็เพิ่งได้เห็นการตัดสินทางการเมืองว่าทำผิดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น การตัดสินครั้งนี้ได้วางมาตรฐานระดับหนึ่งให้กับสังคมไทย แต่ก่อนเราถูกบังคับโดยคำสั่งของคณะปฏิวัติ การยุบพรรคโดยกฎหมายและการยุบตัวเอง เมื่อคลี่คลายแล้วก็มาจดทะเบียนตั้งพรรคเก่า เช่น พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยถูกยุบหลายครั้ง แต่คำตัดสินของตุลาการฯครั้งนี้ถือว่าได้เรียบเรียงพฤติการณ์ การกระทำของพรรคการ เมืองอย่างละเอียดอ่อนมาก ชี้ถึงพฤติการณ์ทำผิดของบุคคล พูดถึงอุดมการณ์ นโยบาย พฤติกรรมผู้บริหารพรรค การปฏิบัติตามนโยบายของพรรคที่กลายเป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง

การยุบพรรคไทยรักไทย แล้วจะไปจดทะเบียนใช้ชื่อเดิมนั้น อย่าไปคิดรื้อฟื้นชื่อหรืออะไร อย่าไปเกาะติดสิ่งที่อัปมงคลไปแล้ว หากใช้ชื่อนี้อีกฝ่ายตรงข้ามแค่เอาคำตัดสินไปหาเสียงก็แย่แล้ว ผมไม่เคยมีอะไรกับพรรคไทยรักไทย กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่ได้มีเรื่องส่วนตัว ผมทำหน้าที่ของผู้อาวุโสที่ได้ก่อร่างสร้างไทยรักไทยขึ้นมาถึงวันนี้ ผมมีปัญหากับสิ่งไม่ถูกต้องแต่น้องๆ ไม่ฟังผม วันนี้ไทยรักไทยต้องปิดฉากไปแล้ว ชื่อนี้ต้องไม่อยู่ในสารบบ เพราะหากยุบตัวเองไปอยู่กับพรรคอื่น สมาชิกที่คัดค้านก็เอาชื่อพรรคไปตั้งใหม่ได้ นายเสนาะกล่าว

แบะท่าดูดอดีตส.ส.ทรท.เข้าพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจะไปยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ นายเสนาะกล่าวว่า เรื่องกฎหมายมีการตราไว้ชัดเจน ทุกอย่างมีกติกา ประเทศไทยยังมีคนตั้ง 60 ล้านคน ผู้มีอำนาจใช้กฎหมายตัดสิน ทุกคนอย่าพูดแต่ปาก ต้องก้มหน้ารับกติกา กฎหมายไม่ได้บังคับใครคนใด แต่เป็นแม่บท เราอย่าไปดื้อรั้น หากเป็นคนดีจริงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ไปตั้งพรรคใหม่ได้อีก 5 ปีกลับมาก็ยังไม่สาย

เมื่อถามว่าหากคมช.จะเข้ามารับได้หรือไม่ นายเสนาะกล่าวว่า ขอให้มาตามครรลอง หากเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เป็นคนดีเข้ามายิ่งดี ตนไม่อยากได้คนมีความรู้แต่ไม่มีอุดมการณ์ชัดเจน อุดมการณ์พูดกันเกร่อ ตนเสียใจผิดหวังทุกวันนี้เพราะเห็นคนมีอุดมการณ์แน่วแน่ แต่นานไปก็เป็นอย่างนี้

เมื่อถามว่าคมช.ต่อท่ออำนาจเพื่อเข้ามาเพราะกลัวถูกเช็กบิลจากกลุ่มอำนาจเก่าหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวว่า ไม่น่าจะกลัวการถูกเช็กบิล เพราะนายทหารที่ทำการปฏิวัติคราวนี้ประสบการณ์มาก เขากลัวความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น คนน่ากลัวที่สุด คือคนที่เป็นผู้ใหญ่มีอำนาจแต่ถูกครอบงำ ทำอะไรผิดยังไม่ยอมรับผิด คิดว่าตัวเองทำถูกเสมออันตรายมาก รวมทั้งข้าราชการและนักกฎหมายใหญ่ที่คอยเชลียร์ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ บ้านเมืองพังเพราะคนพวกนี้ ส่วนทหารหรือคมช.ที่จะเข้ามาขอให้เข้ามาตั้งพรรคตามครรลอง ไม่ใช่กุมอำนาจแล้วมาเล่นการเมือง ในอดีตทหารที่เข้ามาลงเล่นการเมืองแบบไม่เต็มตัว เช่น รสช.ก็เลยพัง

ผมภาวนาบอกลูกหลานไทยรักไทยอย่าไปคิด สิ่งที่สูญเสียไม่ใช่ตกน้ำจะได้ไปงมมาได้ การถูกตัดสินตามกติกาของแผ่นดิน คนที่กำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าคิดไม่ออกขอให้คิดถึงผมเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ ผมยังรักและผูกพันอยู่ ให้มาถามผมซึ่งเป็นผู้ใหญ่มีประสบการณ์ อย่างน้อยได้ช่วยเบิกเนตรให้ข้อคิดได้ และผมขอฟันธงว่าถ้าจะขอจดทะเบียนตั้งชื่อพรรคเดิมไม่ได้ อำนาจให้หรือไม่อยู่ที่กกต. และเมื่อศาลตัดสินแล้วเท่ากับถูกเผาไฟทิ้งแล้วไม่ใช่ของตกน้ำเท่านั้น นายเสนาะกล่าว

พร้อมรับโทรศัพท์จากทักษิณ

นายเสนาะกล่าวว่า ส่วนประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ27 น่าจะมีการยกเลิกโดยเร็ว เพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ทั้งนี้ เราเป็นพันธมิตรกับพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ตนไม่เคยมีปัญหากับใคร ขอให้ทุกคนเคารพกติกาบ้านเมือง ที่ผ่านมาขอให้เป็นอุทาหรณ์ ฟังพระราชดำรัสของในหลวงที่ทรงห่วงใยบ้านเมือง

เมื่อถามว่าได้ทาบทามร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เข้าร่วมในพรรคหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ใช่แค่ร.ต.อ.ปุระชัย ยังมีอีกมาก ต้องรักษามารยาท รอยกเลิกคำสั่งประกาศคปค.ก่อน จากนั้นจะเปิดตัวในไม่ช้า โดยให้นายบุญถึง ผลพาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคไปพูดคุยแล้ว เพราะตนตั้งพรรคมีปณิธานจะสรรหาคนดีที่สุดมีอำนาจมาปกครองแผ่นดิน ตอนนี้คงต้องสกรีนหลายชั้น ส่วนตนไม่คิดจะไปเป็นนายกฯเอง ซึ่งมีคนมาเชียร์ตนเยอะแต่ตนอายุมากแล้ว อยากให้คนดีมีประสบการณ์ซื่อสัตย์ ไม่ขาดศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ไม่ให้บ้านเมืองพังเพราะคอร์รัปชั่น อยากให้ประชาชนเปิดหูเปิดตาจับตาดูนักการเมือง

เมื่อถามว่าร.ต.อ.ปุระชัย กับนายอภิสิทธิ์ ใครเหมาะสมขึ้นเป็นนายกฯ นายเสนาะกล่าวว่า ตนไม่ขอฟันธงใครเพราะจะเสียมารยาท

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากฝากถึงพ.ต.ท.ทักษิณอย่างไรบ้าง นายเสนาะกล่าวว่า คนโทร.มายินดีกับตนจำนวนมากซึ่งผิดเพราะตนนอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อวาน ได้นั่งคิดทบทวนอดีตถึงปัจจุบัน วันนี้เป็นหัวหน้าพรรคต้องรับผิดชอบ คิดถึงน้องๆ ลูกหลาน พูดอย่างเดียวว่าขอให้เป็นอดีต แม้เทวทัตยังถูกธรณีสูบ แต่องคุลิมาลที่ฆ่าคนมามากยังกลับใจได้จนสู่นิพพาน อย่าไปคิดมากให้เอาคุณงามความดีมาแก้ปัญหา ตนไม่มีอคติกับใครจบแล้วก็จบ ตนไม่ได้ติดต่อไปหาใคร แต่ถ้าถือว่าตนเป็นญาติผู้ใหญ่มีอะไรก็โทร.หาได้บ้านนี้เปิด 24 ช.ม.แต่จะให้ผู้เฒ่าอย่างตนโทร.ไปหาคงเกินไป

สนช.ชี้ออกกม.นิรโทษ-ทำยาก

ด้านนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงข่าวยื่นถวายฎีกาของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกเว้นวรรค 5 ปีว่า ทราบข่าวมาเช่นกัน แต่จะสัมฤทธิผลหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนที่บางคนมีความคิดจะให้สนช.ช่วยออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้นั้น คงมีสมาชิกสนช.จำนวนน้อยที่จะดำเนินการให้

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน กล่าวว่า เท่าที่ได้คุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่อยู่ในกลุ่ม 111 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีนั้น นายสมคิดน้อมรับคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ และจะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไปร่วมกับนายพิจิตต รัตตกุล นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และตน ในทุกเงื่อนไขเพื่อไม่ให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขันหรือจนตรอก ตราบใดยังมีหัวใจและมีสมอง ต้องทำงานต่อไปเพื่อให้ประเทศมีทางเดินต่อ

ตราบใดที่การเมืองมีสองขั้ว เตรียมเข้าประจัญบานกันประเทศก็บอบช้ำ ยิ่งหลังมีคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญกรณียุบพรรค และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการและอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 5 ปี ยิ่งมีความไม่สงบมากขึ้น วันนี้อาจเป็นความสงบ แต่สงบก่อนพายุใหญ่มา จะยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ดังนั้นควรคลี่คลายบรรยากาศนี้ การเมืองไม่ควรคิดว่าเป็นสองขั้วแบบนี้ นายสมคิด นายพิจิตต นายประดิษฐ์ และผมกำลังรวบรวมผู้มีอุดมการณ์ทำงานให้บ้านเมืองเดินหน้าทางใดทางหนึ่งต่อไปได้ด้วยความสงบ นายเอนกกล่าว

สฤต-ลิขิตทำใจโดนตัดสิทธิ์ 5 ปี

นายสฤต สันติเมทนีดล รองหัวหน้าพรรคพลังแผ่นดินไทย ในฐานะอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบว่าตนถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี ร่วมกับนายลิขิต ธีรเวคิน หัวหน้าพรรคพลังแผ่นดินไทย ด้วยน้ำเสียงงงๆ แกมตกใจว่า ตนและนายลิขิต ได้ทำใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยก่อนจะส่งฟ้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่น่าจะมีรายชื่อในสำนวนที่ส่งไปยังศาล เมื่อผลออกมาเช่นนี้ตนและนายลิขิตไปทำงานเบื้องหลัง ส่วนใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังแผ่นดินไทยแทนนายลิขิต ยังไม่ได้คิด ต้องหารือกันก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตกรรมการบริหารพรรค 8 คน ที่ลาออกจากพรรคไทยรักไทยก่อนวันที่ 4 พ.ค. 2549 ที่นายทะเบียนพรรคการเมืองจะจดแจ้งการดำรงตำแหน่ง ประกอบด้วย 1.นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ลาออกไปเมื่อวันที่ 8 ส.ค.48 2.นายพันธ์เลิศ ใบหยก ลาออกเมื่อปี 2548 3.นายสุวิทย์ คุณกิตติ ลาออกเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.48 4.นายกร ทัพพะรังสี 5.นายเสนาะ เทียนทอง 6.นายฐานิสร์ เทียนทอง ลาออกเมื่อวันที่ 25 ก.พ.49 7.น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ลาออกเมื่อวันที่ 10 มี.ค.49 และ 8.นายสุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง ลาออกเมื่อวันที่ 24 มี.ค.49

โฆษกศาลชี้อุทธรณ์-ฎีกาไม่ได้

ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะโฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการลงมติ 6 ต่อ 3 ของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ให้นำประกาศคปค.ฉบับที่ 27 มาบังคับใช้ลงโทษย้อนหลังในการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคการไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย เป็นเวลา 5 ปีว่า โดยหลักการทั่วไปในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ในหมวดการใช้กฎหมายอาญาบัญญัติว่า กฎหมายซึ่งเป็นผลร้ายจะนำมาบังคับใช้ย้อนหลังแก่จำเลยไม่ได้ แต่ให้พิจารณาโทษตามกฎหมายที่มีอยู่ แต่ที่ตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากให้ตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 6 ต่อ 3 เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสิทธิทางการเมือง ไม่ใช่การลงโทษทางอาญา โดยที่เสียงข้างน้อย 3 เสียงไม่เห็นด้วย เพราะแม้การตัดสิทธิทางการเมืองไม่ใช่โทษทางอาญา แต่การตัดสิทธิทางการเมืองเป็นโทษที่มีผลร้ายรุนแรงกว่าโทษทางอาญาบางประเภท เช่น คดีอาญาที่มีโทษปรับ 500 บาท

การตีความเรื่องการลงโทษย้อนหลัง เป็นการตีความข้อกฎหมาย ซึ่งนักกฎหมายแต่ละคนมีความเห็นแตกต่างกันได้ แต่ในการวินิจฉัยคดีต่างๆจะต้องปฏิบัติตามเสียงข้างมาก ส่วนที่พรรคการเมืองระบุจะยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญต่อศาลฎีกานั้น ผมไม่ทราบว่าพรรคจะใช้ข้อกฎหมายใดยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา ซึ่งการใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาจะต้องมีกฎหมายมารองรับ แต่ส่วนตัวผมยังมองไม่เห็น โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าว และว่าส่วนเรื่องความปลอดภัยของตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องให้ความปลอดภัยกับผู้พิพากษาและประชาชนทุกคน

ศาลย้ำต้องนำตัวทักษิณมาแสดง

วันเดียวกัน นายประพันธ์ ทรัพย์แสง ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา กล่าวถึงการนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับเข้าประเทศ เพื่อดำเนินคดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ชี้มูลความผิดทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาฯว่า ตามหลักการดำเนินคดีอาญาต้องมีตัวจำเลยมาแสดงต่อหน้าศาล จึงเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ถูกกล่าวหามาพบอัยการ ถ้าหากตัวอยู่ต่างประเทศก็ต้องดำเนินการจับหรือส่งตัวตามพ.ร.บ.การส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2482 ซึ่งเป็นหน้าที่ของอัยการโดยตรง เพราะตามหลักประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายใหญ่ มาตรา 141 วรรคท้ายบัญญัติไว้ว่า ถ้าอัยการจะสั่งฟ้องต้องดำเนินการใดๆ เช่น ขอออกหมายจับเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศต้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนมา

นายประพันธ์กล่าวว่า เมื่อหลักการต้องให้มีตัวจำเลยมาศาล ดังนั้น ก่อนการยื่นฟ้องจึงสมควรที่อัยการสูงสุดจะดำเนินการตามพ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือออกหมายจับเพื่อติดตามตัวจำเลยที่อยู่ต่างประเทศมาปรากฏตัวต่อหน้าศาลในวันพิจารณา ไม่ใช่ปรากฏตัวผ่านทางจอภาพ และการปรากฏตัวนั้นจำเลยต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ด้วยว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ หากนัดพิจารณาแรกยังไม่มีตัวจำเลยมาปรากฏต่อหน้าศาล ศาลก็ต้องจำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะติดตามตัวจำเลยมาศาลได้ ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีการตีความว่าวันยื่นฟ้องไม่ต้องมีตัวจำเลยมาศาลด้วยนั้น เป็นการตีความในข้อยกเว้นที่ข้อกำหนดการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกเว้นไว้

แนะออกหมายจับ-เตือนคมช.ละเมิด

เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณตั้งใจจะเดินทางกลับเข้าประเทศแต่คมช.และฝ่ายความมั่นคงไม่อนุญาตจะทำอย่างไร นายประพันธ์กล่าวว่า สมมติว่าถ้าเขากลับมาโดยที่ขณะนั้นยังไม่มีการออกหมายจับใดๆแล้วไม่มีใครจะมีอำนาจจับกุมได้ เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า และถ้าจะไปจับยังถือว่ามีความผิดด้วยที่ทำให้เขาสูญเสียเสรีภาพ ดังนั้น เมื่อไม่มีหมายจับก็จับเขามาไม่ได้ ดังนั้น ทางที่ดีตนเห็นว่าควรออกหมายจับเสียก่อน หากเขากลับเข้ามาจริงไม่ว่าจะเข้ามาทางใด เจ้าหน้าที่จะมีอำนาจจับตัวได้ เพราะหมายจับใช้ได้ทั่วราชอาณาจักร และยังเป็นผลดีกับรัฐบาลหรือคมช. ด้วยว่าเป็นการแสดงออกว่ายินดีให้เขากลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เพราะเมื่อคมช.ควบคุมตัวเขาได้ก็ต้องนำมาศาล ไม่ได้ไปส่งที่อื่น นอกจากนี้ยังเป็นผลดีกับญาติเขาด้วย ว่าจะรู้ได้แน่นอนว่าเมื่อถูกจับตัวแล้วจะต้องไปตามรับที่ศาล หรือหากกลับมาแล้วจะมีการก่อความวุ่นวาย อัยการก็มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้พิจารณาเรื่องถอนประกันได้

หากข้อเท็จจริงเป็นไปในทางว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความตั้งใจจะเดินทางกลับเข้ามาประเทศเพื่อต่อสู้คดีแล้ว แต่ คมช.ไม่อนุญาต ก็อาจถือได้ว่าการกระทำของคมช.จะเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมและละเมิดอำนาจศาล ซึ่งศาลจะต้องเรียกคมช.มาไต่สวน และหากพบว่าการกระทำของคมช.ปราศจากเหตุผลโดยชอบธรรม และเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ไม่ให้ดำเนินต่อไปได้ ศาลอาจมีคำสั่งลงโทษคมช.ฐานละเมิดอำนาจศาลได้ นายประพันธ์กล่าว

อดีตเปาติงเรื่องหลักนิติธรรม

วันเดียวกัน นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ในฐานะอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยคดียุบพรรคของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าอาจส่งผลกระทบเรื่องศักดิ์ศรีของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมองว่าเป็นศาลการเมืองเต็มตัว คำวินิจฉัยยืดยาวอ่านนานกว่า 4-5 ชั่วโมง และบางจุดใส่รายละเอียดมากจนเกินไป มาตรฐานการชั่งน้ำหนักพยาน และหลักฐานในการใช้ดุลยพินิจว่ารับฟังได้หรือรับฟังไม่ได้ ถึงแม้สังคมจะเข้าใจได้ว่า ต้องการให้มีการล้างไพ่ทางการเมือง แต่เรื่องน้ำหนักพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการพิจารณาลงโทษนั้น อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย ตนเชื่อว่า ในระยะยาวคำวินิจฉัยคดียุบพรรคนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการตัดสินด้วยหลักนิติธรรมหรือไม่อย่างแน่นอน

ผมยอมรับได้ที่บางครั้งอาจจำเป็นต้องตัดสินประหารชีวิตของใครบางคน เพื่อจะรักษาประเทศชาติเอาไว้ให้อยู่รอด แต่ต้องตอบคำถามให้ได้เหมือนกันว่า การตัดสินคดีได้ยึดหลักนิติธรรมหรือไม่ อดีตผู้ พิพากษาศาลฎีกา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงองค์กรศาลฎีกาและศาลปกครองสูงสุดจะกระทบกระเทือน หรือถูกดิสเครดิต เพราะองค์คณะที่พิจารณาคดีนี้มาจาก 2 ศาลดังกล่าวหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า อาจมีบ้าง แต่การตัดสินคดีสามารถที่จะตรวจสอบได้ว่า แต่ละท่านมีแนวคิดอย่างไรได้จากคำวินิจฉัยส่วนตน อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยนักวิชาการเริ่มออกมาพูดถึงเรื่องมาตรฐานการรับฟังพยานและหลักฐานแล้วว่า เบาเกินไป

ในยุคก่อนที่มีการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ก็เรียกร้องให้เขาออกมาสู้กันในสภา ออกมาสู้บนดิน และแกนนำพรรคไทยรักไทยบางคนก็เคยเข้าป่ามาก่อน แล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้ผมกลัวว่ากำลังจะกลายเป็นการผลักให้แกนนำพรรคไทยรักไทยกลับไปสู้ใต้ดินหรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็น่าเป็นห่วงว่าจะไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศ สถานการณ์อาจจะแย่กว่าเดิม อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกากล่าว

เปิดช่องให้จองชื่อไทยรักไทยได้

ส่วนกรณีอดีตสมาชิกพรรคไทยรักจะขอจองชื่อ ไทยรักไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาขอจดแจ้งตั้งพรรคการเมืองในชื่อนี้ นายสมชัยกล่าวว่า เป็นสิทธิที่อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยจะทำได้ กกต.สามารถรับเรื่องเอาไว้ แต่จะจดทะเบียนขอตั้งพรรคการเมืองในชื่อไทยรักไทยเลยทันทีไม่ได้ เพราะอย่างน้อยขณะนี้ยังมีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 15 ห้ามการขอตั้งพรรคการเมืองไว้อยู่ นอกจากนี้ ยังอยู่ในกระบวนของการชำระบัญชี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเป็นผู้ดำเนินการ

เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติและการตีความข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขอจดแจ้งก่อตั้งพรรคการเมืองว่า เมื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคเล็กอีก 3 พรรค สภาพความเป็นนิติบุคคลของ 4 พรรคการเมืองดังกล่าวหายไป แต่ยังไม่ถือว่าสูญสลายไปในทันที เนื่องจากต้องรอให้การชำระบัญชีเสร็จสิ้นไปก่อน และ ณ วันที่การชำระบัญชีเสร็จสิ้นลง ความเป็นนิติบุคคลของพรรคไทยรักไทยและพรรคเล็กจะหายไป หากมีประชาชนคนไทยที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และรวมตัวกันไม่น้อยกว่า 15 คน ขอจดแจ้งตั้งพรรคไทยรักไทยใหม่ ก็ถือว่าทำได้ นายสมชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุว่า หากกกต.รับจดแจ้งชื่อพรรคไทยรักไทยอาจจะเป็นการไม่เคารพคำสั่งศาลที่ให้ยุบพรรคไปก่อนหน้า นายสมชัย กล่าวว่า คำสั่งยุบพรรคของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นการสั่งยุบพรรคไทยรักไทย ในฐานะที่เป็นองค์กร และมีกรรมการบริหารพรรคที่นำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชื่อไทยรักไทย หากจะมองว่าเป็นเพียงชื่อๆ หนึ่งก็ได้ ดังนั้น หากจะมีกลุ่มอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยที่ไม่ได้ติดอยู่ในกลุ่มอดีตกรรมการบริหาร 111 คน ที่ถูกสั่งเว้นวรรคทางการเมืองก็สามารถที่จะขอใช้สิทธิตั้งพรรคการเมืองในชื่อไทยรักไทย

เป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ขอใช้สิทธิตั้งพรรคการเมือง หากนายทะเบียนใช้ดุลพินิจในการอนุญาตการขอจดแจ้งตั้งพรรคโดยมิชอบ หรือกลั่นแกล้งหน่วงเหนี่ยวการดำเนินการ นายทะเบียนก็จะถูกฟ้องร้องลงโทษทางอาญาได้ เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ผมฟันธงได้ว่าสามารถขอตั้งพรรคในชื่อเดิมได้ แต่การใช้สิทธินั้นต้องเข้าเงื่อนไขของกฎหมาย นายสมชัยกล่าว

ติงอย่ารังเกียจชื่อไทยรักไทย

ด้านน.พ.พลเดช ปิ่นประทีป รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงทิศทางหลังตุลาการรัฐธรรมนูญประกาศยุบพรรคไทยรักไทยว่า อยากให้สังคมเคารพคำตัดสินแม้ขัดใจบ้าง ต้องไม่วิจารณ์ในทางเสียหาย หรือดูหมิ่นการทำงานของศาล ทั้งนี้ รัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพให้พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง กกต.มาร่วมลงสัตยาบันในการพัฒนาพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองที่มีคุณภาพและคุณธรรม ต้องเชิญทุกพรรคและกลุ่มการเมืองมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันให้บ้านเมืองสงบ และยกระดับการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยินดีจัดเวทีให้ทุกพรรคมาร่วมพูดคุย และ 6 เดือนที่เหลือรัฐบาลและคมช.ต้องเร่งผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชนในการทำงานรัฐบาลใหม่

ต้องเห็นใจไทยรักไทย แม้จะปรับตัวเองเป็นกลุ่มไทยรักไทยก็ต้องส่งเสริม รวมทั้งการจดทะเบียนใช้ชื่อพรรคไทยรักไทย สังคมต้องไม่ตั้งแง่รังเกียจ เพื่อให้โอกาสผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาตั้งพรรค ต้องไม่ไปกดดัน น.พ.พลเดชกล่าว

สนธิพร้อมนิรโทษ111กก.ทรท.

คืนวันเดียวกัน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคมช. เดินทางไปออกรายการกรองสถานการณ์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ร่วมกับนางสดศรี สัตยธรรม กกต. โดยในตอนหนึ่งของรายการ ผู้ดำเนินรายการถามว่ามีทางที่จะนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ในคดียุบพรรคหรือไม่ นางสดศรีตอบว่า มีทางทำได้ แต่จะต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลและคมช.

พิธีกรถามคำถามเดียวกันกับพล.อ.สนธิ ซึ่งตอบว่า เพื่อความสมานฉันท์ก็ให้ทำได้ ขึ้นกับกระบวนการ เพราะเชื่อว่ากรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนคงไม่ได้ร่วมกันทำผิดทั้งหมด สำหรับตนแล้วพร้อมจะให้มีการนิรโทษกรรม เพราะมีวิธีการทางความมั่นคงอื่นๆ รองรับ และพร้อมจะใช้แนวทางสมานฉันท์กับนักการเมืองที่ดี

ไม่หวั่นแม้วหลุด-มีคดีอื่นรออยู่

เมื่อถามอีกว่า ถ้ามีการนิรโทษกรรม อดีตนายกรัฐมนตรีก็จะหลุดพ้นข้อหาและไม่ถูกตัดสิทธิ์ไปด้วย พล.อ.สนธิตอบว่า ก็ยังมีกฎหมายอื่นๆ มีมาตรการอื่นๆ รองรับอยู่ โดยนางสดศรีกล่าวเสริมว่า ยังคงมีกระบวนการตรวจสอบในคดีอื่นที่ค้างอยู่ เช่น กรณีทุจริตก็จะต้องผ่านการตรวจสอบของคตส.

พิธีกรรายการถามอีกว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ปฏิวัติมาก็ไม่ได้เกิดอะไร พล.อ.สนธิกล่าวว่า ถึงวันนี้ประเทศไทยต้องการความสมานฉันท์ ต้องหาทางประสานความแตกแยกของคนที่มีความแตกต่างทางความคิดให้ได้

นายจาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้ากลุ่มไทยรักไทยกล่าวว่า ตนไม่ได้ดูรายการดังกล่าว เพราะอยู่ต่างจังหวัด มีคนโทรมาเล่าให้ฟังเช่นกัน แต่ตอนนี้ขอยังไม่ให้สัมภาษณ์อะไร เพราะยังตั้งตัวไม่ทันจริงๆ เมื่อถามว่าประธานคมช. จะให้เสนอสนช. เพื่อออกเป็นพระราชกำหนด นายจาตุรนต์ กล่าวว่า พระราชกำหนดต้องออกโดยครม. ตนขอดูรายละเอียดคำสัมภาษณ์ก่อนดีกว่า

หน้า 1

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง





ข้อมูลจาก ข่าวสด



MuMuu.com © copyright 2003-2009 All right reserved. contact us : webmaster@mumuu.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob